วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 3 สั่งจำคุก"จนท.ตรวจรับพัสดุการเกษตร" เซ็นรับเอกสารผู้ขายโดยไม่ตรวจของ ทำรัฐเสียหาย 4 หมื่นบาท ถูกจำคุก 1 ปี และปรับ 16,000 บาท รับสารภาพรอลงโทษ 3 ปี และคุมความประพฤติ 2 ปี
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 กลุ่มงานคณะกรรมการ กองบริหารคดีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติเห็นชอบไม่อุทธรณ์คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ในคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการตรวจรับพัสดุเกี่ยวกับการเกษตร 3 คน ว่ากระทำการทุจริตในภาครัฐ
โดยผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน มีหน้าที่ต้องทำการตรวจรับพัสดุให้ถูกต้องครบถ้วนตามระเบียบของทางราชการ แต่กลับพิจารณาเพียงหลักฐานใบส่งของที่ผู้ขายส่งมาเท่านั้น โดยไม่ได้ไปตรวจรับพัสดุ ว่าผู้ขายได้ส่งมอบพัสดุถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ แล้วจัดทำใบตรวจรับพัสดุขึ้นอันเป็นเท็จ เป็นเหตุให้มีการอนุมัติเบิกจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายไป ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย เป็นเงิน 39,235 บาท
โดยคณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาในการประชุมเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 มีมติว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 แต่เนื่องจากความผิดตามมาตรา 162 ขาดอายุความ เป็นเหตุให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (6) สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ให้ยุติการไต่สวนข้อเท็จจริง พนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นจำเลยที่ 1 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นจำเลยที่ 2 ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ต่อมาในชั้นพิจารณา จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ
แต่จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลจึงมีคำสั่งให้แยกฟ้องจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2564 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (เดิม) จำคุก 1 ปี และปรับ 16,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน และปรับ 8,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี ให้คุมความประพฤติไว้มีกำหนด 2 ปี โดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 6 เดือนต่อครั้ง ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เป็นเวลา 36 ชั่วโมง หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 , 30
ทั้งนี้ พนักงานอัยการพิจารณาแล้วมีความเห็นว่า ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามฟ้อง ส่วนที่ศาลใช้ดุลยพินิจรอการลงโทษจำคุกจำเลยชอบด้วยเหตุผลเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว จึงมีคำสั่งไม่อุทธรณ์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี