“สวนดุสิตโพล” สำรวจการใช้จ่ายของคนไทยยุคโควิด หวังรัฐลดค่าน้ำ-ไฟ 37.37%คาดประคองตัวได้อีก 3 เดือน
22 สิงหาคม 2564 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,274 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม 2564 หัวข้อ “การใช้จ่ายของคนไทยในยุคโควิด-19” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนกรณีสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลให้มีพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนแปลงไป สรุปผลได้ ดังนี้
1. การใช้จ่ายของประชาชน ณ วันนี้ เปรียบเทียบกับก่อนมีโควิด-19 เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 40.22%
ใช้จ่ายลดลง 33.60%
ใช้จ่ายเท่าเดิม 26.18%
2. ปัจจุบัน ประชาชนนำเงินจากช่องทางใดมาใช้จ่าย
อันดับ 1 รายได้จากการทำงานหลักและงานเสริม 83.57%
อันดับ 2 นำเงินออมออกมาใช้ 46.78%
อันดับ 3 มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น คนละครึ่ง เงินเยียวยา 44.34%
อันดับ 4 รูดบัตรเครดิต กดบัตรเงินสด รถแลกเงิน บ้านแลกเงิน 26.26%
อันดับ 5 หยิบยืมญาติ คนรู้จัก พี่น้อง 25.31%
3. สำหรับประชาชนที่มีเงินออม ในช่วงนี้มีการนำเงินออมมาใช้มากน้อยเพียงใด
อันดับ 1 ใช้ไปบ้างบางส่วน 42.63%
อันดับ 2 ใช้ไปเกือบหมดแล้ว 19.36%
อันดับ 3 ใช้ไปกว่าครึ่ง 15.15%
อันดับ 4 ใช้ไปหมดแล้ว 12.64%
อันดับ 5 ไม่ได้นำเงินออมมาใช้ 10.22%
4. ในช่วงโควิด-19 รูปแบบการใช้จ่ายของประชาชนเป็นอย่างไร
อันดับ 1 ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย วางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม 80.44%
อันดับ 2 ซื้อสินค้าทีละจำนวนมาก กักตุนสินค้าจำเป็น 57.49%
อันดับ 3 ซื้อสินค้าที่ราคาประหยัดกว่า ซื้อช่วงจัดโปรโมชั่น 56.47%
อันดับ 4 สั่งซื้อของผ่านทางออนไลน์ 53.71%
อันดับ 5 ซื้อสินค้าจากร้านที่เข้าร่วมมาตรการรัฐ เช่น คนละครึ่ง เราชนะ 53.08%
5. ประชาชนอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องการใช้จ่ายของประชาชน ณ วันนี้ อย่างไร
อันดับ 1 ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าน้ำมัน 86.41%
อันดับ 2 ลดภาระค่าครองชีพ ควบคุมราคาสินค้า 76.86%
อันดับ 3 มีมาตรการเยียวยาประชาชนแบบทั่วถึงทุกคน 71.64%
อันดับ 4 พักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย 61.85%
อันดับ 5 จำหน่ายสินค้าราคาประหยัดในพื้นที่ต่างๆ 51.82%
6. ในยุคโควิด-19 จากสภาพการใช้จ่าย ณ วันนี้ ประชาชนคาดว่าจะประคองตัวเองต่อไปได้อีกประมาณเท่าใด
ไม่เกิน 3 เดือน 37.37%
3 – 6 เดือน 30.32%
6 เดือน – 1 ปี 19.68%
1 – 2 ปี 12.63%
นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สรุปว่า สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี การใช้จ่ายของคนไทยในยุคโควิด-19 กลุ่มตัวอย่าง 1,274 คน ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม 2564 พบว่า ในช่วงโควิด-19 ประชาชนใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ร้อยละ 40.22 นำเงินจากการทำงานมาใช้ ร้อยละ 83.57 เงินออมที่มีอยู่ใช้ไปบ้างแล้วบางส่วน ร้อยละ 42.63 รูปแบบการใช้จ่ายในช่วงโควิด-19 คือ ลดการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ร้อยละ 80.44 โดยอยากให้รัฐบาลช่วยเรื่องลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าน้ำมัน ร้อยละ 86.41 และจากสภาพการใช้จ่ายตอนนี้คิดว่าจะประคองตัวเองต่อไปได้อีกประมาณ 3 เดือน ร้อยละ 37.37
“ถึงแม้ว่าในช่วงโควิด-19 ประชาชนจะประหยัดและวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุม แต่ก็ยังต้องนำเงินออมออกมาใช้ เพราะโควิด-19 ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น อีกทั้งสถานการณ์ว่างงาน ตกงาน และเศรษฐกิจตกต่ำก็ทำให้ประชาชนไม่มีกำลังการบริโภคภายในประเทศมากนัก ทั้งนี้ประชาชนมองว่าจะประคองตัวเองต่อไปได้อีกไม่เกิน 3 เดือนเท่านั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจ มีมาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและลดค่าครองชีพเพื่อช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว” นางสาวพรพรรณ ระบุ
ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.พรรณี สวนเพลง อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจการใช้จ่ายของคนไทยในยุคโควิด-19 พบว่า กำลังเข้าสู่ยุคของ “Transformation” เพื่อเข้าสู่ยุค “ความปกติถัดไป (Next Normal)” ซึ่งทำให้ประชาชนมีการ “ปรับตัว ปรับใจ ปรับการใช้ชีวิต” ซึ่งจะต้องอยู่บนพื้นฐานของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เริ่มจากการปรับตัวด้วย “ความมีเหตุผล” ในการใช้จ่ายควรจะต้องลด ละ เลิก ซื้อสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตลง วางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุมมากขึ้น เน้นความประหยัดและคุ้มค่า ปรับใจให้มีความ “พอประมาณ” มีความสุขและพอใจกับสิ่งที่มี ให้ความสำคัญกับความสุขใจและสุขภาพที่ดีบนพื้นฐานของการแบ่งปันและเอื้ออาทรซึ่งกัน และกัน มีการปรับการใช้ชีวิตในยุคปกติถัดไป (Next Normal) ด้วยการ “สร้างภูมิคุ้มกัน” โดยมีการวางแผนการออมเงิน ลดการสร้างภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็น มีเงินสำรองสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน สร้างรายได้มากกว่าหนึ่งอาชีพ พร้อมกับมีการพัฒนาตนเองเพื่อให้ทันและรองรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกสถานการณ์เพื่อสามารถใช้ชีวิตอย่างมี “ความสุข สงบ เย็น เป็นประโยชน์”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี