546.jpg
เพชรบุรียังหนัก ผู้ว่าประจวบฯผวาคลัสเตอร์ใหม่  พิษพายุไซโคลน‘ยาอาส’ถล่ม

เพชรบุรียังหนัก ผู้ว่าประจวบฯผวาคลัสเตอร์ใหม่ พิษพายุไซโคลน‘ยาอาส’ถล่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพชรบุรียังหนัก

ผู้ว่าประจวบฯผวาคลัสเตอร์ใหม่

พิษพายุไซโคลน‘ยาอาส’ถล่ม

ฝนกระหน่ำ‘เหนือ-อีสาน-ตอ.’

สั่งกักตัว1,376แรงงานเมียนมา

ปากน้ำติด100คนตายเพิ่ม7ราย

นนทบุรีป่วยพุ่งไม่หยุด 106คน

นนทบุรี ติดโควิดอีก 106 คน ยังเฝ้าระวังเข้มข้น ส่วนสมุทรปราการป่วย 100 คน เสียชีวิตอีก 7 ศพ ด้านชลบุรี ติดรายใหม่ 40 คน เพชรบุรีโรงงานเขาย้อยติดอีก 259 คน ทุกฝ่ายเร่งเข้าดูแลเข้ม ผู้ว่าประจวบฯสั่งกักตัว 1,376 แรงงานเมียนมาโรงงานสับปะรดหัวหิน ส่วนสงขลา ป่วยเพิ่ม 58 คนโยง 3 คลัสเตอร์ใหญ่ ‘โรงงาน-เรือนจำ-บ่อนวิ่ง’ คุกเชียงใหม่ พบตายอีก 1

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จ.นนทบุรี รายงานสถานการณ์โรคดังกล่าว ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 106 คน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากภายในแคมป์คนงาน ครอบครัว และตลาดสด เป็นหญิง 04 และชาย 66 คน มีชาวต่างชาติ 38 คน (เมียนมา 33 คน และกัมพูชา 5 คน) โดยส่วนใหญ่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ และคัดกรองเชิงรุกแคมป์ก่อสร้าง และสถานที่อื่นๆ อาทิ ห้างสรรพสินค้า ตลาดศีลทอง ตลาดนัดลุงออม ตลาดบางใหญ่ เป็นต้น


ด้านสำนักงานสาธารณสุข จ.สมุทรปราการ รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19ว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 100คนส่งผลให้มีผู้ป่วยสะสมรวม 5,681 คน ส่วนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 7 คน เป็นชาย 5 และหญิง 2 คน โดยเป็นผู้ป่วยที่เสียชีวิตในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 5 คน และป่วยจากนอกพื้นที่ 2 คนทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 69 คน

ส่วนที่ จ.ชลบุรี สำนักงานสาธารณสุข จ.ชลบุรี รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 40 คน มีประวัติเชื่อมโยงจากพื้นที่ จ.สมุทรปราการ 1 คน ผู้ป่วยยืนยันจากสถานประกอบการ 13 คน สัมผัสผู้ป่วยยืนยันในครอบครัว 6 คน จากที่ทำงาน 3 คน และอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 17 คน ทั้งนี้ มีรายงานการค้นหาผู้สัมผัสผู้ป่วยทั้งหมด 289 คน ค้นหาเชิงรุกเบื้องต้นอีก 1,583 คน โดยยังรอรายงานการค้นหาเชิงรุก

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 259 ราย ส่วนใหญ่ อยู่ในโรงงานแคมคอมพ์ เขาย้อย ยอดผู้ป่วยติดเชื้อสูง เป็นอันดับที่ 2 รองจาก กรุงเทพฯ

โดยวันนี้ ได้มีรถโรงพยาบาลและรถทหาร เร่งลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ บริเวณหลังวัดหนองส้ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี และตามหอพักที่อยู่ใกล้เคียงโรงงานแคลคอมพ์ เพื่อรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิดเพื่อนำส่งตามโรงพยาบาลสนามต่างๆที่นอกเหนือจากโรงงานแคลคอมพ์ โดยผู้ป่วยชาวเมียนมา จะถูกส่งตัวเข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลสนามภายในโรงงาน ส่วนผู้ป่วยชาวไทย จะถูกส่งตัวไปรักษาตามสถานพยาบาลต่างๆ และโรงพยาบาลสนามที่ ม.ศิลปากร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เนื่องจากเตียงสนามภายในโรงงานที่ใช้เป็นพื้นที่รักษาคนไทยนั้นเตียงเต็มทั้งหมดแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้

วันเดียวกัน นพ.สุริยะ คูหะรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากการค้นหาเชิงรุกเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 พบว่าที่โรงงานผลิตสับปะรดกระป๋อง บริษัทโดลไทยแลนด์ จำกัด หมู่ 4 ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 42 คน เป็นแรงงานเมียนมา 39 คน แรงงานไทย 3 คน หลังจากพบผู้ป่วยคนแรกเมื่อวันที่ 8พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วยติดเชื้อในโรงงานสับปะรดบริษัทควอลิตี้ไพน์แอปเปิล จำกัด ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน แต่ยืนยันว่าไม่มีการปนเปื้อนของเชื้อโรคสู่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว

นายพัลลภ สิงหเสนีผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งปิดโรงงานบริษัทดังกล่าว เพราะอาจมีปัญหาการกระจายตัวของแรงงานไปยังพื้นที่อื่น แต่จะใช้แนวทางบริหารจัดการ ควบคุมผู้ป่วยติดเชื้อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและกักตัวแรงงานเมียนมา 1,376 คน เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ทั้งนี้ สำหรับบริษัทแห่งนี้มีพนักงานประมาณ 3,800 คน เป็นแรงงานชาวเมียนมา 1,376 คน ติดตามให้ไปกักตัวแล้ว 90% โดยจะกักตัว 14 วัน แต่ยังไม่ปิดสายการผลิต โดยมีแรงงาน 1,900 คน ยังคงทำงานตามปกติ

ขณะที่ จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ 58 คน จาก 3 คลัสเตอร์ใหญ่ คือพนักงานโรงงาน , นักโทษที่กักตัวนอกห้องขังย่อย และบ่อนวิ่ง อีกส่วนหนึ่งจากการสัมผัสผู้ป่วย รวมยอดสะสม 1,342 คน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 6 คน ซึ่งนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผวจ.จ.สงขลา เปิดเผยว่า ได้มีการหารือกับทาง ผบก.ภ.จว.สงขลาหามาตรการจัดการกับคลัสเตอร์ใหญ่ทั้ง 3 กลุ่ม

อีกด้านหนึ่ง พญ.อารีย์ เชื้อเดช รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ใน จ.นครราชสีมา ว่าพบผู้ป่วยรายใหม่ 7 คน ทำให้มีผู้ป่วยสะสม 920 คน และมีผู้เสียชีวิต 10 คน รักษาหายแล้ว 733 คน และยังคงรักษาตัวอยู่ 177 คน จากการสอบสวนโรค พบการระบาดเป็นคลัสเตอร์จากหมู่บ้านดวงพร ถนนเดชอุดม เริ่มจากผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 57 ปี ประกอบการร้านเสริมสวย แล้วเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิมที่ ต.โบสถ์ อ.พิมาย จึงติดตามกลุ่มเสี่ยงคือครอบครัวที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา และ อ.พิมาย โดยพบผู้ป่วยรายล่าสุดเป็นเด็กชาย อายุ 8 ปี

ที่ จ.บุรีรัมย์ สาธารณสุข จ.บุรีรัมย์ ร่วมกับเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ตั้งเต็นท์ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร ตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยง พบผู้ป่วยเพศชาย อายุ 60 ปี เจ้าของร้านกาแฟย่านชุมชนใจกลางเมืองบุรีรัมย์ และผู้ป่วยเพิ่มเติมที่เชื่อมโยงกับผู้ป่วย 18 คน เนื่องจากมีประวัติเดินทางไปหลายพื้นที่ โดยขณะนี้ยังไม่สามารถค้นหาต้นตอการติดเชื้อได้ ทั้งนี้ เทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ได้ทำความสะอาดพื้นที่ รวมทั้งสถานีขนส่งผู้โดยสารและบริเวณโดยรอบเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแล้ว สำหรับสถานการณ์ใน จ.บุรีรัมย์ พบผู้ป่วยสะสม 188 คน ผู้เสียชีวิตสะสม 3 คน และรักษาหายแล้ว 151 คน

ส่วนศูนย์ข้อมูลข่าวสาร จ.เชียงใหม่ รายงานสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ภายใต้ระบบบับเบิลแอนด์ซิล เรือนจำกลางเชียงใหม่ ว่าพบผู้ต้องขังติดเชื้อเพิ่ม 1 คน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,995 คน รักษาหายแล้วเพิ่มเป็น 346 คน และมีผู้ต้องขังเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน รวมผู้เสียชีวิตสะสม 2 คน ทั้งนี้ มีรายงานว่ามีการรักษาผู้ต้องขังทั้งสิ้น 3,530 คน แยกรักษาตัวในแดนต่างๆ 3,448 คน รักษาในโรงพยาบาลสนามเรือนจำ 75 คน และรักษาตัวในโรงพยาบาลนอกเรือนจำ 7 คน

อย่างไรก็ดี สำหรับการบริหารผู้ที่อยู่ในสถานกักกันของรัฐฯ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีรายงานว่ายอดผู้ที่ถูกส่งตัวเข้าสถานกักกัน อยู่ที่ 63คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อ 1คน ได้แยกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลสนาม จ.เชียงใหม่ ในส่วนของสถานกักกัน มีการกักตัวอยู่ 14คน ส่งต่อโรงพยาบาลสนาม จ.เชียงใหม่ 36คน และส่งตัวกลับภูมิลำเนาสะสมอยู่ที่ 13คน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top