กรมชลฯพัฒนาลุ่มน้ำอิงเพิ่มศักยภาพเก็บกักน้ำ  ช่วยชาวพะเยา-เชียงรายพ้นอุทกภัยภัยแล้งซ้ำซาก

กรมชลฯพัฒนาลุ่มน้ำอิงเพิ่มศักยภาพเก็บกักน้ำ ช่วยชาวพะเยา-เชียงรายพ้นอุทกภัยภัยแล้งซ้ำซาก

วันพุธ ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาลุ่มน้ำอิง เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาแหล่งน้ำในกลุ่มภาคเหนือตอนบน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายและพะเยา ซึ่งกรมชลประทานได้ดำเนินการพัฒนาลุ่มน้ำอิง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ตามนโยบายของรัฐบาล นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และนโยบายของ ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องการฟื้นฟูแหล่งน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำ แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันต้องไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบโครงการ

จากสภาพปัญหาของลุ่มน้ำอิง พบว่าพื้นที่ลุ่มน้ำอิงทั้งหมด 7,239 ตร.กม. ครอบคลุมพื้นที่ 17 อำเภอ แบ่งเป็นจังหวัดเชียงราย 10 อำเภอและจังหวัดพะเยา 7 อำเภอ รวมระยะทางตลอดลำน้ำอิงยาว 314 กม. ลักษณะสภาพลำน้ำอิงรับน้ำจากเนินเขาสูง ลักษณะดินเป็นดินทราย และมีปัญหาตื้นเขินจากการทับถมของตะกอนดินประกอบกับปริมาณน้ำท่าในลุ่มน้ำอิงปีละประมาณ 1,300 ล้านลบ.ม. แต่ความสามารถในการเก็บกักน้ำยังไม่เต็มศักยภาพ ทำให้น้ำจากต้นน้ำอิงที่จังหวัดพะเยา ไหลลงไปที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ลงสู่แม่น้ำโขงกว่า 1,200 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้ฤดูแล้งไม่มีน้ำเพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและเพื่อการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ 2 จังหวัด ขณะที่ฤดูฝนมีปริมาณน้ำมากเกิดอุทกภัยทุกปี


ที่ผ่านมากรมชลประทาน โดยโครงการชลประทานพะเยา สำนักชลประทานที่ 2 ได้ทำการพัฒนาลุ่มน้ำอิงทั้งระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้แก่ การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ฝาย และประตูระบายน้ำ สามารถเพิ่มปริมาณน้ำเก็บกักได้จำนวน 159 ล้านลูกบาศก์เมตรอย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำของประชาชนในพื้นที่รับน้ำที่มีเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจำเป็นต้องเพิ่มศักยภาพการเก็บกักน้ำ บริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ควบคู่ไปกับการวางแผนเก็บกักน้ำไว้ใช้ในอนาคตให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นายสุรชาติ มาลาศรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ กรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทานได้วางแผนพัฒนาหนองเล็งทราย จังหวัดพะเยา รวม 6 ระยะ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 877.64 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 ปรับปรุงและฟื้นฟูร่องน้ำเดิม โดยการขุดลอกให้มีขนาดกว้างขึ้น ซึ่งดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพิ่มปริมาณเก็บกักน้ำได้ 3.256 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันกำลังดำเนินการะระยะที่ 2 เพิ่มประสิทธิภาพกักเก็บน้ำ ก่อสร้างฝายพับได้ เพิ่มระดับเก็บกักน้ำอีก 1 เมตร จะได้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 7 ล้าน ลบ.ม. ควบคู่กับฟื้นฟูแก้มลิงช่วยเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำได้ 1.9 ล้าน ลบ.ม. ส่วนระยะที่ 3-6 เป็นการฟื้นฟูแหล่งน้ำรอบหนองเล็งทราย งานสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้างานระบบกระจายน้ำและทำนบดิน จะดำเนินการภายในปี 2565-2566

สำหรับแผนการพัฒนากว๊านพะเยา ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญแต่ปัจจุบันประสบปัญหาตื้นเขินจากการทับถมของตะกอน และมีผักตบชวา วัชพืชมากขึ้น คุณภาพน้ำเสื่อมโทรม มีการบุกรุกลำน้ำสาขาและกว๊านพะเยา ปริมาณสัตว์น้ำลดลง มีประชากรที่ได้รับผลกระทบใน 6 ตำบล ของอำเภอเมืองพะเยา โดยกรมชลประทานได้วางแผนพัฒนากว๊านพะเยาโดยการขุดลอกตะกอนดิน และทำอาคารบังคับน้ำ ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี 2564-2567 รวมงบประมาณ 750 ล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรอบกว๊านพะเยาฝั่งตะวันตก 5,000 ไร่ เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคของเมืองพะเยา

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top