‘ตกงาน’ปัญหาใหญ่! คนไทยรายจ่ายพุ่งสวนเงินออม จี้รัฐเร่งแก้ก่อน‘ศก.’หลับลึก
21 มีนาคม 2564 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,155 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 15-18 มีนาคม 2564 หัวข้อ “ตกงาน ปัญหาใหญ่! ของคนไทย ณ วันนี้” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นประชาชนกรณีการตกงานในช่วงโควิด-19 เป็นปัญหาใหญ่ที่หลายฝ่ายให้ความสำคัญ เพราะการตกงานนั้นกระทบต่อการดำเนินชีวิต ปัญหาทางการเงิน ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปัญหาครอบครัว รวมถึงกระทบต่อภาพเศรษฐกิจใหญ่ของประเทศอีกด้วย สรุปผลได้ ดังนี้
1.สถานการณ์การเงินของประชาชนตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นอย่างไร
# เพิ่มขึ้น
1.ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ/ยา/การป้องกันโควิด-19 38.65%
2.ค่าอาหาร/เครื่องดื่มรายวัน 22.59%
3.หนี้บัตรเครดิต 22.49%
# ลดลง
1.เงินออม 47.10%
2.ค่าเสื้อผ้า/หน้า/ผม 36.40%
3.ค่าเดินทางรายวัน 26.39%

2.ในยามที่ลำบากต้องการใช้เงินฉุกเฉิน ประชาชนจะหาเงินจากแหล่งใด
อันดับ 1 นำเงินออม/เงินเก็บส่วนตัวออกมาใช้ 55.23%
อันดับ 2 ยืมจากคนในครอบครัว 42.57%
อันดับ 3 สินเชื่อธนาคาร 32.98%
อันดับ 4 ยืมจากเพื่อน/คนรู้จัก 27.70%
อันดับ 5 กดบัตรเงินสด 26.56%
3.ประชาชนคิดว่าสถานการณ์ “ตกงาน” ของคนไทย ณ วันนี้ เป็นอย่างไร
อันดับ 1 เกิดความเครียด/วิตกกังวล 65.94%
อันดับ 2 มีผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำที่สะสมมานาน 61.51%
อันดับ 3 ก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม โจร ขโมย เพิ่มมากขึ้น 60.30%
อันดับ 4 การระบาดของโควิด-19 ทำให้คนตกงาน 59.25%
อันดับ 5 ทำให้เกิดปัญหาครอบครัว 53.00%
4.ประชาชนคิดว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาการ “ตกงาน” ได้อย่างไร
อันดับ 1 ให้มีการฝึกอาชีพ สร้างอาชีพเสริม 56.66%
อันดับ 2 จ่ายเงินชดเชย ช่วยเหลือเยียวยาอย่างรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก 49.52%
อันดับ 3 สนับสนุนให้แรงงานพัฒนาทักษะต่าง ๆ เพิ่มขึ้น 48.39%
อันดับ 4 ช่วยสร้างงานในท้องถิ่น/บ้านเกิด 47.08%
อันดับ 5 หางานพิเศษ/งานเสริม ระหว่างรอหางานหลัก 46.30%
*หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังมีโควิด-19 ตัวเลขการตกงานของคนไทยก็ไม่ได้อยู่ในสภาวะที่สบายใจได้เท่าใดนัก เมื่อ โควิด-19 เข้ามาจึงเป็นเหมือนตัวเร่งให้ยอดคนตกงานพุ่งสูงขึ้น แรงงานอีกหลายส่วนก็ยังอยู่ในสถานะที่ไม่รู้ว่าจะยื้อไปได้อีกนานแค่ไหน ปัญหาตกงานจึงเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทย ณ วันนี้ และควรจะต้องเป็นปัญหาใหญ่ของรัฐบาลด้วยเช่นกัน เพราะหากมุ่งแก้เฉพาะปัญหาการเมือง สุดท้ายแล้วเศรษฐกิจไทยจะหลับลึกและไม่ตื่นก็เป็นได้
ด้าน ผศ.ดร.ประศาสน์ นิยม อาจารย์ประจำหลักสูตรเศรษฐศาสตร์บัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ในปี 2563 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยลดลงถึงร้อยละ 6.6 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบ ร้อยละ 0.9 เป็นผลมาจากการที่ประชาชนมีรายได้ ชั่วโมงการทำงาน และค่าล่วงเวลาลดลง จำเป็นต้องใช้เงินออมเพื่อใช้จ่ายเกี่ยวกับอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาด มีการก่อหนี้บัตรเครดิตมากขึ้น จากข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐแสดงให้เห็นว่า คนไทยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 14 ล้านคน มีรายได้ไม่เกิน 2,500 บาทต่อเดือน รวมทั้งคนไทยที่มียอดเงินฝาก ไม่เกิน 50,000 บาท สูงถึงร้อยละ 86.6 ของจำนวนบัญชีเงินฝากทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งชี้ให้เห็นถึงระดับรายได้และ เงินออมของคนไทยส่วนใหญ่ต่ำมาก ปัจจุบันมีผู้ว่างงานจำนวน 650,000 คน คิดเป็นร้อยละ 1.69 ของกำลังแรงงาน มีแนวโน้มสูงขึ้นกว่าปีก่อน
“ดังนั้น ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างงานและพัฒนาทักษะใหม่ เช่น การพัฒนาระบบ อี-คอมเมิร์ซ และระบบโลจิสติกส์ที่เป็นของคนไทย การส่งเสริมการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า มอเตอร์ และแบตเตอรี่ การเกษตรปลอดภัยและอาหารสุขภาพ โดรนทางการเกษตร การติดตั้งโซล่าเซลล์ทั้งภาคในเมืองและภาคการเกษตร เป็นต้น” ผศ.ดร.ประศาสน์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี