เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 พล.อ.วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือร่วมกับ นายวทัญญู ทิพยมณฑา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายเมธี มั่นคง ผู้อำนวยการสำนักสอบสวน 1 และคณะร่วมประชุมหารือกับ นายพินิจ แก้วจิตคงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย สำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา สำนักงานประมงจังหวัดพะเยา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่พะเยา อำเภอเมืองพะเยา พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการตามคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีปัญหาการออกโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชนบริเวณกว๊านพะเยา ตำบลบ้านสาง อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา โดยพื้นที่ดังกล่าวคาบเกี่ยวแนวเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ดินดังกล่าวคาบเกี่ยวแนวเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482 โดยผู้ร้องเรียนได้กล่าวอ้างว่า ที่ดินกว๊านพะเยาตามพระราชกฤษฎีกาฯ มีเจตนารมณ์เพื่อใช้เป็นที่กักเก็บน้ำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ โดยมีแนวเขตตามแผนที่แนบท้าย ซึ่งกำหนดขอบเขตกว๊านพะเยาไว้เพียงรูปแปลง แต่ไม่ได้มีการรังวัดจริง ต่อมาเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2540 ได้มีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เลขที่ พย 0149 เนื้อที่ประมาณ 12,831 ไร่เศษ โดยกรมประมงได้มีหนังสือยืนยันถึงการใช้ประโยชน์ที่ดินกว๊านพะเยาภายในขอบเขตพื้นที่ตาม น.ส.ล.ดังกล่าว ซึ่งทำให้ประชาชนเข้าใจว่า แนวเขตกว๊านพะเยา คือแนวเขตตาม น.ส.ล. ต่อมา สำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยาได้จัดทำรูปแผนที่แนวเขตกว๊านพะเยาโดยใช้วิธีครอบรูปจากแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ โดยได้รวมบริเวณที่ดินที่ประชาชนมีเอกสารสิทธิและพื้นที่ทำการเกษตรด้วย จึงทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน
พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอนำส่งให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ จังหวัดพะเยา (กบร.จังหวัดพะเยา) หากได้ข้อยุติเรื่องแนวเขตกว๊านพะเยา ซึ่งปัจจุบันมีคำขอออกโฉนดที่ดินเฉพาะรายที่จะต้องนำเข้า กบร.จังหวัดพะเยา เพื่อพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน จำนวน 83 ราย ซึ่งยังไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้จนกว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อยุติเรื่องแนวเขตกว๊านพะเยา ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4,000 (One Map) ระดับภาค
พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า จากการที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482 และพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในบริเวณที่จะเวนคืนในท้องที่อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482 มีเจตนารมณ์เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ และได้เคยมีการครอบรูปแผนที่ใช้ค่าพิกัดมีเนื้อที่คร่าวๆ ประมาณ 16,612 ไร่เศษ แต่ไม่อาจสำรวจเพื่อปักหมุดได้ เนื่องจากมีราษฎรเข้าอยู่อาศัยและทำประโยชน์ในพื้นที่ ยากต่อการชี้แนวเขตของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2540 กรมประมงได้มีการสำรวจรังวัดและยืนยันการใช้ประโยชน์ โดยได้ออก น.ส.ล.จำนวนเนื้อที่ 12,831 ไร่เศษ โดยได้มีการลงหลักปักหมุดแสดงแนวเขตเรียบร้อย ดังนั้นผู้ตรวจการแผ่นดิน จึงมีมติดังนี้
1. ให้ใช้แนวเขต น.ส.ล.ของกรมประมง เป็นแนวเขตเพื่อใช้ในการบำรุงรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ ตามเจตนารมณ์ของพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482 และให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ดำเนินการแก้ไขแนวเขตตามพระราชกฤษฎีกาฯ ดังกล่าว ให้ถูกต้องต่อไป
2. สำหรับพื้นที่ที่กันออกจากพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482 จำนวน 3,000 ไร่เศษ ให้กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการขอถอนสภาพการใช้ประโยชน์เพื่อบำรุงรักษาพืชพันธุ์สัตว์น้ำ และส่งมอบพื้นที่ให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เพื่อจัดให้ประชาชนเช่าทำประโยชน์ ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
3. สำหรับประชาชนที่มีหลักฐานการครอบครองที่ดิน หรือมีเอกสารสิทธิโดยชอบ ให้สำนักงานที่ดินจังหวัดพะเยา ดำเนินการรับรองสิทธิหรือออกหลักฐานเอกสารสิทธิตามกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของประชาชน
4. ให้จังหวัดพะเยารับเรื่องของผู้ร้องเรียนและราษฎรรายอื่นที่ยื่นคำขอออกโฉนดที่ดินไว้แล้ว นำเข้าพิสูจน์สิทธิใน กบร.จังหวัดพะเยา ดำเนินการตามระเบียบฯและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนะให้จังหวัดจัดให้มีการประชุม กบร.จังหวัด เป็นประจำทุกเดือน อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และให้รายงานผลการพิจารณาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดิน ทั้งนี้ หากไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอแนะได้ตามกำหนดเวลาข้างต้น ให้แจ้งต่อผู้ตรวจการแผ่นดินทราบก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวด้วย
พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า เรื่องการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน เพื่อลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานของรัฐกับราษฎรที่อยู่ในบริเวณกว๊านพะเยา หากได้ความชัดเจนเกี่ยวกับแนวเขตพื้นที่กว๊านพะเยาตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา อำเภอพะเยา จังหวัดเชียงราย พุทธศักราช 2482 แล้ว จะทำให้ทราบถึงพื้นที่ที่อยู่นอกเขต น.ส.ล.แต่อยู่ในแนวเขตตามพระราชกฤษฎีกาฯ ซึ่งหากกรมประมงยืนยันการใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณกว๊านพะเยา ภายในขอบเขตพื้นที่ตาม น.ส.ล.ก็ควรมีการแก้ไขปรับปรุงแนวเขตพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตต์หวงห้ามที่ดินบริเวณกว๊านพะเยาฯพุทธศักราช 2482 เพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ที่กำหนดเขตหวงห้ามที่ดินบริเวณดังกล่าวไว้เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาพันธุ์สัตว์น้ำ โดยให้กรมธนารักษ์และกรมประมงเป็นผู้ร่วมชี้แนวเขตดังกล่าว และให้รัฐโดยหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ดำเนินการที่ดินส่วนที่เหลือให้เป็นไปตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี