วันเสาร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2569
“ผบช.ก.-ผบก.ปทส.-รองอธิบดีกรมป่าไม้” เปิดปฏิบัติการ “ทวงคืนผืนป่า เยียวยาผืนดิน” ยึดคืนที่ดิน “ภูกระดึง” 500ไร่ เตรียมล่านายทุนบุกฮุบปลูกยางพารา-ปาล์มน้ำมัน
2 เมษายน 2564 พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) , นายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ และนายสมชาย เลขาวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) สนธิกำลังกับตำรวจภูธรจังหวัดเลย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ฝ่ายปกครอง และตำรวจทางหลวง ร่วมกันปฏิบัติยุทธการ “ทวงคืนผืนป่า เยียวยาผืนดิน” ในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยส้มและป่าภูผาแดง ท้องที่ บ้านห้วยส้มใต้ ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย
พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามตามที่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) มีมาตรการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนการอยู่อาศัยและทำกิน ในพื้นที่ของรัฐ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) กรมป่าไม้ จึงได้มีคำสั่งให้หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ผาขาว ดำเนินการสำรวจการถือครองที่ดินอยู่อาศัย ทำกินของราษฎรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยส้มและป่าภูผาแดง ท้องที่บ้านห้วยส้มใต้ เพื่อประกอบการพิจารณาผ่อนผันอยู่อาศัย ทำกิน ในพื้นที่ป่าตามมติ ครม. 21พฤศจิกายน 2561
ทั้งนี้ ปรากฏว่ามีแปลงยางพาราขนาดใหญ่และปาล์มน้ำมัน เนื้อที่กว่า 512 ไร่ ไม่มีผู้มาแสดงตัวเป็นผู้ถือครอง จึงมีการรายงานถึงผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 (อุดรธานี) ก่อนประสานกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กก.3 บก.ปทส.) เพื่อร่วมทำการสืบสวนและแฝงตัวในพื้นที่ จนพบเบาะแสว่ามีการบุกรุกถือครองใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงดังกล่าวโดยผิดกฎหมาย โดยมีมูลค่าความเสียหายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งสิ้นประมาณ 34 ล้านบาท
จากการสืบสวนทราบกลุ่มนายทุนที่ทำการบุกรุกป่าแล้ว ขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานในการเอาผิด เบื้องต้นพบว่าเป็นกลุ่มนายทุนภาคเอกชน แต่หากพบว่ามีข้าราชการกลุ่มใดเข้าไปบุกรุกถือครองก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่ละเว้น ซึ่งเดิมเราได้ให้ทางชาวบ้านมาแสดงสิทธิทำกิน แต่ปรากฏว่าพื้นที่แปลงนี้เนื้อที่กว่า 512 ไร่ ไม่มีผู้ใดมาแสดง จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีการบุกรุกป่า รวมทั้งนำแนวทางปฏิบัติในครั้งนี้เป็นโมเดลตั้งต้น ในการขยายไปยังพื้นที่อื่นๆต่อไป อย่างไรก็ตามการดำเนินการครั้งนี้เป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกป่าไม้ ซึ่งในห้วง 2-3 ปีที่ผ่านมาได้ทวงคืนพื้นป่าคืนกว่า 3 แสนไร่ จากเดิมที่หายไปปีกว่า 1 ล้านไร่ ซึ่งถือเป็นเรื่องดีที่ทางรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของการแก้ไขปัญหาการบุกป่า
พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวอีกว่า มาตรการฟื้นฟูพื้นป่า หลังจากนี้ทุกภาคส่วนจะต้องมาร่วมมือกันอาจจะต้องทำในเรื่องของการทำโครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูสภาพ ซึ่งขณะนี้กำลังหารือในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาเราอาจจะเห็นการปลูกป่ากันมามาก แต่เราไม่เคยปลูกป่าในใจคน เมื่อปลูกแล้วก็ปล่อยทิ้งขาดการดูแล ซึ่งจากนี้ต้องมาหารือกันเพื่อที่จะสร้างความยั่งยืน และปลูกจิตสำนึกในการหวงแหนผืนป่าให้กับคนในชาติ ซึ่งในส่วนปัญหาภัยแล้งก็ดี พระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในเรื่องของการสืบสานรักษาต่อยอดมาตั้งแต่ทีแรก ซึ่งในส่วนนี้จะดึงจิตอาสาเข้ามาร่วมฟื้นฟูสภาพป่า
“หลังจากนี้ทาง บก.ปทส.จะทำการสืบสวนหาตัวกลุ่มนายทุนที่บุกรุกพื้นที่ ซึ่ง บก.ปทส.จะรับคดีเองและขออนุญาตสอบสวนจาก บช.ก. เพื่อเป็นการป้องปรามการบุกรุกพื้นที่อื่นๆ ที่มีลักษณะเช่นเดียวกัน ที่ยังคงพบอยู่ทั่วประเทศในหลายๆ พื้นที่ สำหรับการเยียวยาผืนดินให้กลับมาสมบูรณ์อีกครั้งเป็นเรื่องที่กรมป่าไม้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันดำเนินการต่อไป” ผบช.ก. กล่าว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี