533.jpg
สศก.โชว์ผลสำเร็จ จัดรูปที่ดิน-ระบบน้ำ1,205ไร่ อ.ท่ามะกา  สร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่2.72ล้าน

สศก.โชว์ผลสำเร็จ จัดรูปที่ดิน-ระบบน้ำ1,205ไร่ อ.ท่ามะกา สร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่2.72ล้าน

วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 15.02 น.
Tag :

สศก.โชว์ผลสำเร็จ จัดรูปที่ดิน-ระบบน้ำ 1,205 ไร่ อ.ท่ามะกา เมืองกาญจน์ สร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่ 2.72 ล้านบาท

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงการติดตามโครงการจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีสำนักงานจัดรูปที่ดินและจัดระบบน้ำเพื่อเกษตรกรรมที่ 27 เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดย สศก. ได้ลงพื้นที่เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ติดตามประเมินผลโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม (คลอง 5 ซ้าย ระยะ 1) อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2561 ได้แก่ งานถมดินบดอัดแน่นใหม่พร้อมขุดคูส่งน้ำและดาดคอนกรีต ก่อสร้างอาคารประกอบในคูส่งน้ำ และตกแต่งคันคูส่งน้ำพร้อมปลูกหญ้าเพื่อป้องกันการกัดเซาะ พบว่า เดิมเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูกอ้อย    เมื่อมีการก่อสร้างคันคูส่งน้ำเพื่อทำหน้าที่กักเก็บและส่งน้ำเข้าแปลงเกษตร  ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการทำเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนจากการปลูกอ้อย หรือ ข้าว หันมาปลูกข้าวโพดฝักอ่อน ซึ่งได้รับผลตอบแทนเร็ว สามารถเก็บเกี่ยวได้หลายครั้งต่อปี และมีราคาขายสูง ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว มีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 36 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 1,205 ไร่ เกษตรกรใช้น้ำจากโครงการฯ ในการทำการเกษตร เพาะปลูกพืช ดูแลหญ้าเลี้ยงสัตว์สำหรับเลี้ยงโคนม นอกจากนี้ เกษตรกร ในพื้นที่โครงการฯ ทุกราย (36 ราย) ได้รวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำขึ้นเพื่อร่วมกันวางแผนการใช้น้ำ และดูแลรักษาระบบชลประทาน หญ้าเลี้ยงสัตว์ และข้าว


ด้านรายได้ พบว่า เกษตรกรที่ปลูกอ้อยโรงงาน ปีเพาะปลูก 2563/64 มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,635 บาท/ไร่/รอบการผลิต ข้าวโพดฝักอ่อน ปีการผลิต 2563 มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 12,938 บาท/ไร่/รอบการผลิต อย่างไรก็ตาม การปลูกข้าวโพดฝักอ่อนเป็นกิจกรรมที่ใช้แรงงานครัวเรือนค่อนข้างสูงในการเพาะปลูก หากจ้างแรงงานต้องใช้จำนวนคนมาก และการดูแลต้นข้าวโพดฝักอ่อนมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่าอ้อยหรือข้าว นอกจากนี้ เกษตรกรบางรายยังไม่เชื่อมั่นในราคาผลผลิตข้าวโพดฝักอ่อนที่อาจผันผวนได้ จึงทำให้เกษตรกรเลือกเพาะปลูกพืชชนิดอื่น ถึงแม้ว่าจะได้รับผลตอบแทนที่ต่ำกว่า ส่วนเกษตรกรที่ปลูกข้าวนาปี ปีเพาะปลูก 2563/64  มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 3,300 บาท/ไร่/รอบการผลิต และข้าวนาปรัง  ปีการผลิต 2563  มีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 3,762 บาท/ไร่/รอบการผลิต  ในส่วนเกษตรกรที่ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์สามารถลดค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงโคนม โดยเกษตรกรได้นำผลผลิตหญ้าที่ปลูก รวมทั้งใช้ยอดฝัก เปลือก และลำต้นข้าวโพดฝักอ่อนเป็นส่วนผสมอาหารสัตว์

รองเลขาธิการ สศก. กล่าวทิ้งท้ายว่า ภาพรวมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม (คลอง 5 ซ้าย ระยะ 1) อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือ มูลค่าจากการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน 2.72 ล้านบาท/ปีเกษตรกรมีความพึงพอใจโครงการฯเป็นอย่างมาก เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จากการมีรายได้ที่ต่อเนื่องมากขึ้นนับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินทางการเกษตรในเขตจัดรูปที่ดินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top