533.jpg
ซิ่งเก๋งข้ามจังหวัด! วัยรุ่นฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ลักลอบส่งยาล็อตใหญ่กว่า1.8 ล้านเม็ด

ซิ่งเก๋งข้ามจังหวัด! วัยรุ่นฝ่าฝืนเคอร์ฟิว ลักลอบส่งยาล็อตใหญ่กว่า1.8 ล้านเม็ด

วันพฤหัสบดี ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2564, 20.05 น.

วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 พล.ต.ต.สำราญ นวลมา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ.สั่งการให้  พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ ,พ.ต.ท.วสันต์  ธวัชชัยวิรุตษ์ ,รอง ผกก.สายตรวจ และ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1  นำกำลังจับกุม นายเดชพลหรือโจ้ สายแวว อายุ 25 ปี,นายอภิชาติหรือมอส บุญลือพันธ์ อายุ 23 ปี ,นายณรงค์ศักดิ์หรือต่าย พุ่มสงวน อายุ 25 ปี  และนายวรเวธ หรือแจ๊ค มิ่งคำเลิศ อายุ 25 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,846,000 เม็ด ยาอี 20,800 เม็ด คีตามีน 8 กรัม กัญชา น้ำหนัก30 กรัม อาวุธปืนยี่ห้อ ซิกซาวเออร์ พี365 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน จำนวน 64 นัด สร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท และรถยนต์ 2 คัน โดยจับกุมได้ภายในซอยวัดอ้อมใหญ่ หน้า บ้านเลขที่ 72/2 ม.5 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน จ.นครปฐม ต่อเนื่องบ้านเลขที่ 55 ม.1 ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม

พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่าสืบเนื่องจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด – 19อันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินได้ทวีความรุนแรงจนเสี่ยงที่จะเกิดภาวะวิกฤติด้านสาธารณสุข รัฐบาลจึงกําหนดมาตรการป้องกันโรค โดยกําหนดให้ประชาชนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลห้ามออกจากเคหสถาน ในระหว่างเวลา 21.00 น. - 04.00 น. ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน ทางกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ รับสนองนโยบายของรัฐ ได้ตั้งจุดตรวจ ป้องกันอาชญากรรมในห้วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน  และให้รถยนต์สายตรวจ 191 ออกตรวจตราทั่วเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร กระทั่งเวลา 03.00น.ของคืนที่ผ่านมา ขณะที่รถสายตรวจของ 191 ได้ออกตรวจตราก็พบ กลุ่มวัยรุ่นกำลังยืนจับกลุ่มบริเวณ ริมทางพุทธมณฑลสาย 2  เจ้าหน้าที่สายตรวจจึงจะเข้าไปสอบถาม ซึ่งทันทีที่กลุ่มวัยรุ่นเห็นจึงขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส เร่งความเร็วหลบหนีมุ่งหน้า จ.นครปฐม รถยนต์วิทยุสายตรวจ 191 จึงได้ประสานกำลังการปฏิบัติจนสามารถสกัดจับได้ที่ ภายในซอยวัดอ้อมใหญ่ หน้า บ้านเลขที่ 72/2 ม.5 ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน โดยรถดังกล่าวมีนายมอส เป็นผู้ขับ และมีนายโจ้ เป็นผู้นั่งมาด้วย ภายในพบ ยาบ้าจำนวน 4 กระสอบ จำนวนประมาณ 792,000 เม็ด อยู่ภายในรถคันดังกล่าว  ก่อนที่ทั้งสองจะให้การซักทอดว่ามียาบ้าอีกจำนวน 1,054,000 เม็ด และยาอี 20,800 เม็ด อยู่ในรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส ไม่ติดป้ายทะเบียน จอดที่บ้านดังกล่าว และมีผู้ร่วมขบวนการอีกสองราย คือนายต่ายและนายแจ๊ค เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปจับกุมทั้งสองได้ขณะที่จะเตรียมหลบหนี รองผบช.น. กล่าว


จากการสอบสวนนายมอสให้การว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายต่ายให้ทำหน้าที่รับส่งยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์ โดยทำมาประมาณ 5 เดือนแล้ว ได้ค่าจ้างครั้งละประมาณ 100,000 บาท โดยจะอาศัยช่วงเวลาเคอร์ฟิวในการลักลอบก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัติของนายโจ้ยังพบว่าเคยใช้อาวุธปืนพกไปก่อเหตุกับคู่อริในพื้นที่ สภ.โพธิ์แก้ว เมื่อประมาณ เม.ย. 64 

เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้าและยาอี) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย, ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต, เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) โดยไม่ได้รับอนุญาต, มีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต" ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ศ.2548, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำส่ง พนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินการตาม  กฎหมายต่อไป  

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top