วันอังคาร ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
24 กุมภาพันธ์ 2569 พลเอก กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ครั้งที่ 1/2569 พร้อมด้วย พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ องคมนตรี และคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน นายสัณฐิต พีรานนท์ ผู้อำนวยการกองประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ อาคารรับรอง 606 สนามเสือป่า สำนักพระราชวัง แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
โดยมีวาระการประชุมต่าง ๆ อาทิ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง ผลการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง ประจำปี 2568 ความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ ความคืบหน้าการดำเนินงานสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง การจัดงาน "โครงการหลวง 57" การจัดพิธีปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นต้น
สำหรับความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก และความคืบหน้าการดำเนินงานสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ นั้น กรมชลประทานได้เข้าไปดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ ดังนี้
ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ จังหวัดตาก กรมชลประทานได้จัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำสนับสนุนศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ กรมชลประทาน รวม 4 เฟส มีแผนพัฒนา ทั้งหมด 32 โครงการ (13 อ่างเก็บน้ำ และอื่น ๆ 19 โครงการ) ประกอบด้วย โครงการที่ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ จำนวน 12 โครงการ โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง จำนวน 3 โครงการ และโครงการที่มีแผนก่อสร้าง จำนวน 17 โครงการ ซึ่งหากก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมด จะมีปริมาณน้ำรวมทั้งหมดประมาณ 5,238,534 ลูกบาศก์เมตร และสามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร ประมาณ 9,613 ไร่ ส่งผลให้พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงเลอตอ และราษฎร มีน้ำใช้เพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการดำเนินกิจกรร ต่างๆ ตลอดทั้งปี และสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ กรมชลประทาน ดำเนินการจัดหาน้ำต้นทุน เพื่อสนับสนุนพื้นที่สถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง ประกอบด้วย 1. โครงการก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำสถานีวิจัยการเกษตรและพัฒนาโครงการหลวงโนนดินแดง ผลการดำเนินงานปัจจุบัน ร้อยละ 30.00 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมีนาคม 2569
และ 2. โครงการพัฒนาอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริในเขตอำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 15 แห่ง ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ จำนวน 13 แห่ง ได้แก่ 1) อ่างเก็บน้ำช่องเสม็ด 2) อ่างเก็บน้ำคลองยาง 3) อ่างเก็บน้ำโคกเพชร 4) อ่างเก็บน้ำช่องตะโก 5) อ่างเก็บน้ำคลองหิน 6) อ่างเก็บน้ำระหอกเกตุ 7) อ่างเก็บน้ำคลองโป่ง 8)อ่างเก็บน้ำป่าไม้สหกรณ์ 9) อ่างเก็บน้ำฐานเจ้าป่า 10) อ่างเก็บน้ำเขาประทุน 11) อ่างเก็บน้ำซับสมบูรณ์ 12) อ่างเก็บน้ำซับเศรษฐี และ 13) อ่างเก็บน้ำซับคะนิง ผลการดำเนินงานภาพรวม ร้อยละ 30.00 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้แก่ราษฎร 710 ครัวเรือน พื้นที่รับประโยชน์ 5000 ไร่ ครอบคลุม 19 หมู่บ้าน ในอำเภอโนนดินแดง สำหรับอ่างเก็บน้ำอีก 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำร่มเกล้า และอ่างเก็บน้ำเขาลูกช้าง ปัจจุบันราษฎรมีแหล่งน้ำในพื้นที่เพียงพอสำหรับด้าเนินกิจกรรมต่าง ๆ อ่างเก็บน้ำดังกล่าวจึงเป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่าในพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับกรมป่าไม้เพื่อฟื้นฟูสภาพอ่างเก็บน้ำตามความเหมาะสมต่อไป
นอกจากนี้ องคมนตรีได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อคณะกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการหลวงมาอย่างต่อเนื่องและดียิ่ง พร้อมทั้งเน้นย้ำให้การดำเนินงานของโครงการหลวงเป็นไปตามกรอบพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างยั่งยืน
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี