546.jpg
บิ๊กกรมน้ำฯเผยพบ ปชช.เป็นโรคนอนไม่หลับพอดื่มน้ำแร่โซดาหลับลึกตื่นขึ้นมาสุดสดชื่น

บิ๊กกรมน้ำฯเผยพบ ปชช.เป็นโรคนอนไม่หลับพอดื่มน้ำแร่โซดาหลับลึกตื่นขึ้นมาสุดสดชื่น

วันเสาร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2564, 17.32 น.

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล อาศัยช่วงวันหยุดลงพื้นที่น้ำพุโซดา ร่วมแจกน้ำให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วยตนเอง พร้อมทดลองดื่มอีกครั้ง ยันรสชาติยังซ่าคล้ายโซดาเหมือนเดิม เผยพบประชาชนเป็นโรคนอนไม่หลับ แต่หลังจากดื่มน้ำแร่โซดาเข้าไปแล้วกลายเป็นหลับลึกตื่นขึ้นมาสุดสดชื่น ต้องมารับทุกวัน แต่ขอให้ดื่มได้เพียงวันละ 500 ซีซีเท่านั้น ขณะที่นักท่องเที่ยวแน่นเหมือนเดิม

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 13 มี.ค.64 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้อาศัยวันหยุดราชการเดินทางมาที่บ่อพุโซดาบาดาล ต.ห้วยกระเจา อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่พร้อมทั้งพบปะพูดคุยรวมทั้งร่วมลงมือแจกจ่ายน้ำแร่พุโซดาที่ผ่านการกรองได้มาตรฐานน้ำดื่มให้กับประชาชนด้วยตนเอง โดยในวันนี้ คาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทยอยเดินทางมาตลอดทั้งวันไม่ต่ำกว่า 5,000 คน


นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยภายหลังว่า ขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับพุโซดาบาดาลต่อไปนั้นขณะนี้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ประสานกับทางนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้งนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) กาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยั่งยืน ส่วนน้ำพุโซดาคนต้องปล่อยให้คงอยู่เช่นนี้ตามเดิมเพื่อให้ประชาชนในชุมชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันในเรื่องของการท่องเที่ยวซึ่งประชาชนทุกคนสามารถเดินทางมารับน้ำแร่ที่ผ่านการกรองที่ได้มาตรฐานน้ำดื่มไปดื่มได้ทุกวัน แต่ขอให้ดื่มได้เพียงวันละ 500 ซีซีเท่านั้น

 

 

"วันนี้ผมก็ได้ทดลองดื่มอีกครั้งหนึ่งปรากฏรสซ่าเหมือนโซดาจริงๆ ไม่มีเปลี่ยน ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้นำรถโมบายรวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ประจำกรมฯ มาประจำเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำทุกวัน โดยจะตรวจช่วงเช้า กลางวัน และช่วงเย็น วันละสามเวลาเพื่อให้ประชาชนได้มีความมั่นใจว่าน้ำที่เรากรองแล้วมีคุณภาพที่ดีสามารถดื่มได้และมีความปลอดภัย" 

ถามว่าหากพัฒนาพื้นที่บริเวณน้ำพุโซดาบาดาลบริเวณนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว แล้วจะจัดหาแหล่งน้ำให้ชาวตำบลห้วยกระเจาใช้ในการอุปโภคและบริโภครวมทั้งภาคการเกษตรได้ที่ไหนนั้น ซึ่งขณะนี้หน่วยสำรวจขุดเจาะได้ดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลเพิ่มเติมที่บริเวณบ้านทุ่งคูณ หมู่ 19 ต.ห้วยกระเจา ที่อยู่ห่างจากบริเวณนี้ไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร อีกจำนวน 5 บ่อ ซึ่งก็เป็นข่าวดี เนื่องจากปรากฏได้น้ำบาดาลเป็นจำนวนมากถึง 4 บ่อ โดยบ่อแรกเจาะลึกลงไป 136 เมตร ได้น้ำมากถึง 40 คิวต่อชั่วโมง บ่อที่สองเจาะลึกลงไป 55 เมตร ได้น้ำ 40 คิวต่อชั่วโมงเช่นกัน บ่อที่สามเจาะลึก 70 เมตร ได้น้ำ 10 คิวต่อชั่วโมง และบ่อที่สี่เจาะลึกลงไปเพียงแค่ 54 เมตรเท่านั้น แต่ได้น้ำมากกว่า 50 คิวต่อชั่วโมง ซึ่งทั้ง 4 บ่อกำลังดำเนินการเจาะให้ลึกลงไปอีก ซึ่งเป้าหมายของเราคือต้องเจาะให้ครบจำนวน 6 บ่อ คาดว่าอีกประมาณ 10 วันก็คงจะครบตามเป้าหมาย

 

 

"ปริมาณน้ำที่ได้นั้นเพียงพอที่จะนำไปช่วยเหลือชาวอำเภอห้วยกระเจา ก็ให้ประชาชนที่กำลังรอความหวังเกี่ยวกับเรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้งอยู่ในขณะนี้ขอให้มั่นใจว่ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะทำให้ดีที่สุด ซึ่งชาวห้วยกระเจาจะได้ประโยชน์ถึง 2 จุด จุดแรกคือได้แหล่งท่องเที่ยวที่บริเวณพุบาดาลโซดา จุดที่สองคือได้น้ำบาดาลเพื่อนำไปใช้ในการอุปโภคบริโภครวมทั้งนำไปใช้ภาคการเกษตรอีกด้วย" นายศักดิ์ดา กล่าว

อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า สำหรับการลงพื้นที่ในวันนี้ก็เพื่อมาติดตามความคืบหน้าของโครงการรวมทั้งเยี่ยมและให้กำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน รวมทั้งมาพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชนรวมทั้งร่วมลงมือแจกจ่ายน้ำแร่โซดาให้กับประชาชนด้วยตนเอง

"จากการที่ได้พูดคุยและสอบถามพบว่าชาวบ้านบางรายเดินทางมารับน้ำแร่โซดาทุกวันๆ ละ 500 ซีซี หลังจากที่ได้ดื่มน้ำแร่โซดาเข้าไปตั้งแต่วันแรกชาวบ้านคนดังกล่าวที่เคยมีอาการเป็นคนนอนไม่หลับ แต่ปรากฏว่าหลังจากดื่มแร่โซดาก็กลายเป็นคนหลับลึก เมื่อตื่นขึ้นมาก็รู้สึกสดชื่นซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ชาวบ้านได้มาเล่าสู่กันฟัง" อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เผย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top