วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ไปบรรยายพิเศษในหัวข้อ “เกษตรไทย มาตรฐานโลก” ภายในงาน “อาหารไทย อาหารโลก” เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ และได้พูดถึงการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศในฐานะผู้ผลิตอาหารและความพร้อมที่จะเป็นครัวโลกด้วย “อาหารปลอดภัย” ซึ่งนายเฉลิมชัย บอกว่า กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายในการพัฒนาที่สำคัญ คือ การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้ให้กับเกษตรกรในสินค้าเกษตรสําคัญ อาทิ ข้าว ยางพารา มันสําปะหลังปาล์ม อ้อย และข้าวโพด ซึ่งได้มีการดำเนินการแล้วในส่วนของการประกันรายได้เกษตรกรในสินค้าทั้ง 6 รายการ รวมถึงการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เหมาะสม และไม่ก่อให้เกิดภาระทางการเงินการคลังของภาครัฐ การพัฒนาองค์กรเกษตรกรและเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยเพิ่มทักษะการประกอบการและพัฒนาความเชื่อมโยงของกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และสหกรณ์ ในทุกระดับ โดยเฉพาะด้านการตลาดการค้าออนไลน์ ส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร โดยใช้ประโยชน์จากฐานความหลากหลายทางชีวภาพ การลด ละ เลิกใช้ยาปราบศัตรูพืชโดยเร็ว เป็นต้น นอกจากนี้ ปัจจุบันกระทรวงเกษตรฯ ยังได้มีการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (Agritech and Innovation Center) หรือ AIC เพื่อขับเคลื่อนการเกษตรสมัยใหม่ตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ครบแล้วทั้ง 77 จังหวัดด้วย
นายเฉลิมชัยยังพูดถึงเกษตรสมัยใหม่ หรือ “เกษตรทันสมัย” ด้วยว่า เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่ระหว่างการผลักดันให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อเชื่อมโยงกับช่องทางการตลาด “พาณิชย์ทันสมัย” ของกระทรวงพาณิชย์ที่กำลังเร่งดำเนินการเช่นกัน โดยเกษตรทันสมัย นอกจากจะเป็นในรูปแบบเกษตรรวมกลุ่ม เกษตรนวัตกรรม เกษตรปลอดภัย เกษตรแปรรูป เกษตรเทคโนโลยี และเกษตรพอเพียงแล้ว ยังมุ่งเน้นการผลักดันให้เกษตรกรผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับผู้บริโภคทั่วไป สินค้ามาตรฐาน GAP GMP CODEX ฮาลาล และมาตรฐานระหว่างประเทศอื่น ๆ ทั้งมาตรฐานของรัฐและมาตรฐานเอกชนเพื่อการส่งออก และสินค้าพรีเมียม เช่น สินค้า GI ออร์แกนิก นวัตกรรม สตอรี่ แบรนด์ และอื่นๆ ที่เน้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และเพิ่มมูลค่าการส่งออกของประเทศซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรต้นน้ำและภาคส่วนที่เกี่ยวเนื่องมีรายได้ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลในปี 2562 ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรมมูลค่ารวม 1.25 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 16.4% ของการส่งออกสินค้าไทยในภาพรวม ซึ่งแม้ไทยจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ในปีที่ผ่านมาติดอันดับ 11 ของประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลก และเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย ซึ่งในระดับเอเชียเราเป็นรองแค่จีนเท่านั้น ขณะที่มูลค่าตลาดอาหารในประเทศในปี 2562 มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท ดังนั้นภาพรวมตลาดอาหารของไทยทั้งในประเทศและส่งออกในปี 2562 มีมูลค่ารวมมากกว่า 3 ล้านล้านบาท ถือว่ามีศักยภาพสูง และยังมีช่องทางโอกาสอีกมาก และสำหรับห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอาหารของไทย ณ ปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกภาคการเกษตรราว 138 ล้านไร่ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทยที่มีประมาณ 321 ล้านไร่ มีอุตสาหกรรมพื้นฐานกว่า 44,000 แห่ง วิสาหกิจชุมชน 55,000 แห่ง และมีอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มกว่า 54,000 แห่ง ซึ่งสินค้าเกษตรและอาหารของไทยถือมีความโดดเด่นในตลาดโลก หากมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานอาหารปลอดภัย (FoodSafety) ที่เป็นวิถีใหม่ หรือ New Normal ที่ผู้บริโภคทั่วโลกได้ให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัยมากขึ้นก็จะมีส่วนช่วยผลักดันยุทธศาสตร์ “ตลาดนำการผลิต” โดยมุ่งเน้นเรื่องคุณภาพมาตรฐานให้ประสบความสำเร็จ และจะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้าอาหารของไทยหลังจากนี้ได้อีกมาก ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ตลอดซัพพลายเชนต้องผนึกกำลังร่วมมือกันผลักดันให้เกิดผลสำเร็จต่อไป....ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯได้กล่าวไว้
ขุนเกษตรา
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี