วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
สมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3 สมัย อยู่ในแวดวงท้องถิ่นมานาน เริ่มจากการเป็นกรรมการสุขาภิบาลตำบลลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมได้รับการโหวตให้นั่งเป็นรองประธานกรรมการสุขาภิบาลตำบลลำตาเสา
ด้วยความเป็นนักธุรกิจในพื้นที่ต้องพบปะกับประชาชนอยู่ตลอดเวลา และชอบทำงานการกุศล ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาตลอด ทำให้ถูกรบเร้าให้ลงสมัครตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน และก็ได้รับเลือกตั้งทำให้”สมทรง”เป็นที่รู้จักของคนในพื้นที่มากขึ้น
กระทั่งถูกชาวบ้านขอให้ลงสมัครตำแหน่งนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา จนกระทั่งคว้ำตำแหน่งมาครองและได้คะแนนเสียงมาอย่างท่วมท้น ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยามา 3 สมัย และล่าสุดได้รับการโหวตจากเพื่อนนายก อบจ.ในภาคกลาง ให้ดำรงตำแหน่งประธานสมาพันธ์ อบจ.ภาคกลาง อีก 1 ตำแหน่ง
นายกสมทรง บอกว่า นโยบายในการบริหารงานส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การพัฒนาคน พัฒนาอาชีพ และโครงสร้างพื้นฐานเป็นหลัก เนื่องจากสิ่งเหล่านี้เป็นความจำเป็นพื้น,ฐานที่จะต้องรีบดำเนินการ ภายใต้สโลแกนที่ว่า”พัฒนาท้องถิ่นเข้มแข็ง นำการท่องเที่ยว เกษตร อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มุ่งสู่คุณภาพชีวิตที่ดี”
สำหรับนโยบายด้านอื่น ๆ “สมทรง”บอกว่า ก็มีในด้านการบริหารและการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น โดยใช้หลักการบริหารตามหลัก ธรรมาภิบาลสนับสนุนการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามี ส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนา ในทุกด้าน พร้อม3 สนับสนุนให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด(ส.อบจ.)ออกเยี่ยมพบประชาชนเพื่อรับฟัง ปัญหาและความต้องการของประชาชนในทุกพื้นที่
ด้านต่อมาเป็นด้าน เศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนพาณิชยกรรมและการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดย สนับ สนุน และส่งเสริมให้มีการลงทุนในธุรกิจการค้า การบริการที่เอื้ออำนวยต่ออุตสาหกรรมธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ที่ไม่เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการวางแผน การจัดการ การขนส่งสินค้า เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า(ระบบโลจิสติกส์) และการขยายการจ้างงาน และกระจายรายได้ รวมทั้งการประกอบอาชีพอิสระรายย่อย
“ด้านท่องเที่ยว ซึ่งได้จัดทำแผนที่ท่องเที่ยวติดตั้งตามแหล่งชุมชนใหญ่ เช่น สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ เก็บรวบรวมสถิติสำคัญ เพื่อเผยแพร่แก่นักท่องเที่ยวและผู้สนใจ จัดทำเอกสารการท่องเที่ยว ที่รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์ เส้นทางการเดินทาง และข้อมูลสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวทั้งภาษาไทยและต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่ และอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ “
นอกจากนี้นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา ยังบอกว่า ยังได้ จัดอบรมมัคคุเทศก์ท้องถิ่น เพื่อให้สามารถ เป็นมัคคุเทศก์อาสาสมัครประจำแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ และเมื่อพร้อมหรือมีช่องทางที่จะดำเนินการทางกฎหมายได้ จะให้บริษัทท่องเที่ยวรับมัคคุเทศก์ ท้องถิ่น เป็นผู้นำชมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ประชาชนได้อีกทางหนึ่ง
นายกสมทรง กล่าวเพิ่มว่า ด้านส่งเสริมศาสนา ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น ทาง อบจ.พระนครศรีอยุธยา ก็ให้ความสำคัญเช่นกัน โดยได้ สนับสนุนและส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนาตามความเชื่อถือศรัทธาของประชาชน ในวันสำคัญของทุกศาสนา
“ให้มีการฟื้นฟูกิจกรรม และตั้งกลุ่มเพื่ออนุรักษ์สืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน อนุรักษ์และพัฒนาศาสนสถานและแหล่งประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมของท้องถิ่น เพราะอยุธยาคือเมืองเก่า มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีวัดวาอารามจำนวนมาก ดังนั้นทาง อบจ.จึงให้ความสำคัญในเรื่องนี้ไม่ด้อยกว่าด้านอื่น”
นายกสมทรง บอกว่า ในด้านการศึกษา ได้การกระจายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง ทั้งการศึกษา ในระบบ นอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชน ประชาชน และผู้ด้อยโอกาสในสังคม สนับสนุนผู้เรียนที่มีลักษณะพิเศษ ผู้เรียนที่ยากจนและผู้ด้อยโอกาส พร้อมรับโอนภารกิจทางด้านการศึกษาให้เป็นไปตามความสมัครใจ อันเป็นการสนับสนุนแนวทางการกระจายอำนาจมาให้ท้องถิ่น
“ต่อมาเป็นด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย เร่งรัดให้มีการจัดการทำผังเมืองรวมเพื่อ อยุธยาเมืองน่าอยู่ท่องเที่ยวและน่าลงทุน ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศน์ร่วมกับชุมชน โดยสนับสนุนและเร่งรัดให้มีการปลูกต้นไม้ และรักษาความสะอาดสองข้างทางหลวงที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ ของ อบจ.อยุธยา รณรงค์กำจัดสิ่งปฏิกูลตามลุ่มน้ำอย่างกว้างขวางและต่อเนื่อง”
ด้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน”นายกสมทรง”กล่าวว่า ได้ปรับปรุง ขยายระบบการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการให้ได้มาตรฐานและครอบคลุมพื้นที่เพื่อรองรับการขยายตัวของชุมชน เมืองในอนาคต รวมทั้งมีแผนบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภครวม พร้อมพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะทั้งทางบกและทางน้ำเพื่อให้สอดคล้อง กับระบบโลจิสติกส์ และตอบสนองความต้องการผู้ใช้บริการ นักลงทุนภาคเอกชนให้ได้มาตรฐานและครอบคลุมพื้นที่
พร้อมกันนี้ในฐานะประธานสมาพันธ์ อบจ.ภาคกลาง “สมทรง”ยังให้ความเห็นว่า การที่ท้องถิ่นเดินหน้าเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินมาให้ท้องถิ่นร้อยละ 30 ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาลในงบประมาณปี 2557 นี้ นั้น เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นทั้ง อบจ.เทศบาล และ อบต.เห็นร่วมกันว่าท้องถิ่นทั่วประเทศเดือดร้อนจริง ๆ เนื่องจากไม่มีงบประมาณเพียงพอในการให้บริการประชาชน ทำให้ประชาชนเดือดร้อน
“ฉะนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเข้าใจท้องถิ่นด้วย โดยท้องถิ่นเข้าใจดีว่ารัฐบาลเองก็ไม่มีงบประมาณ แต่อยากให้เข้าใจควาวมเดือดร้อนของท้องถิ่น เพราะมีหลายงานที่รัฐบาลฝากท้องถิ่นทำ และให้ใช้เงินท้องถิ่นในการดำเนินการด้วย ทำให้ประชาชนเสียโอกาสที่จะได้รับบริการด้านอื่น ๆ ฉะนั้นจึงอยากให้รัฐบาลจัดสรรเงินมาให้ท้องถิ่นด้วยความเป็นธรรมด้วยซึ่งหากปี 2557 นี้ไม่ทัน ก็ขอให้เป็นงบประมาณหน้า เพื่อท้องถิ่นจะได้ทำงานให้บริการชาวบ้านได้อย่างทั่วถึง”
ทั้งหมดคือ”สมทรง พันธ์เจริญวรกุล”นายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา และประธานสมาพันธ์ อบจ.ภาคกลาง ที่มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะทำงานด้วยจิตอาสา และเต็มที่กับหน้าที่ของตัวเอง ขณะเดียวกันยังเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินมาให้ท้องถิ่นเพิ่มเติมเพื่อความเป็นธรรมด้วย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี