รมว.ยุติธรรม เปิดปฏิบัติการ "ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด"ส่งชุดปฏิบัติลงพื้นที่ 15 จุด ทลาย 7 เครือข่าย ยึดกว่า 15 ล้านบาท รอขยายผลโยงเครือข่ายอื่นต่อ
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ธ.ค.63 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ถนนดินแดง กทม. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตร. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายอุทัย สินมา อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมสรรพากร กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานเสนาธิการทหารบก ร่วมเปิดปฏิบัติการยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ ตัดวงจรยาเสพติด ครั้งที่ 7/2563 โดยร่วมผนึกกำลังเครือข่ายปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดในพื้นที่ 15 จุดทั่วประเทศ โดยมีการวีดีโอคอนเฟอร์เร็นซ์รายงานผลปฏิบัติการและการเข้าจับกุมเครือข่ายเป้าหมายจากเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจากทุกพื้นที่

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า การเปิดยุทธการกวาดล้างยาเสพติดในวันนี้เป็นครั้งที่ 7 ของปี 2563 ซึ่งมีการตรวจค้นพื้นที่ 6 จังหวัด มี 7 เครือข่าย ผู้ต้องสงสัย 14 ราย ซึ่งวันนี้ชุดปฏิบัติการได้ลงพื้นที่ตรวจค้น 15 จุด โดยจังหวัดที่ตรวจค้นมากที่สุดคือ จ.ขอนแก่น มี 7 จุด รองลงมาคือ จ..ปราจีนบุรี 3 จุด ซึ่งเชื่อมโยงถึง จ.ฉะเซิงเทรา 1 จุด และยังมีที่ จ.อุบลราชธานี 2 จุด จ.นนทบุรี 1 จุด และที่จ.ชลบุรี 1 จุด โดยได้ตรวจยึดกัญชาจากพัสดุไปรษณีย์ จากนั้นได้ดำเนินกรออกหมายจับนายสตีเว่น คาร์เซนตี้ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้รับพัสดุ โดยขณะนี้สามารถออกหมายยึดทรัพย์ทรัพย์สินรวม 15 ล้านบาทเศษแล้ว ซึ่งจะมีการสรุปยอดรวมอีกครั้งหลังจบปฏิบัติการ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้ง ป.ป.ส. ตำรวจ กรมสรรพากร และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพราะมีเรื่องของกฎหมายอื่นเข้ามาด้วย เช่น กฎหมายภาษี กฎหมายการฟอกเงิน ทั้งนี้ เนื่องจากหากคดีไม่สามารถดำเนินการทางอาญาได้ ก็ต้องดูในเรื่องของภาษี และเงินว่าได้มาอย่างไรมีที่มาที่ไปถูกต้องหรือไม่ เพราะการจับเม็ดยาอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เครือข่ายยาเสพติดล่มสลายได้ และที่ผ่านมาการบุกจับเม็ดยาเจ้าหน้าที่ต้องเสี่ยงอันตรายมาก แต่การสืบสวนขยายผลมีอันตรายที่น้อยกว่าและได้ผลที่ดีกว่า แต่เราก็ต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพด้วยโดยเฉพาะประมวลกฎหมายยาเสพติดที่คาดว่าอีกไม่นานก็คงจะเรียบร้อย ทั้งนี้ การจับกุมเครือข่ายไม่ได้จบแค่ในวันนี้ แต่เราสามารถสาวลึกลงไปถึงเครือข่ายอื่นๆได้อีกในวันข้างหน้า วันนี้เครือข่ายอาจไม่ใหญ่มากแต่หากปล่อยไว้ก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นเครือข่ายใหญ่ที่น่ากลัว ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่งเราต้องใช้แนวทางขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย เพื่อให้ดำเนินการปราบปรามยาเสพติดได้โดยเร็ว และการยึดทรัพย์ตัวเลขการยึดควรสมดุลกับการผลิตซึ่งเป้าหมาย 6,000 ล้านบาท

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี