วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
สถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยายังน่าห่วง อิทธิพลของพายุที่พัดผ่านประเทศไทย เติมน้ำในอ่างฯได้ไม่มากนัก กนช.สั่งให้เร่งจัดทำแผนจัดสรรน้ำคุมวิกฤติแล้ง คาดน้ำต้นทุนไม่เพียงพอสนับสนุนนาปรัง พร้อมสั่งเฝ้าระวังอ่างฯขนาดใหญ่-กลางทั่วประเทศ ปริมาณน้ำต่ำกว่า 30% วอนประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำ
แห่งชาติ (กอนช.)เปิดเผยว่า พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในเรื่องสถานการณ์น้ำโดยรวมของประเทศ เนื่องจากขณะนี้ยังมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางถึง 105 แห่ง จะต้องเฝ้าระวังเนื่องจากมีปริมาณน้ำใช้การน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยเฉพาะน้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลักในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาคือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำที่ใช้การได้ประมาณ 4,500 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) หรือร้อยละ 24 เท่านั้น จึงได้สั่งการในที่ประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนจัดสรรน้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาให้แล้วเสร็จภายในกลางเดือนตุลาคม 2563 เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นำไปใช้บริหารจัดการน้ำ กำหนดมาตรการก่อนเข้าสู่ฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 ต่อไป รวมถึงได้เน้นย้ำให้มีการประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำที่แท้จริงให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจถึงความจำเป็นในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำ และจะต้องใช้น้ำอย่างประหยัด รู้คุณค่า ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำที่มีอยู่ทั่วประเทศ 141,489 แห่ง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวม 42,961 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 52 ของปริมาณการกักเก็บ โดยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่ต้องเฝ้าระวัง ซึ่งมีปริมาณน้ำใช้การได้น้อยกว่า 30% รวม 105 แห่ง เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 13 แห่ง แยกเป็น ภาคเหนือ 4 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 4 แห่ง ภาคตะวันออก 2 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง และภาคตะวันตก 2 แห่ง ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 92 แห่ง แยกเป็น ภาคเหนือ 31 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 38 แห่ง ภาคตะวันออก 9 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่งภาคตะวันตก 10 แห่ง และภาคใต้ 3 แห่ง
ทั้งนี้ กอนช.ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำแหล่งน้ำขนาดใหญ่ 38 แห่ง ในช่วงต้นฤดูแล้งปี 2563/2564 (วันที่ 1 พ.ย.2563) จะมีปริมาณน้ำรวม 42,019 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 59 ของความจุอ่าง โดยภาคตะวันตกมีปริมาณน้ำคาดการณ์ 17,954 ล้าน ลบ.ม. ภาคเหนือ 13,062 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,013 ล้าน ลบ.ม. ภาคใต้ 4,205 ล้าน ลบ.ม. ภาคตะวันออก 1,031 ล้าน ลบ.ม. และภาคกลาง 754 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับแม้ว่าอิทธิพลของพายุที่พัดผ่านประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ประกอบด้วย พายุซินลากูน ร่องมรสุม และพายุโนอึลจะช่วยเติมน้ำให้ 4 เขื่อนหลักรวม 2,600 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น เขื่อนภูมิพล 654 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 1,669 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 159 ล้าน ลบ.ม.และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 118 ล้าน ลบ.ม. แต่เมื่อเทียบกับปริมาณน้ำในระดับกักเก็บของแต่ละเขื่อนแล้วยังอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ ซึ่งกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ(กอนช.) ได้คาดการณ์ว่า เมื่อเริ่มเข้าสู่ฤดูแล้งในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 เขื่อนหลักของลุ่มเจ้าพระยาทั้ง 4 แห่ง ดังกล่าว จะปริมาณน้ำต้นทุนรวมประมาณ 6,270 ล้านลบ.ม.ใกล้เคียงกับปริมาณในปีที่ผ่านมา ซึ่งจะไม่เพียงพอสำหรับการปลูกข้าวในฤดูแล้งหรือทำนาปรัง ดังนั้น จำเป็นต้องวางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งปี 2563/64 อย่างรอบครอบ โดยจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศและการเกษตรกรต่อเนื่องเท่านั้นนอกจากนี้ ยังจะต้องสำรองน้ำส่วนหนึ่งไว้ เพื่อการเตรียมแปลงปลูกพืชช่วงต้นฤดูฝน และใช้ในกรณีฝนทิ้งช่วงในปี 2564 อีกด้วย
“จากมติที่ประชุม กนช.มอบหมายให้คณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ร่วมกับกอนช.จัดทำแผนและมาตรการในการรองรับสถานการณ์ภัยแล้งปี 2563/64 และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เพื่อดำเนินการแก้ปัญหาภัยแล้งให้ทันต่อสถานการณ์ พร้อมทั้งให้หน่วยงานแจ้งประชาสัมพันธ์ให้ภาคประชาชน เกษตรกรและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องรับทราบสถานการณ์น้ำล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา สทนช.ได้มีหนังสือแจ้งหน่วยงานดำเนินการจัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูแล้งปี 2563/64 และให้ส่งกลับมายัง สทนช.ภายในวันที่ 12 ตุลาคม 2563 เพื่อสรุปนำเสนอต่อคณะทำงานอำนวยการภายใต้กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ก่อนเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุบริหารจัดการทรัพยากรน้ำประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม” ดร.สมเกียรติ กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี