ด่วน!ศบค.เคาะแล้วไฟเขียวฉีดวัคซีนสูตรผสม
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวันช่วงหนึ่ง ว่า ที่ประชุม ศบค. ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะผอ.ศบค. เป็นประธานการประชุม มีการหารือใน 2 เรื่องใหญ่ คือ การตรวจหาเชื้อ และการรักษาในภาวะทรัพยากรอย่างจำกัด โดยการตรวจหาเชื้อในปัจจุบันวันละ 7 -8 หมื่นคน แต่ยังไม่เพียงพอ จึงให้ตรวจด้วย Antigen test kit เพื่อให้เข้าถึงมากขึ้น อีกทั้งมีความจำเป็นต้องสงวนเตียงสำหรับกลุ่มอาการรุนแรง จึงให้แยกกักที่บ้าน หรือศูนย์ดูแล สำหรับกลุ่มอาการน้อยหรือไม่มีอาการ โดยชุดตรวจ Antigen test kit อนุญาตให้ขายในร้านขายยา เพื่อมีเภสัชกรให้คำปรึกษาที่ถูกต้อง
นอกจากนี้มีการหารือเรื่องวัคซีน ที่จะใช้กระตุ้นหรือบูสตอร์ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม โดยสามารถที่จะฉีดกระตุ้นด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา หรือวัคซีนเทคโนโลยี mRNA ที่สามารถนำมาใช้ในการฉีดกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้
ในส่วนของพี่น้องประชาชน ที่ประชุมศบค.มีข้อสรุปว่า เข็มที่ 1 ใช้วัคซีนซิโนแวคและกระตุ้นเข็มที่2 ด้วยวัคซีนแอสตราเซเนกา ซึ่งเป็นมติของที่ประชุมว่าสามารถที่จะใช้สูตรผสมได้ ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานในที่ประชุมศบค.ว่าได้รับฟังการศึกษาจากหลายหน่วยงานทั้ง มหาวิทยาลัย โรงเรียนแพทย์ที่มีการรายงานในเรื่องของการใช้วัคซีนผสมต่างชนิดกัน ซึ่งผลประสิทธิภาพของการควบคุมโรคเป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจทั้งนี้องค์การอนามัยโลกซึ่งเป็นตัวแทนของประเทศไทยก็ให้การยอมรับจึงมีข้อสรุปในที่ประชุมที่สามารถใช้ได้ โดยการฉีดวัคซีนใช้สูตรผสม เป็นซิโนแวค เข็มที่ 1 และแอสตราเซเนกา เป็นเข็มที่ 2 ฉีดห่างกัน 3 -4 สัปดาห์
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี