วันพุธ ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569
ชาวอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ นิมนต์พระสงฆ์กว่า 100 รูป ทำบุญครั้งใหญ่ปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเรียกขวัญผู้ประสบภัยหลังเจอเหตุการณ์รถน้ำมันระเบิดไฟลุกลามเผาวอดบ้านเรือน ร้านค้า 19 คูหา รถยนต์ จยย.อีก 8 คัน ชาวบ้านเชื่อเป็นอุบัติเหตุไม่ใช่อาเพศ ขณะผู้เสียหายวอนบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชดเชยเยียวยา หลังเหตุการณ์ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์ ยังไม่สามารถเปิดค้าขายได้เดือดร้อนขาดรายได้
จากกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงประมาณ 40,000 ลิตร พุ่งชนรถพ่วง 18 ล้อ บรรทุกสินค้าเบ็ดเตล็ด ขณะจอดติดไฟแดงที่บริเวณสี่แยกเทศบาลตำบลหนองกี่ อำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์ เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. คืนวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นก่อนจะมีเปลวไฟลุกท่วมรถทั้งสองคัน ทั้งมีน้ำมันยังรั่วไหลไปตามพื้นถนน และท่อระบายน้ำ ทำให้เกิดเปลวไฟลุกลามไหม้อาคาร บ้านเรือน ร้านค้าของประชาชนที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้รับความเสียหายถึง 19 คูหา ทั้งยังไหม้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ใกล้จุดเกิดเหตุเสียหายอีกจำนวน 8 คัน จนคล้ายกับทะเลเพลิง และจนถึงขณะนี้บางร้านที่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลังยังไม่สามารถเปิดค้าขายได้ เนื่องจากทางบริษัท และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ได้สรุปความเสียหาย และการชดใช้เยียวยาที่ชัดเจน
.jpg)
.jpg)
ล่าสุด หน่วยงานราชการคณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหนองกี่ ภาคเอกชน และพ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอหนองกี่ ได้ร่วมกันทำบุญครั้งใหญ่ที่บริเวณศาลเจ้าพ่อหนองกี่ เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเป็นการเรียกขวัญกำลังใจให้กับผู้ประสบภัย และชาวอำเภอหนองกี่ หลังจากเจอเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดน้ำมันรั่วไหลจนเกิดไฟลุกลามไหม้อาคาร บ้านเรือน ร้านค้าและรถยนต์เสียหายจำนวนมากซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวหนองกี่เป็นอย่างมาก
โดยการทำพิธีในวันนี้ได้นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป สวดถอดถอนปัดเป่าสิ่งไม่ดี บริเวณจุดเกิดเหตุ จากนั้นได้นิมนต์พระสงฆ์อีกจำนวน 112 รูป ให้ประชาชนร่วมทำบุญตักบาตร สวดเสริมสิริมงคลและเรียกขวัญตามประเพณีความเชื่ออีกด้วย
น.ส.ชินรัตน์ พันสัมฤทธิ์ อายุ 40 ปี คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อหนองกี่ กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุร้ายแรงในอำเภอขึ้นตนพร้อมคณะกรรมการ รวมถึงพี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองกี่ และหัวหน้าส่วนราชการ ก็ได้มีมติร่วมกันจัดทำบุญครั้งใหญ่ขึ้นในวันนี้ เพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีและเรียกขวัญกำลังใจทั้งผู้ประสบเหตุและประชาชนชาวหนองกี่ด้วย
ขณะที่ น.ส.อังศิริ พัฒนพงษ์ไพบูลย์ อายุ46 ปี ประชาชนชาวอำเภอหนองกี่ เชื่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุไม่ได้เกิดจากอาเพศอะไร ในฐานะชาว อ.หนองกี่ ก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งรุนแรงแบบนี้มาก่อน แต่พอมีการทำบุญในวันนี้ก็รู้สึกดีและเชื่อว่าหลังจากทำบุญแล้วจะพบเจอแต่สิ่งดีๆ
ด้านนายวุฒิพันธ์ แซ่ปึง อายุ 50 ปี เจ้าของร้านเครื่องเขียน หนึ่งในร้านที่ถูกไฟไหม้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว บอกว่า หลังเกิดเหตุจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการจ่ายเงินชดใช้เยียวยาให้กับผู้เสียหาย ทำให้ผู้ประสบภัยโดยเฉพาะร้านที่ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด ยังไม่สามารถเปิดทำการค้าขายได้ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนขาดรายได้ ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐ หรือทางบริษัทได้เร่งดำเนินการสรุปความเสียหายและจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับผู้ประสบภัยโดยเร็วด้วย จะได้เปิดร้านทำการค้าขายได้ตามปกติเหมือนเดิม เพราะนอกจากความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว ยังเสียโอกาสขาดรายได้อีกด้วย
ขวัญชัย หาญประโคน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี