โคม่า628/ใส่ท่อหายใจ 169 คน
ตายพุ่ง 15 ราย
โควิดลามหนักติดเชื้อ 2,179
กทม.อ่วมป่วยสะสมทะลุหมื่น
นายกฯสั่งเดินหน้าหาวัคซีนเพิ่ม
ทุ่ม321ล.ซื้อซิโนแวค5แสนโดส
ตั้งเป้าฉีดให้คนไทยร้อยล้านโดส
ยอดติดเชื้อโควิดพุ่งไม่หยุด วันเดียวทำสถิติใหม่ 2,179 ราย ยอดสะสม 59,687 คน เสียชีวิตทะลุ 15 ราย สะสม 163 คน กทม.รั้งแชมป์ 993 คน ป่วยสะสม 1-27 เมษายน รวมแล้วหมื่นกว่าคน นายกฯยันไม่เคยนิ่งนอนใจ เร่งประสานทุกช่องทางหาวัคซีนเพิ่ม ฉีดให้คนไทยตามเป้า 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปี’64 ครม. ไฟเขียวทุ่มงบ 321 ล้าน ซื้อวัคซีนซิโนแวค 5 แสนโดสฉีดให้ปชช.ทุกคน
เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือศบค. แถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ เสียชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องรายวัน
ติดเชื้อพุ่ง1,179คน-อาการหนัก628
นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า วันนี้ ไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 2,179 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 2,174 ราย มาจากการระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 2,149 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 25 ราย นอกจากนี้ เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 59,687 ราย หายป่วยสะสม 33,551 ราย อยู่ระหว่างรักษา 25,973 ราย หายป่วย 1,958 ราย อาการหนัก 628 ราย ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 169 ราย
วันเดียวตาย15รายยอดสะสม163
วันเดียวกันนี้ มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 15 ราย เสียชีวิตสะสม 163 ราย กำลังรักษาตัว 25,973 ราย อยู่ใน รพ. 20,308 ราย และ รพ.สนาม 5,665 ราย ส่วนระลอกใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ติดเชื้อสะสม 30,824 ราย เสียชีวิตสะสม 69 ราย โดยกทม.และนนทบุรีติดเชื้อรวม 11,587 ราย ในจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่ม 15 ราย เป็นผู้ชาย 9 ราย ผู้หญิง 6 ราย อยู่ใน กทม. 9 คน นครสวรรค์ 2 คน ชัยภูมิ เพชรบุรี สมุทรปราการ และสระบุรี จังหวัดละ 1 คน ช่วงอายุ 24-88 ปี ช่วงอายุระหว่าง 24-88 ปี ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีโรคประจำตัว มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน และไปสถานที่เสี่ยง ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 163 ราย
กทม.รั้งแชมป์รายวันป่วยพุ่ง993
นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อ 5 อันดับแรกของวันที่ 27 เมษายน ได้แก่ กทม. 993 ราย นนทบุรี 149 ราย สมุทรปราการ 93 ราย ปทุมธานี 93 ราย และชลบุรี 80 ราย อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมอีโอซีของกระทรวงสาธารณสุข งปลัดกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงภาพรวมการติดเชื้อว่า ภาพการติดเชื้อใน กทม.อาจกลบสถานการณ์ติดเชื้อของทั้งประเทศ เพราะจากข้อมูลแล้ว มีจังหวัดที่มีตัวเลขการติดเชื้อเกิน 2 หลักเพียง 25 จังหวัด และมีเพียง 7 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 50 ราย ขณะที่อีกกว่า 50 จังหวัด มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพียง 1 หลักเท่านั้น จึงขอขอบคุณประชาชนที่ร่วมมือกัน
10จว.ติดเชื้อพุ่ง-กทม.ทะลุหมื่น
ทั้งนี้ ศบค.เปิดเผยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด - 19 ในประเทศจนถึงวันที่ 27 เมษายน จำนวน 10 อันดับแรกประกอบด้วย 1.กรุงเทพฯ 27 เมษายน พบผู้ติดเชื้อ 993 ราย และตั้งแต่วันที่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 10,069 ราย 2.นนทบุรี 27 เมษายนพบผู้ติดเชื้อ 149 ราย และตั้งแต่วันที่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 1,395 ราย 3.สมุทรปราการ 27 เมษายน พบผู้ติดเชื้อ 93 ราย และตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ1,269 ราย 4.ปทุมธานี 27 เมษายน พบผู้ติดเชื้อ 93 ราย และตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 604 ราย 5.ชลบุรี 27 เมษายน พบผู้ติดเชื้อ 80 ราย และตั้งแต่ 1-27 เมษายน มีผู้ติดเชื้อ 2,043 ราย 6.สุราษฎร์ธานี 27 เมษายนพบผู้ติดเชื้อ 62 รายและตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 533 ราย 7.สมุทรสาคร 27 เมษายนพบผู้ติดเชื้อ 61 รายและตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 770 ราย 8.เชียงใหม่ 27 เมษายนพบผู้ติดเชื้อ 60 รายและตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 3,292 ราย 9.นครราชสีมา 27 เมษายนพบผู้ติดเชื้อ 33 ราย และตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 467 ราย 10.พระนครศรีอยุธยา 27 เมษายนพบผู้ติดเชื้อ 30 รายและตั้งแต่ 1-27 เมษายนมีผู้ติดเชื้อ 339 ราย
ได้เตียงแล้ว1,182คน-รออีก201
ผู้สื่อข่าวถามถึงการแก้ปัญหาจัดหาเตียงที่ประชาชนติดต่อผ่านสายด่วนต่างๆ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า จากข้อมูลวันที่ 25 เมษายนจัดหาเตียงให้ผู้ที่โทรศัพท์เข้ามายังสายด่วนต่างๆ ทุกระบบเพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลได้ 1,182 ราย และอยู่ระหว่างรอเตียง 201 ราย วันเดียวสามารถหาเตียงได้เป็นหลักพัน ซึ่งมาจากการบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยใครที่ยังไม่ได้เตียงขอให้ประสานมา เราจะดูแลให้ดีที่สุด
ครอบครัวชุมชน-ออฟฟิศเสี่ยงสูง
สำหรับปัจจัยเสี่ยงติดเชื้อมากในจังหวัดที่มีการแพร่ระบาดมาก ทั้งกลุ่มก้อนใหม่และยังเจออย่างต่อเนื่องคือ กรุงเทพฯ สัมผัสผู้ติดเชื้อในครอบครัว สถานดูแลผู้สูงอายุ ชุมชนแออัดคลองเตย สำนักงานตำรวจ/ศาลและร้านอาหาร/ห้างสรรพสินค้า จ.เชียงใหม่ คือ ศูนย์เด็กเล็ก งานเลี้ยง ลานทำ เรือนจำ สถานบันเทิง และค่ายอาสานักศึกษา จ.นนทบุรี งานสัมมนา สถานบันเทิง ตลาดและร้านอาหาร จ. สมุทรปราการ สถานบันเทิง ร่วมงานอีเวนต์ ฟิตเนส งานสัมมนาและพนักงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง
3วันเคลียร์คนป่วยตกค้างได้นับพัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)กรณีตัวเลขผู้เสียชีวิตรายวันเพิ่มขึ้นถึง 15 รายและเป็นห่วงผู้ที่รอเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลว่า ตนเป็นห่วงและสั่งการให้แก้ไขปัญหานี้โดยผู้ป่วยที่ตกค้างอยู่นอกรพ.ประมาณ 1,400 คน วันนี้ได้รับตัวเข้าแอดมิดแล้ว ใช้เวลาเพียง 3 วัน ตรงนี้เป็นยอดตกค้างมาตั้งแต่สงกรานต์ บางทีก็ยังเป็นปัญหาอยู่ อย่างไรก็ตาม ตนให้กำลังใจรองนายกฯและรมช.สาธารณสุขและปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นด่านหน้าหลักของรัฐบาลอยู่แล้ว นอกจากนี้ นายกฯยังขอความร่วมมือกลุ่มแพทย์ ให้เข้าใจว่าเราบริหารราชการกันอย่างไร เราน่าจะส่งเสริมกันมากกว่ามาขัดแย้งกัน ตนเคารพทุกคนไม่ว่าเป็นหมอจากที่ไหน ตนยืนยันว่าบริหารได้ทุกอย่าง เวลานี้ไม่มีปัญหาอะไรในกระทรวงสาธารณสุขทั้งสิ้น
สั่งเพิ่มสถานที่คัดกรองลดแออัดในรพ.
นายกฯยังกล่าวถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการเตียงรองรับผู้ติดเชื้อว่า วันนี้เราคัดกรองผู้ติดเชื้อแบ่งเป็น 3 สีคือ สีแดง สีเหลือง และสีเขียว ซึ่งสีเขียวคือผู้ป่วยไม่มีอาการหรืออาการน้อยจะส่งไปโรงพยาบาลสนามหรือฮอสพิเทล ส่วนสีเหลืองผู้ป่วยอาการปานกลางจะถูกส่งไปยังโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งจำเป็นต้องจัดหาเตียงว่าง และสีแดงผู้ป่วยอาการรุนแรงต้องส่งไปโรงพยาบาลเฉพาะทางเร็วที่สุด วันนี้กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และหน่วยงานอื่นบูรณษการระบบข้อมูลให้บริการทางการแพทย์ผ่านสายด่วนต่างๆ ได้อาสาสมัครมาช่วยรับสาย วันนี้สั่งการให้จัดเตรียมสถานที่คัดกรองให้มากขึ้น เพราะไม่อยากให้ไปแน่นแออัดอยู่ตามโรงพยาบาล
สั่งกห.ส่งรถ-กำลังพลหนุนภารกิจสธ.
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีรถรับส่งผู้ป่วยไม่เพียงพอ นายกฯกล่าวว่า ได้สั่งการเพิ่มเติมไปแล้ว ก็ต้องขอขอบคุณภาคธุรกิจ ภาคขนส่งที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสายด่วนไม่พอ รถไม่พอ วันนี้เราต้องเคลียร์เรื่องผู้ป่วยสีแดง มีเหลือง สีเขียวให้ได้ จะได้รู้ว่าต้องการใช้ยานพาหนะเท่าไหร่ วันนี้เพิ่มเติมในส่วนกระทรวงกลาโหมไปให้แล้วส่วนหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ถ้าไม่พอกระทรวงกลาโหมมีทหารเสนารักษ์จำนวนมาก ได้สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขประสานไปแล้ว หากต้องการให้ช่วยเหลืออะไร กระทรงกลาโหมยินดี
ประสานทุกช่องทางหาวัคซีนเพิ่ม
ส่วนการจัดหาวัคซีนโควิด-19นั้น นายกฯเผยว่า จากการทำงานเร่งรัดของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ซึ่งติดต่อระหว่างรัฐบาลต่างประเทศ ขณะเดียวกันรับการติดต่อขอซื้อวัคซีนจากบริษัทด้วย ขอบคุณภาคเอกชน ภาคธุรกิจ บรรดาหมอที่อยากมีส่วนร่วมทำงาน ตนมอบให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ให้ชัดเจน เราไม่ได้ปิดกั้นใคร แต่ต้องหาช่องทางดำเนินการร่วมกันได้ ในหลักการคือ รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบทุกอย่างในเรื่องผลกระทบข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน
ย้ำสิ้นปี64หาให้ได้ร้อยล้านโดส
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการฉีดวัคซีนว่า ตนพยายามติดต่อ โดยให้กระทรวงการต่างประเทศติดต่อกับรัฐบาล ฝ่ายภาคธุรกิจเอกชนก็ติดต่อกับบริษัทผู้ผลิตทั้งหมด ถ้าทำได้ก็จะได้วัคซีนเพิ่มขึ้น ขณะที่วันนี้เราฉีดวัคซีนครบ 2 โด๊สไปแล้วเกือบ 2 แสนคน ที่เหลือก็ฉีดไปมากกว่า 1 ล้านโด๊ส และจะรีบดำเนินการต่อให้เร็วที่สุดตามปริมาณวัคซีนที่มีอยู่ ถ้าได้มากขึ้นจะกระจายวัคซีนของรัฐไปยังสถานพยาบาลเอกชนให้ช่วยฉีดด้วย เราตั้งเป้าว่าจะหาวัคซีนให้ได้ 100 ล้านโด๊ส เพื่อฉีดคนไทย 50 ล้านคนภายในปี 2564 และขึ้นอยู่กับวัคซีนที่เราติดต่อเพิ่มเติมจะได้มาอย่างไร ยืนยันไม่ได้นิ่งนอนใจ กำชับดำเนินการให้เร็วที่สุด
ทุ่ม321ล้านซื้อซิโนแวค5แสนโดส
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบกรอบวงเงิน 321,604,000 บาทจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 สำหรับบริการประชากรในประเทศไทยเพิ่มเติม 5 แสนโด๊ส จากบริษัท ซิโนแวค จำกัด ตามแผนบริหารจัดการให้วัคซีนโควิด-19 เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงวัคซีน ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายจัดหาวัคซีน 5 แสนโดส ประกอบด้วย ค่าวัคซีนโควิด 271.25 ล้านบาทและค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 18.99 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายจัดการวัคซีน เตรียมความพร้อมระดับพื้นที่ เพื่อรองรับการฉีดวัคซีน 31.36 ล้านบาท รวม 321,604,000 บาท โดยดำเนินงานเดือนพฤษภาคมนี้
สำหรับโครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่จะให้บริการประชากรในประเทศไทยเพิ่มเติม 5 แสนโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้บุคลากรแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า เจ้าหน้าที่ผู้สนับสนุนผู้ป่วย ผู้มีโรคประจำตัว ประชาชนทั่วไป และแรงงานในพื้นที่ควบคุมสูงสุด รวมไปถึงพื้นที่ระบาดของโรค เพื่อลดอัตราป่วย เสียชีวิตและค่าใช้จ่ายภาครัฐในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วย
WHOเตือนวิกฤติโลกโควิดระลอกใหม่
ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยความคืบหน้าสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ผ่านเฟซบุ๊ก Mahidol และ เฟซบุ๊ก Siriraj ว่า สถานการณ์ระบาดขณะนี้เกิดวิกฤตโลกรอบใหม่ของโควิด19 ซึ่งเป็นคำเตือนขององค์การอนามัยโลก โดยพบว่า 8 สัปดาห์ต่อเนื่องที่อุบัติการณ์เกิดโควิดเพิ่มต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอัตราเสียชีวิตก็เพิ่มต่อเนื่อง 5 สัปดาห์เต็ม
“ขณะนี้เรามีผู้เสียชีวิตจากโควิด19ประมาณ 3 ล้านคน จากเดิม 1 เดือนแรกใช้เวลา 9 เดือนถึงมีคนเสียชีวิตกว่า 1 ล้านคน แต่ 1 ล้านที่สองถัดมากกลับใช้เวลา 3 เดือน คือคนเสียชีวิต 2 ล้านคน และทั่วโลกเจอมากขึ้นในคนอายุน้อยลง เช่นเดียวกับไทยที่เจอโรคบ่อยมากระหว่างอายุ 20-39 ปี เป็นปรากฎการณ์ที่เจอทั่วโลก”ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว และว่า ตั้งแต่พบโควิดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 และเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จุดผกผันสำคัญคือ เดือนกันยายนมีการกลายพันธุ์คือ สายพันธุ์สหราชอาณาจักร ทำให้เกิดการก้าวกระโดดการติดเชื้อ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่สหราชอาณาจักรตัดสินใจให้วัคซีนอย่างรวดเร็วประมาณ ธ.ค. จากนั้นประเทศต่างๆก็ทยอยฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ผลการฉีดวัคซีนต้องใช้เวลาประมาณสัปดาห์แรกของ ม.ค.เป็นต้นไป อัตราการติดเชื้อใหม่เริ่มลดลง รวมทั้งอัตราการเสียชีวิต
แนะฉีดวัคซีนสู้ไวรัสโควิดขั้นต่ำ25%
ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าวอีกว่า ข้อมูลจนถึงวันที่ 25 เมษายน ทั่วโลกฉีดวัคซีนไปแล้วประมาณ 1,009,954,638 คน หรือวันละประมาณ 18 ล้านคน องค์การอนามัยโลกเตือนว่า อาวุธที่ดีที่สุดที่ทั่วโลกจะสู้กับไวรัสตัวนี้คือ การฉีดวัคซีน ต้องฉีดให้เร็วในคนจำนวนมากก่อนการกลายพันธุ์ เพราะแต่ละครั้งการกลายพันธุ์จะมีผลกระทบ ทั้งนี้ สถานการณ์ทั่วโลกในแต่ละทวีปอัตราการระบาดจะคล้ายคลึงกัน และไม่มีประเทศไหนปลอดภัย หากทั่วโลกยังรุนแรง
“วัคซีนเป็นเครื่องมือสำคัญที่สุด เพราะอย่างน้อย 25% ของประชากรที่ได้รับฉีดวัคซีน ยิ่งฉีดได้เร็วและฉีดได้มากเป็นสิ่งจำเป็น และวัคซีนที่ฉีดทุกวันนี้ไม่ว่ายี่ห้อไหนรวมทั้งของไทยมีความปลอดภัย ส่วนผลอาการไม่พึงประสงค์ แม้เพียง 1 รายก็จะพูดไปเยอะ แต่ประโยชน์มีมากกว่า ยิ่งฉีดเร็วยิ่งปลอดภัย”ศ.นพ.ประสิทธิ์กล่าว
ข้อมูลถึงวันที่ 21 เมษายน วัคซีนโควิดที่ใช้ในแต่ละประเทศ 8 ตัว ใช้ในภาวะฉุกเฉิน พบว่า วัคซีนแอสตราเซเนกาใช้มากที่สุดถึง 91 ประเทศ และมีการศึกษาว่าได้ผลหรือไม่ได้ผลถึง 24 การศึกษา ส่วนวัคซีนไฟเซอร์ใช้ไปแล้ว 83 ประเทศทั่วโลก มีการศึกษาระยะสาม 18 การศึกษา ส่วนวัคซีนรัสเซียคือ สปุกนิตV ใช้ไป 62 ประเทศ ส่วนวัคซีนโมเดอร์นาใช้ไป 46 ประเทศ ส่วนวัคซีนจอห์นสันแอนด์จอห์นสันใช้ 40 ประเทศ วัคซีนซิโนฟาร์มของรัฐบาลจีน ใช้ไป 35 ประเทศ วัคซีนซิโนแวคใช้ไปแล้ว 22 ประเทศ และวัคซีนอินเดียคือ บารัต ใช้ไปแล้ว 6 ประเทศ
ย้ำช่วยลดระบาดหวั่นเวชภัณฑ์ไม่พอ
ศ.นพ.ประสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาควบคุมโรค แต่ทุกคนต้องช่วยกันประเด็นคือ ยุทธศาสตร์ต้นน้ำ ลดจำนวนผู้ป่วยใหม่ให้ได้ ไม่เช่นนั้นทรัพยากรจะไม่เพียงพอ ทั้งไอซียู เครื่องช่วยหายใจ ยาฟาวิพิราเวียร์ จำนวนผู้ป่วยจะลดได้ต้องช่วยกันสำหรับคนไทยทั้งประเทศ ต้องอาศัยจิตสำนึก ความรับผิดชอบ วินัย ขอความกรุณาจากนี้พวกเราต้องช่วยกัน สิ่งที่ต้องระวังคือ การลักลอบข้ามแดนหลุดพ้นจากกระบวนการกักกัน เรื่องนี้ก็ต้องระวัง เพราะเชื้ออาจเข้ามาสู่ประเทศไทย และนำสายพันธุ์กลายพันธ์เข้ามาได้ เมื่อพวกเขาลักลอบการสอบสวนโรคยิ่งยาก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี