วันอาทิตย์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน หารือร่วมกับ ดร.นักสิทธ์ ศักดาพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสตรี จาก United Nations Thailand (UN Thailand) และคณะ ในประเด็นบทบาทภาคเอกชนกับการป้องกันโควิด-19 ในกลุ่มสตรี กลุ่มเปราะบาง และแรงงานข้ามชาติ รวมถึงความร่วมมือด้านการส่งเสริมอาชีพในแต่ละกลุ่ม

โดย รมช.แรงงาน กล่าวถึงภารกิจด้านการพัฒนาทักษะฝีมือที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน ได้ดำเนินการ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วน คือ การสร้างแรงงานให้มีคุณภาพ ให้มีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน เพื่อรองรับอุตสาหกรรม S-Curve โดยมีคณะอนุกรรมการที่คัดเลือกจากหลายหน่วยงานเข้าร่วมเป็นคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนงานดังกล่าว
รมช.แรงงาน กล่าวว่า ส่วนที่ 2 คือ การยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงาน ซึ่ง (กพร.) เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมเพื่อ up-skill re-skill และทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เพื่อให้สามารถมีรายได้ที่สูงขึ้นตามมาตรฐานฝีมือ ส่วนที่ 3 คือ การให้โอกาสกับกลุ่มเปราะบาง แรงงานสตรี คนพิการ เพื่อให้กับกลุ่มเหล่านี้มีโอกาสเข้าถึงอาชีพเท่าเทียมกับกลุ่มอื่น นอกจากนี้ยังรวมถึงการฝึกทักษะให้กับผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยหนึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้คือกลุ่มสตรีที่อยากมีอาชีพเสริม

รมช.แรงงาน กล่าวต่อว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อแรงงานเป็นอย่างมาก ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่า กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นกลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แรงงานสตรีจะมีการรวมกลุ่ม ทำผลิตภัณฑ์จำหน่ายในชุมชนอยู่แล้ว ซึ่ง กพร. จะเข้าไปต่อยอดองค์ความรู้ให้ เนื่องจากมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานครบทุกจังหวัด โดยใช้กลไกการเชื่อมโยงผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดกับแรงงานจังหวัด เพื่อทำงานบูรณาการได้ง่ายขึ้น อีกทั้ง ได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน เช่น บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ฝึกอบรมการติดตั้งระบบส่งสัญญาณโทรคมนาคมในระบบ 4G และ 5G ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.หรือ ETDA) อบรมให้แรงงานมีความรู้ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Commerce เป็นต้น จึงสามารถช่วยให้แรงงานในแต่ละพื้นที่ ได้รับโอกาสพัฒนาทักษะที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น และจะมีการจัดตั้งสถาบันพัฒนากำลังคนในอุตสาหกรรมดิจิทัล (DIDA) หาก UN เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะ จะสามารถช่วยเหลือกลุ่มแรงงานสตรีได้ เนื่องจากแรงงานสตรี จะเป็น
กลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ หากมีการเลิกจ้างงาน
ด้าน ดร.นักสิทธิ์ ศักดาพัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสตรี จาก United Nations Thailand (UN Thailand) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีนี้ มีโครงการใหญ่ 2 โครงการ เพื่อสนับสนุนสตรีที่อยู่ในต่างจังหวัดให้ทำธุรกิจของตนเอง โดยเน้นกลุ่มแม่เลี้ยงเดี่ยวและเกษตรกรที่เป็นผู้หญิง เนื่องจากกลุ่มนี้เป็น
กลุ่มที่เข้าถึงเทคโนโลยียาก จึงจะพยายามให้มีการฝึกการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดและเชื่อมโยงการกระจายสู่ตลาด เนื่องจากมองว่าหากเขาเห็นช่องทางการตลาดจะสามารถต่อยอดได้ด้วยตัวเอง โดยที่มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาสนับสนุน เชื่อมโยงตลาดให้ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะช่วยให้กลุ่มสตรีดังกล่าวสามารถทำผลิตภัณฑ์ขึ้นมาและกระจายผ่านช่องทางที่ UN ประสานงานให้ ทั้งนี้เพื่อช่วยเหลือสตรีให้รอดพ้นจากวิกฤตโควิดอีกทางหนึ่ง


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี