วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เสี่ยหนุ่มเจ้าของร้านทำเบาะหึงโหดระแวงเมียสาวสวยที่เพิ่งแต่งงานกันไม่ถึง 5 เดือนปันใจให้ชายอื่นบึ่งรถจากระยองมาเคลียร์ปัญหาถึงบ้านฝ่ายหญิงที่บุรีรัมย์ คุยกันไม่ถึง 10 นาที ฝ่ายชายชักปืนกระหน่ำยิงภรรยา 4 นัด ดับคาบ้าน ต่อหน้าแม่ยายและลูกติดภรรยา วัย 4 ขวบ ก่อนหลบหนีไม่ถึงชั่วโมงถูก ตร.สกัดจับได้ขณะขับฟอร์จูนเนอร์ผ่านถนนหน้าโรงพัก พร้อมปืนที่ใช้ก่อเหตุ คาดไม่รู้เส้นทาง
16 กุมภาพันธ์ 2564 ร.ต.อ.วีระชน ปรากฎมาก รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่บ้านเลขที่ 111 ม.7 ต.กันทรารมย์ อ.กระสัง จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น พร้อมประสานแพทย์เวรฯ โรงพยาบาลกระสัง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ
จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการ สภ.กระสัง ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ จุดเกิดเหตุเป็นชั้นล่างบริเวณหน้าทีวี พบศพน้องกี้ (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี นอนหงายเสียชีวิตในสภาพเลือดท่วมตัว จากการตรวจสอบสภาพศพเบื้องต้น ถูกกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณชายโครงทั้งสองข้าง และตามลำตัวรวม 4 นัด ทั้งพบปลอกกระสุนปืนกล็อก 19 ขนาด 9 มม. ตกกระจายเกลื่อนจุดเกิดเหตุ จำนวน 4 ปลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
%20(1).jpg)
ขณะที่นางแต๋ว (สงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี แม่ผู้เสียชีวิต ซึ่งเห็นเหตุการณ์ลูกสาวถูกยิงเสียชีวิตต่อหน้าต่อตาก็ถึงกับเป็นลมล้มพับ เพื่อนบ้านต้องช่วยกันปฐมพยาบาล และประคองตัวออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะกลัวจะช็อกหมดสติ โดยนางแต๋ว (สงวนนามสกุล) ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ว่า คนที่ก่อเหตุยิงลูกสาวไม่ใช่ใครอื่นคนไกลคือนายสุริชัย อังกูรเจริญพร อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเสี่ยเจ้าของร้านรับทำเบาะจังหวัดระยอง และเป็นลูกเขยของตัวเองที่เป็นคนลั่นไกยิงลูกสาวเสียชีวิต
จากนั้น พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผู้กำกับการ สภ.กระสัง จึงได้สั่งการให้ตั้งจุดสกัดทุกเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี กระทั่งเวลาประมาณ 21.00 น. หลังเกิดเหตุเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง ก็สามารถสกัดจับตัวนายสุริชัย ผู้ก่อเหตุได้ขณะขับรถยนต์ ยี่ห้อ โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ทะเบียน 3กช -2020 กทม. ผ่านมาทางถนนหน้าโรงพักเพื่อจะหลบหนี พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุอยู่บริเวณที่วางเท้าภายในรถ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้ควบคุมตัวนายสุริชัย ไปสอบสวนที่โรงพัก
ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นนายสุริชัย ก็ยอมรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุยิงภรรยาของตัวเองจริงเนื่องจากระแวงว่าภรรยาจะปันใจให้ชายอื่นจนเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันรุนแรง จึงโมโหแล้วชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วยออกมากระหน่ำยิงภรรยาจนเสียชีวิต
สอบถามนายประยูร (สงวนนามสกุล) พ่อผู้เสียชีวิต เล่าว่า หลังจากลูกสาวเลิกรากับสามีเก่าประมาณปีกว่า ก็มาคบหากับนายสุริชัย ผู้ก่อเหตุ และเพิ่งจะแต่งงานกันเมื่อปลายเดือน ต.ค.2563 ที่ผ่านมา หลังแต่งงานลูกสาวก็ไปอยู่กับกินกับนายสุริยาที่จ.ระยอง โดยช่วงที่อยู่กับสามีลูกสาวก็จะโทรศัพท์มาบอกแม่ว่ามีปากเสียงกับนายสุริชัย บ่อยครั้ง เพราะนายสุริชัย เป็นคนขี้หึงชอบระแวงว่าลูกสาวตนเองจะนอกใจ แต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานายสุริชัย ลูกเขยก็เดินทางมาที่บ้านพร้อมกันลูกสาวตัวเอง มาอยู่ประมาณ 1 อาทิตย์ นายสุริยา ก็กลับไปทำงานที่ จ.ระยอง ส่วนลูกสาวก็อยู่บ้านต่อไม่ได้ไปด้วย
กระทั่งก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง นายสุริยา ลูกเขยก็ขับรถมาที่บ้านโดยที่ไม่บอกให้ใครรู้ บอกว่าจะมาเคลียร์ปัญหากับ น.ส.จันทร์จิรา ตนจึงปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันแต่ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกัน ผ่านไปประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัดตกใจมาก จึงรีบวิ่งมาดูก็เห็นลูกสาวนอนเสียชีวิตจมกองเลือดแล้ว ส่วนลูกเขยก็ขับรถหลบหนี
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนรับไม่ได้และไม่ให้อภัยนายสุริชัยอย่างเด็ดขาดเพราะฆ่าลูกสาวตนเองอย่างโหดเหี้ยม กระหน่ำยิงตั้งหลายนัดทั้งที่ไม่มีทางสู้ แถมก่อเหตุต่อหน้าแม่ยาย และลูกสาวติดภรรยา วัยเพียง 4 ขวบโดยไม่สะทกสะท้านเลย ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ตั้งข้อหานายสุรชัย 2 ข้อหา “ฆ่าคนตายโดยเจตนา , มีอาวุธปืนไว้ในความครอบครัวโดยผิดกฎหมาย”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี