546.jpg
ปคม.คุมแก๊งอุ้มบุญ  ส่งฟ้องคดีต่ออัยการ  เอาผิด3ข้อหาหนัก

ปคม.คุมแก๊งอุ้มบุญ ส่งฟ้องคดีต่ออัยการ เอาผิด3ข้อหาหนัก

วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปคม.คุมแก๊งอุ้มบุญ

ส่งฟ้องคดีต่ออัยการ

เอาผิด3ข้อหาหนัก

นัดฟังคำสั่ง28ส.ค.นี้

ตำรวจปคม.คุมผู้ต้องหา “แก๊งอุ้มบุญข้ามชาติ” พร้อมสำนวนคดี7 แฟ้ม หนากว่าหมื่นหน้า ส่งฟ้องคดีต่ออัยการ พร้อมแจ้ง3 ข้อหาหนัก ด้าน โฆษกอัยการสูงสุดเผยนัดผู้ต้องหาฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง 28 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ร.ต.อ.จักรภพ เชื้อสาย รอง สว.(สอบสวน) กก.2 บก.ปคม.ได้สรุปสำนวนคดีพร้อมความเห็นสั่งฟ้องบุคลากรทางการแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ และตัวแทนนายหน้า รวม 10 ราย ในคดีอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีเอกสารรวม 7 แฟ้ม ความหนากว่า 1 หมื่นหน้า พร้อมกับคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งฟ้องคดีต่ออัยการสำนักคดีอาญา 6 เพื่อสั่งฟ้อง รวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทน เพื่อประโยชน์ทางการค้า และร่วมกันซื้อ เสนอซื้อ ขาย นำเข้า หรือส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาอาศัยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ 2558 หรือ พ.ร.บ.อุ้มบุญ


นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ผู้ต้องหาในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์นั้น เป็นสำนวนคดีเดิมที่อัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหาบางส่วนต่อศาลอาญา แล้ว อย่างไรก็ดี สำหรับคดีนี้นั้นเป็นความผิดที่เกิดขึ้นทั้งในและนอกราชอาณาจักร ซึ่งความผิดนอกราชอาณาจักรเป็นอำนาจของอัยการสูงสุด ส่วนหน้าที่ของอัยการสำนักคดีอาญา 6 จะรับและรวบรวมสำนวนคดีดังกล่าวส่งให้อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง หรือคำสั่งเป็นประการใด ก็จะส่งกลับมาให้อัยการสำนักคดีอาญา 6 ดำเนินการ ทั้งนี้ อัยการได้นัดให้ผู้ต้องหาทั้งหมดมาฟังคำสั่งคดีอีกครั้ง ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ เวลา 10.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีอุ้มบุญดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม.ร่วมกับ นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ นายกมลสิษฐ์ วงศ์บุตรน้อย ผอ.กองคดี 2 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายอุ้มบุญข้ามชาติของนายเจ้า หราน นายทุนชาวจีน เพิ่มเติมอีก 10 ราย เป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ที่ดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์ 6 ราย กลุ่มนายหน้า 4 ราย โดยตรวจค้นคลินิกและโรงพยาบาลที่มีความเชื่อมโยงในคดี 5 แห่ง

ทั้งนี้ จากการเข้าตรวจค้นในครั้งนั้น เจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือเด็กทารก อายุ 1 เดือน และ 4 เดือนเศษ พร้อมตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีเงินหมุนเวียนกว่า 500 ล้านบาท และทรัพย์สินอื่นๆ รวมกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมทั้งตรวจยึดอุปกรณ์ในการผสมอสุจิกับไข่ และยาที่ใช้ในการกระตุ้นไข่ ต่อมาจึงขยายผลอีกและจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด รวม 23 ราย แต่พบว่ายังหลบหนีอยู่ในต่างประเทศ 1 ราย ซึ่งอัยการได้ยื่นฟ้องผู้ต้องบางส่วนไปแล้ว

ส่วนพฤติกรรมทางคดีของเครือข่ายนี้ พบว่ามีแม่ชาวจีน ที่มีปัญหาตั้งครรภ์ไม่ได้ จะติดต่อผ่านนายหน้าซึ่งมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มคนที่เคยเป็นแม่อุ้มบุญ ผันตัวมาเป็นนายหน้า หรือกลุ่มนายหน้าโดยตรง หาแม่อุ้มบุญ โดยก่อนปี 2558 ยังไม่มีกฎหมายอุ้มบุญ จึงมักมีการลักลอบกระทำการในประเทศไทย แต่เมื่อมีกฎหมายอุ้มบุญ ออกมาแล้ว จึงพากันเดินทางไปฝังตัวอ่อนที่ประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะกลับเข้าประเทศไทย จนครบกำหนดคลอด บางส่วนจะคลอดในไทยก่อนพาเด็กไปส่งยังพ่อแม่ที่ประเทศจีน ขณะที่แม่อุ้มบุญอีกส่วนจะไปคลอดที่จีน แล้วส่งเด็กให้พ่อแม่แล้วถึงบินกลับไทย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top