546.jpg
คืนสุดท้าย! ก่อน‘กทม.’ปิดจุดเสี่ยงสกัดโควิดระลอก2 ปชช.หวั่นล็อกดาวน์ยาว

คืนสุดท้าย! ก่อน‘กทม.’ปิดจุดเสี่ยงสกัดโควิดระลอก2 ปชช.หวั่นล็อกดาวน์ยาว

วันเสาร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2564, 02.30 น.

คืนสุดท้ายก่อน‘กทม.’ปิดจุดเสี่ยงสกัดโควิดระลอก2 ปชช.หวั่นล็อกดาวน์ยาว-ไร้เยียวยา-กระทบรายได้

2 ม.ค. 2564 จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 ซึ่งทำให้ทางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ต้องกลับมาใช้ยาแรงเกือบเท่าเมื่อช่วงเดือน มี.ค. 2563 ที่เป็นการระบาดระลอกแรกอีกครั้ง นั่นคือการสั่งปิดสถานที่เสี่ยงหลายแห่ง โดยจะแตกต่างกับครั้งก่อนอยู่บ้างคือยังไม่ปิดห้างสรรพสินค้า และยังไม่กำหนดให้ร้านอาหารขายได้เฉพาะซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านเท่านั้น แต่ก็ทำให้ประชาชนกังวลอยู่ไม่น้อยในแง่ของเศรษฐกิจโดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยว-บริการ ที่กำลังจะเริ่มฟื้นตัวกลับต้องชะงักอีกหน


ค่ำวันที่ 1 ม.ค. 2564 หรือราตรีสุดท้ายก่อนที่คำสั่งของ กทม. จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 2 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป ผู้สื่อข่าวตระเวนเก็บภาพบรรยากาศของย่านท่องเที่ยวต่างๆ ไล่ตั้งแต่ “ซอยนานา (สุขุมวิท ซ.4)” เวลาประมาณ 21.00 น. พบว่าค่อนข้างเงียบเหงา แทบไม่มีนักท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง เล่าว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2563 ที่สถานบันเทิงกลับมาเปิดได้หลังการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกแรกซาลง นักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มากนักเพราะชาวต่างชาติยังไม่กลับมา ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สกัดโควิด! กทม.สั่งปิดสถานที่ชั่วคราวมีผล 2 ม.ค.นี้เป็นต้นไป

 

 

กระทั่งเมื่อมีข่าวการระบาดในระลอก 2 เห็นได้ชัดว่าในช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ แทบไม่มีผู้คนมาใช้บริการ และไม่มั่นใจว่า กทม. จะปิดสถานบันเทิงเพียง 14 วันหรือไม่ เพราะการระบาดเกิดขึ้นรวดเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งจะคล้ายกับการระบาดระลอกแรกที่สุดท้ายต้องล็อกดาวน์ต่อเนื่องยาวนาน สอดคล้องกับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างบริเวณเดียวกัน ที่เล่าว่า คืนวันที่ 31 ธ.ค. 2563 ต่อเข้าวันที่ 1 ม.ค. 2564 ที่เป็นคืนเคาท์ดาวน์ บรรยากาศก็เงียบเหงาอย่างมาก และทำใจไว้แล้วว่าเมื่อ กทม. สั่งปิดสถานบันเทิง ผลกระทบเกิดขึ้นแน่นอนเพราะลูกค้าที่ใช้บริการ จยย.รับจ้าง ก็จะหายไปด้วย

จากนั้นเวลาประมาณ 21.50 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ย่านพัฒน์พงศ์-สีลม บรรยากาศไม่ต่างจากย่านนานา-สุขุมวิท นักท่องเที่ยวบางตา อาคารหลายแห่งปิดไฟมืด หญิงวัยกลางคนรายหนึ่งที่ดูแลหนึ่งในสถานบันเทิงที่ยังเปิดทำการ เล่าว่า พัฒน์พงศ์ไม่เคยเงียบเช่นนี้กระทั่งการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในช่วงที่เริ่มคลายล็อกดาวน์รอบแรก วันที่ 1 ก.ค. 2563 หลังจากนั้นก็ค่อยๆ มีลูกค้าบ้าง กระทั่งวันที่ 28 ธ.ค. 2563 ที่เริ่มมีข่าวการระบาดระลอก 2 ก็เริ่มเห็นชัดว่านักท่องเที่ยวหายไปเกือบหมด และกังวลอย่างมากกับรายได้ที่หายไปเมื่อต้องปิดลงตามคำสั่ง กทม.

 

 

เช่นเดียวกับพ่อค้าแม่ค้าขายเสื้อผ้า ตลอดจนคนขับแท็กซี่-วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างในย่านดังกล่าว ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าการปิดสถานบันเทิงรอบนี้จะซ้ำรอยรอบก่อนที่ กทม. ตอนแรกประกาศปิดเพียง 14 วัน คือ 16-31 มี.ค. 2563 แต่สุดท้ายกลายเป็นการปิดยาวนานกว่า 3 เดือน แน่นอนว่ากระทบอย่างมากเป็นลูกโซ่มาถึงคนหลากหลายอาชีพ โดยเฉพาะผู้ที่มีภาระครอบครัวต้องดูแล และไม่มั่นใจว่ารอบนี้รัฐบาลจะมีงบประมาณทำโครงการเยียวยา 5,000 บาท หรือเราไม่ทิ้งกัน แบบการล็อกดาวน์ครั้งก่อนหรือไม่

ปิดท้ายที่บริเวณถนนข้าวสาร เวลาประมาณ 23.00 น. ซึ่งบรรยากาศตรงข้ามกับ 2 ย่านข้างต้น สถานบันเทิงหลายแห่งยังเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมาสังสรรค์อย่างคึกคัก ถึงกระนั้นคนทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น พ่อค้าแม่ค้าอาหารแผงลอยหรือสตรีทฟู้ด รวมถึงคนขับรถสามล้อเครื่องหรือตุ๊กตุ๊ก ก็ยังไม่รู้ว่าชะตากรรมของตนเองจะเป็นอย่างไรต่อไปหลัง กทม. มีคำสั่งปิดสถานบันเทิง โดยขอประเมินสถานการณ์ก่อน

 

 

คนขับรถสามล้อเครื่องรายหนึ่งที่วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร 2 จุดหลักคือย่านถนนข้าวสาร กับคลองโอ่งอ่างที่ปัจจุบัน กทม. ปรับภูมิทัศน์ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ เปิดเผยว่า ก่อนหน้าจะมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 2 คนมีรายได้จากการวิ่งรับ-ส่งผู้โดยสาร 2 จุดนี้รวมกันเฉลี่ยวันละ 500-700 บาท ก็ยังพออยู่ได้บ้าง กระทั่งเมื่อมีข่าวการระบาดระลอง 2 สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือผู้โดยสารบริเวณคลองโอ่งอ่างหายไป ส่วนโครงการเราไม่ทิ้งกันช่วงล็อกดาวน์รอบแรกนั้นตนไม่ได้เข้าร่วมเพราะไม่มีมือถือสมาร์ทโฟน และบ้านที่ต่างจังหวัดไม่มีอินเตอร์เน็ต

ด้านแม่ค้าขายลูกชิ้นปิ้ง-น้ำผลไม้ปั่น เล่าว่า นับตั้งแต่เริ่มคลายล็อกดาวน์รอบแรก วันที่ 1 ก.ค. 2563 สิ่งที่เห็นคือน้ำผลไม้ปั่นขายไม่ดีเหมือนช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ระบาด แต่ลูกชิ้นปิ้งยังขายได้ จึงไม่ค่อยกระทบมากนัก ส่วนการปิดสถานบันเทิงรอบล่าสุดของ กทม. เบื้องต้นยังต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน เพราะอาหารแผงลอยยังคงขายได้ไม่มีการห้ามแต่อย่างใด

 

 

ทั้งนี้ กทม. ได้ออกประกาศสั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราวฉบับที่ 15 ปิดสถานบันเทิงรวมถึงสถานที่อีกหลายแห่ง มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. 2564  จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ยกเว้นอาคารสถานที่ ของโรงเรียน สถาบันกวดวิชา และสถาบันการศึกษาทุกประเภท ให้มีผลจนถึงวันที่ 17 ม.ค. 2564 เพื่อยกระดับความเข้มข้น การควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ส่วนกิจการประเภทอื่น ๆ เช่น ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีก  หาบเร่ แผงลอย ห้างสรรพสินค้า ศูนย์แสดงสินค้า ห้องประชุมในโรงแรม หรือศูนย์ประชุม ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ สวนสาธารณะ ยังเปิดให้บริการปกติ แต่ต้องปฎิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรค เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top