ยธ.แจงสถิติจับยา
ส่งออกตปท.84คดี
อีก21คดีนำเข้าไทย
จับตาแก๊งข้ามชาติ
“สมศักดิ์” เผยสถิติจับกุมยานรกส่งไปต่างประเทศตั้งแต่ ตุลาคม 2563-มิถุนายน 2564 รวม 84 คดี ส่วนจากต่างประเทศส่งมาไทย 21 คดี ยันเดินหน้าติดตามจับกุมต่อเนื่อง ส่วนทหารลุยยึดกัญชา 400 กก.ที่มุกดาหาร
เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม แถลงถึงภาพรวมการสกัดกั้นการลักลอบส่งออกยาเสพติด ภายหลังปรากฏข่าวการลักลอบส่งยาเสพติดที่มีต้นทางจากประเทศไทย ไปยังต่างประเทศ ว่าสาเหตุสำคัญเนื่องจากที่ตั้งของประเทศไทยติดกับสามเหลี่ยมทองคำ แหล่งผลิตยาเสพติดสำคัญ และประเทศไทยยังเป็นศูนย์กลางในภูมิภาค มีการคมนาคมขนส่งที่สะดวกรวดเร็ว เอื้อประโยชน์ให้ขบวนการค้ายาเสพติดใช้เป็นที่พบปะเจรจา ซุกซ่อนอำพราง ตลอดจนจัดส่งยาเสพติดไปยังประเทศปลายทาง
“ยาเสพติดที่ตรวจยึดได้ในประเทศ นับตั้งแต่ปลายปี 2562 มีปริมาณมากขึ้นทุกๆ ปี โดยเฉพาะไอซ์ และเฮโรอีน ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาร่วมกันของหลายประเทศในภูมิภาค ขณะนี้จะถูกนำเข้าเพื่อส่งผ่านไปต่างประเทศ แต่ก็สกัดกั้น ตรวจยึดได้จำนวนมาก เมื่อเทียบกับที่หลุดรอดไปปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง ซึ่งได้สั่งการให้ ป.ป.ส.ประสานความร่วมมือกับประเทศปลายทาง จนนำไปสู่การจับกุมได้” นายสมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ จากสถิติการสกัดกั้นจับกุมยาเสพติดในประเทศไทยตั้งแต่ตุลาคม 2563 - มิถุนายน 2564ได้ตรวจยึดยาบ้า 344 ล้านเม็ด ไอซ์ 20,662 กิโลกรัม เฮโรอีน 2,760 กิโลกรัม ยาอี 279,868 เม็ด กัญชา 19,475 กิโลกรัม โคเคน 42 กิโลกรัมและเคตามีน 1,058 กิโลกรัม
ส่วนสถิติการจับกุมยาเสพติดที่เตรียมส่งออกต่างประเทศ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – มิถุนายน 2564 รวม 84 คดี แบ่งเป็นไอซ์72.08 กิโลกรัม ยาบ้า 39,002 เม็ด เฮโรอีน 285.69 กิโลกรัม ยาอี 1,922 เม็ด กัญชา 32.24 กิโลกรัม โคเคน 0.005 กิโลกรัมและคีตามีน 11.04 กิโลกรัมมีปลายทางรวม 17 ประเทศ ได้แก่ จีน มาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อิสราเอล นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สเปน สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ รัสเซีย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และนอร์เวย์
ขณะที่สถิติการจับกุมยาเสพติดในต่างประเทศที่ส่งมาจากประเทศไทย ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 – มิถุนายน 2564 รวม 21 คดี แบ่งเป็นไอซ์1,203 กิโลกรัม เฮโรอีน 23.5 กิโลกรัม กัญชา 392 กิโลกรัมคีตามีน 2.04 กิโลกรัมและยาอี 1,320 เม็ด มีประเทศปลายทาง คือสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เกือบทั้งหมดเป็นขบวนการค้ายาข้ามชาติชาวจีนและแอฟริกา
นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ได้สั่งขยายผลคดีลักลอบขนยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสิ่งของที่ส่งไปต่างประเทศในหลายคดี รวมทั้งกำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตและติดตามเครือข่ายค้ายาเสพติด 3 กลุ่มหลัก คือแอฟริกาตะวันตก, ชาวไทยกับกลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อขายยาและลักลอบส่งออกเอง ซึ่งมีวิธีการที่เปลี่ยนไปจากเดิม มีการส่งผ่านบริษัทขนส่งต่างๆ การติดต่อผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กไลน์ จึงต้องเร่งจัดหาเครื่องมือและใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้าช่วยสืบสวน ตลอดจนใช้มาตรการยึดทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิด
วันเดียวกัน พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม แม่ทัพภาคที่ 2 มอบหมายให้ พล.ต.บุนสิน พาดกลาง ผบ.กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี นำกำลังร่วมกับนายเชวงศักดิ์ พลเยี่ยม รอง ผวจ.มุกดาหาร และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจยึดกัญชา 400.5 กิโลกรัม เคตามีน 1 กิโลกรัม โดยตรวจยึดได้ในพื้นที่บ้านป่งขาม ต.ป่งขาม อ.หว้านใหญ่ จ.มุกดาหาร ภายหลังตรวจสอบพบการลักลอบลำเลียงยาเสพติดดังกล่าวมาในพื้นที่ อ.หว้านใหญ่ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าสืบสวนติดตาม กระทั่งพบชายฉกรรจ์ 3 คน ขับเรือมาเทียบท่าน้ำบ้านป่งขาม ยกกระสอบต้องสงสัย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอเข้าตรวจค้น แต่ชายทั้ง 3 ตกใจพากันหลบหนีไป โดยทิ้งของกลางไว้
อย่างไรก็ดี จากข้อมูลการข่าวทราบว่า ขบวนการค้ากัญชาข้ามชาติได้ไปรับกัญชาจากผู้ค้าฝั่งประเทศลาว ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 200,000 บาท เพื่อลำเลียงครั้งละประมาณ 400 กิโลกรัม มายังฝั่งไทย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดและขยายผลทางคดีแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี