วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
เกษตรฯ เข้ม! สั่งทุกหน่วยงานเกาะติดสถานการณ์น้ำ ผ่านวอร์รูมอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งสำรวจความเสียหายในพื้นที่การเกษตร
นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายทองเปลว กองจันทร์) จัดตั้งวอร์รูมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยปัจจุบันในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ ได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีการรับฟังรายงานสถานการณ์ประจำวันจากเกษตรและสหกรณ์จังหวัดและกรมชลประทาน ที่มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจแก้ไขปัญหาอุทกภัยขึ้นทั่วประเทศ พร้อมทั้งดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครองในจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันจัดทำแผนเตรียมความพร้อม ตลอดจนวางแผนปฏิบัติงานในสภาวะวิกฤติ โดยมีการกำหนดพื้นที่ ผู้ปฏิบัติงาน และจัดสรรทรัพยากร เครื่องจักร เครื่องมือ ให้พร้อมเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนได้ในทันที
นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจพื้นที่ความเสียหายหลังน้ำลด ทั้งนี้ หากเกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกพืช มีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละรอบการผลิต ขอให้มาแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบัน หรือหากเป็นเกษตรกรรายใหม่ให้มาขึ้นทะเบียนเกษตรกรได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ณ ที่ตั้งแปลงพร้อมเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ของกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ให้บริการ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรรายเดิมสามารถปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรได้ด้วยตนเองผ่านทางแอปพลิเคชัน Farmbook เพื่อที่เกษตรกรจะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิขอรับการสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ เช่น กรณีการขอรับความช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ในด้านพืช ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
“อย่างไรก็ตาม ศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะติดตามสถานการณ์ปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตรอย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของอุทกภัยและภัยแล้ง ซึ่งจะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้านนายธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านที่ปรึกษาอุทกวิทยา กรมชลประทาน กล่าวเพิ่มเติมว่า จากประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (15 ตุลาคม 2563) พายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 1 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว บริเวณแขวงหัวพัน ประเทศลาว โดยพายุนี้จะทำให้บริเวณภาคเหนือด้านตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น ซึ่งอิทธิพลพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่งผลให้เกิดอุทกภัย น้ำไหลหลาก น้ำเอ่อล้นตลิ่ง และวาตภัย ช่วงวันที่ 7 ต.ค.63 - ปัจจุบัน จำนวน 14 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดร้อยเอ็ด นครราชสีมา ชัยนาท เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ กาญจนบุรี ราชบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง สระแก้ว พังงา ตรัง และจังหวัดสตูล สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว 8 จังหวัด ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์ 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ตรัง และจังหวัดสตูล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี