กยท.ย้ำชัด!!ประมูลยางบิ๊กลอต  โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

กยท.ย้ำชัด!!ประมูลยางบิ๊กลอต โปร่งใสตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

วันจันทร์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

กยท.ชี้แจงข้อเท็จจริงประเด็นการประมูลยางลอตใหญ่กว่า 104,000 ตัน ยืนยันทุกขั้นตอนโปร่งใส ชัดเจน ตรวจสอบได้เป็นไปตามมติครม.และบอร์ดกยท.พร้อมเน้นย้ำว่าเป็นการกำหนดเงื่อนไขประมูลยางเสื่อมสภาพ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยางและไม่กระทบตลาดยางใหม่

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) เปิดเผยว่า กยท. ได้ดำเนินการประมูลขายยางในโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง และโครงการสร้างมูลภัณฑ์กันชนรักษาเสถียรภาพราคายาง ปริมาณ 104,763.35 ตัน ด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน โดย กยท.ได้ดำเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2563 ให้ กยท. ระบายสต๊อกยางในโครงการดังกล่าว โดยคำนึงถึงระยะเวลา และระดับราคาจำหน่ายที่เหมาะสม เพื่อลดภาระงบประมาณและรักษาประโยชน์สูงสุดของรัฐ นอกจากนี้คณะกรรมการ กยท. มีมติเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ให้ กยท.ดำเนินการระบายสต๊อกยางในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2564 เนื่องจากเป็นฤดูปิดกรีด ปริมาณผลผลิตมีไม่มาก การระบายยางในช่วงเวลานี้จะมีผลกระทบต่อตลาดน้อยหรือแทบไม่มีผลกระทบเลย ประกอบกับอายุประกันภัยยางพาราและสัญญาการเช่าโกดังของโครงการจะครบกำหนดในวันที่ 31 พฤษภาคม นี้


“เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาล กยท. จึงกำหนดให้บริษัทผู้ชนะการประมูลต้องดำเนินการชำระเงินทั้งหมดให้แก่ กยท. ภายในวันที่ 28 พฤษภาคม 2564 และดำเนินการรับมอบยางให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 หากพ้นจากระยะเวลาที่กำหนด ผู้ชนะการประมูลต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเองทั้งหมด ซึ่งตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ กยท. ดูแลสต๊อกยางลอตนี้ต้องจ่ายเงินค่าประกันภัยยางพาราและสัญญาเช่าโกดังรวมกันเป็นเงินกว่า 3,822 ล้านบาท” ผู้ว่าการ กยท.กล่าว

นอกจากนี้การประมูลยางลอตดังกล่าวมีปริมาณมากถึง 104,763.35 ตัน แบบเหมาคละคุณภาพและคละโกดัง ซึ่งเป็นยางเก่าอายุถึง 9 ปี มีความเสื่อมสภาพการใช้งานจึงมีความแตกต่างไปจากยางใหม่ อีกทั้งได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า บริษัทผู้ประมูลยางได้ต้องซื้อยางจากสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางอีก 1 เท่าของปริมาณยางที่ประมูล ดังนั้น กยท. จึงจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์ คุณสมบัติบริษัทผู้เข้ายื่นซอง ที่มีศักยภาพการผลิตและความเข้มแข็งด้านการเงินที่เหมาะสม รวมทั้งต้องเคยร่วมประมูลซื้อยางที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทกับ กยท. และโรงงานต้องมีปริมาณการผลิตและแปรรูป มากกว่า 200,000 ตัน ในปี 2563 ตลอดจนต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกันกับการประมูลครั้งก่อน ที่คิดเป็นประมาณร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์ พร้อมให้ยืนหลักฐานแสดงความสามารถในการชำระเงิน หรือหลักฐานที่ธนาคารรับรองไม่ต่ำกว่า1,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีการระบุอย่างชัดเจนไว้ในประกาศ ไม่ใช่การใช้แบงก์การันตีแต่อย่างใด

“กยท. จำเป็นจะต้องกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว เพื่อให้มั่นใจได้ว่า จะได้บริษัทที่มีศักยภาพในการผลิตและแปรรูป ตลอดจนมีความเข้มแข็งทางการเงินพอเพียง เพื่อการันตีว่าจะไม่สร้างความเสียหายให้กับรัฐ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรชาวสวนยาง” นายณกรณ์กล่าวย้ำ

ผู้ว่าการ กยท.กล่าวต่อว่า ยางที่ประมูลในครั้งนี้เป็นยางเสื่อมสภาพ ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพและการประเมินมูลค่าสต๊อกยาง ทั้งจาก คณะกรรมการบริหารสต๊อกยาง บริษัทผู้ประเมินอิสระ ผู้แทนของเกษตรกรชาวสวนยาง และสถาบันวิจัยยาง กยท. แล้ว การกำหนดราคากลางและหลักเกณฑ์การประมูลคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐเป็นสำคัญ และเป็นไปตามมติของคณะกรรมการ กยท. ที่ได้มีการพิจารณาตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ เหมาะสม และโปร่งใส ทั้งนี้ มีบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติตามประกาศเบื้องต้นและสามารถเข้าร่วมประมูลได้ จำนวน 6 ราย แต่มีเพียงบริษัทที่สนใจเข้ายื่นประมูล จำนวน 1 ราย เท่านั้น ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีคุณสมบัติครบถ้วนตรงตามที่ระบุไว้ในประกาศทุกประการ อีกทั้งยังเสนอซื้อยางในราคาที่สูงกว่าที่ กยท. กำหนด สำหรับราคาประมูลนั้น ต้องนำเสนอคณะกรรมการ กยท. ก่อน เพราะหากมีการเปิดเผยอาจจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพราคายางได้ จึงจำเป็นต้องระมัดระวังในเรื่องการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว

“กยท. มีบทบาทและหน้าที่สำคัญในการดูแลเกษตรกร สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ส่วนหนึ่ง คือ การสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเป็นไปตามระเบียบและข้อบังคับของการยางแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการที่พิจารณาอนุมัติเงินกู้ให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรประกอบไปด้วยคณะกรรมการที่เป็นบุคคลทั้งภายในและภายนอก ทั้งนี้ กยท. ไม่เคยมีการอนุมัติให้เอกชนกู้เงินจำนวน 1,200 ล้านบาทตามที่เป็นกระแสข่าวลือแต่อย่างใด” ผู้ว่าการ กยท.กล่าวทิ้งท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top