วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2569
ดร.จูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า โรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุผลไม้สด ถือเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ หากมีการประยุกต์ใช้มาตรฐานระบบการผลิตที่ดี (Good Manufacturing Practice; GMP) จะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนมาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ คือ GAP และ GMPรวมถึง เมื่อมีการนำระบบตามสอบ (Traceability) มาใช้ในสินค้าเกษตรจะทำให้เกิดการยกระดับการผลิตผักและผลไม้ให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิต สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และทำให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันในตลาดโลก
มกอช. เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการรับรองระบบงานควบคุม กำกับ ดูแล ตรวจสอบสินค้าเกษตรและส่งเสริมเผยแพร่การนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ ในพื้นที่ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ได้สนับสนุนการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเน้นการยกระดับศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินค้าเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยได้จัดทำ “โครงการยกระดับและพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรมาตรฐาน GMP สำหรับโรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุผลไม้สด” ขึ้น เพื่อให้มีความสอดคล้องและเป็นไปตามมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สด (มกษ. 9035-2553) หรือมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่องการปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมผักและผลไม้สด (มกษ. 9047-2560)โดยมีการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกรกลุ่มผู้ผลิตไม้ผลมังคุดแบบเกษตรแปลงใหญ่เพื่อพัฒนาระบบการผลิตโรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุผลไม้สดให้ได้มาตรฐาน มีความพร้อมเพื่อยื่นขอการรับรอง พร้อมทั้ง สร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศได้อย่างยั่งยืน
อาทิ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหาดยาย เป็นการรวมกลุ่มของเกษตรกร ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีสมาชิกของวิสาหกิจชุมชน จำนวน 110 คน เป็นแปลงใหญ่มังคุด 63 คน มีพื้นที่รวมกัน 734 ไร่ โดยมีจุดประสงค์ของการรวมกลุ่ม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการผลิตให้ได้มาตรฐาน ทำให้ได้ราคาของมังคุดดีขึ้น และไม่ถูกกดราคาโดยพ่อค้าคนกลาง แม้ว่าเกษตรกรส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดได้รับการรับรอง GAP แล้ว แต่ติดปัญหา ยังไม่สามารถต่อยอดเรื่องโรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุผลไม้สด ที่ยังไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน จึงไม่สามารถทำการส่งออกได้ เพราะสินค้าที่จะส่งออกต้องได้รับการรับรองตลอดห่วงโซ่ของการผลิต ก็จะทำให้ได้รับสินค้าหรือผลิตผลที่มีคุณภาพแล้วก็ปลอดภัย เพื่อให้ผู้บริโภคและผู้ส่งออกมีความมั่นใจว่าสินค้าที่ออกมาจากโรงรวบรวมผลไม้/โรงคัดบรรจุ ที่ได้การรับรองคุณภาพ
มีความปลอดภัยแน่นอน ซึ่ง มกอช. ได้บูรณาการทำงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความรู้เรื่องมาตรฐาน รวมทั้งส่งเสริมและผลักดันให้เกษตรกรแปลงใหญ่มังคุดเข้ารับการรับรองกับหน่วยตรวจในพื้นที่ เพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานตามที่กำหนด
“โรงรวบรวม/โรงคัดบรรจุผลไม้สด ถือเป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อ หากมีการประยุกต์ใช้มาตรฐานระบบการผลิตที่ดี จะส่งผลให้เกิดการขับเคลื่อนมาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้สินค้าเกษตรเกิดการยกระดับการผลิตผลไม้ให้มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตลอดห่วงโซ่การผลิต สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และขยายโอกาสในการส่งออกสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก รวมทั้งสินค้าที่มีคุณภาพมีความปลอดภัย ได้รับการรับรอง ก็จะสามารถขายในโลกออนไลน์ โดยมกอช. จะมีการผลักดันเข้าสู่ระบบตลาดสินค้าเกษตรออนไลน์ www.DGTFarm.com อีกด้วย”เลขาธิการ มกอช. กล่าว
นางสาวก่อวดี ผลเกลี้ยง ผู้อำนวยการกลุ่มมาตรฐานพืชและผลิตภัณฑ์ สำนักกำหนดมาตรฐาน มกอช. กล่าวว่า การส่งออกมังคุด ปีหนึ่งประมาณ 1,500 ล้านบาท จีนมาอันดับ 1 รองลงมาเป็นญี่ปุ่น อเมริกา เนเธอร์แลนด์ เวียดนาม โดยส่งออกในรูปแบบผลสด และแช่เยือกแข็ง ซึ่งในอนาคตก็จะมีการแปรรูป เช่น อบแห้ง ฟรีซดราย เพราะมีหลายประเทศให้ความสนใจ จึงต้องมีการขยายตลาดไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ มาตรฐานมังคุดมีมาตรฐานอาเซียน ซึ่งอาเซียนก็เป็นอันดับ 1 ในการผลิต หรือมาตรฐานโคเด็กซ์ก็มีมาตรฐาน Codex Standard forMangosteen ฉะนั้นตลาดนอกจากทวีปเอเชีย อาเซียนแล้ว ก็ยังมีทวีปอื่นๆ ดังนั้นเวลาที่จะส่งออกก็จะใช้เกณฑ์หลักของมาตรฐานนี้เป็นตัวนำทาง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี