546.jpg
แจก ATK8.5 ล้านชุดต้องรัดกุม  นายกฯกำชับ  สธ.-สปสช.ทำคำแนะนำวิธีใช้

แจก ATK8.5 ล้านชุดต้องรัดกุม นายกฯกำชับ สธ.-สปสช.ทำคำแนะนำวิธีใช้

วันจันทร์ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.
Tag :

แจก ATK8.5 ล้านชุดต้องรัดกุม

นายกฯกำชับ

สธ.-สปสช.ทำคำแนะนำวิธีใช้

ส่งตรงให้ชุมชน-รพ./รพ.สต.

ปชช.ขอรับผ่านแอปฯเป๋าตัง

ป่วยโควิด 15,452 ราย-ตาย 224

 

นายกฯกำชับ“สธ.-สปสช.”วางแผนแจกชุดตรวจเชื้อโควิดด้วยตัวเองหรือ ATK 8.5 ล้านชุด ให้รัดกุมรอบคอบ เน้นกลุ่มเป้าหมายคือ ประชาชนที่มีความเสี่ยง ในจังหวัดสีแดงเข้ม ป้องกันปัญหาระหว่างดำเนินการพร้อมประชาสัมพันธ์วิธีใช้ การแปลผลเพื่อความเข้าใจและใช้ให้ถูกต้อง
ผลตรวจจะได้คลาดเคลื่อนน้อยที่สุด

ย้ำดีเดย์แจกได้15กย.ด้าน’สธ.’ย้ำ3ช่องทางแจกATK“ในชุมชน ผ่านอสส อสม.-ผ่านรพ.-รพ.สต.หรือปชช.ทั่วไปลงทะเบียนแอพพลิเคชั่นเป๋าตังประเมินความเสี่ยงผ่านร้านขายยาพันแห่งทั่วประเทศ ด้านสถานการณ์ติดเชื้อEOCสธ.เผยไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม15,452 ราย เสียชีวิต 224 ศพ


เมื่อวันที่ 5กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันเบื้องต้น โดยตรวจพบผู้ป่วยผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 15,452 ราย แยกเป็นติดเชื้อใหม่ 14,984 ราย และจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 468 ราย หายป่วยกลับบ้าน 18,257 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน มีจำนวน 1,251,671 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 224 ศพ

นายกฯสั่งสธ.พร้อมแจกATK

ด้านน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เตรียมความพร้อมกระจายชุดตรวจโควิด-19 ด้วยตัวเองหรือ Antigen Test Kit (ATK) ภายหลังผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม ลงนามสัญญาจัดซื้อชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเริ่มแจกจ่ายประชาชนกลุ่มเป้าหมายวันที่ 15 กันยายน

ย้ำวางแผนรัดกุม-ตรงเป้าหมาย

“นายกฯขอให้วางแผนกระจายชุดตรวจ ATK รัดกุม ป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินงาน ที่สำคัญยังกำชับให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งประชาสัมพันธ์ถึงวิธีหรือขั้นตอนการรับชุดตรวจ ATK รวมถึงกลุ่มเป้าหมายสำหรับการกระจาย ATK ในชุดแรก 8.5 ล้านชุด พร้อมจัดทำชุดข้อมูล ข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีใช้ชุดตรวจ ATK ให้ประชาชนใช้ได้ถูกต้อง เกิดประโยชน์สูงสุดป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด นอกจากนี้ นายกฯยังขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางโดยไม่จำเป็น เฉพาะการเดินทางข้ามจังหวัดจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด แม้รัฐบาลจะผ่อนปรนมาตรการการเดินทางแล้ว แต่ยังขอความร่วมมือให้ประชาชนเดินทางเมื่อจำเป็นเท่านั้น เพราะการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญในการแพร่เชื้อไปพื้นที่ต่างๆ การลดการเดินทางจะช่วยให้สถานการณ์คลี่คลายดียิ่งขึ้น”น.ส.ไตรศุลีกล่าว

แจก2ช่องทาง-ลงทะเบียนเป๋าตัง

และว่า ทั้งนี้ สปสช.เตรียมการกระจายชุดตรวจ ATK ผ่านหน่วยบริการที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพใน 2 รูปแบบคือ 1.แจกให้ชุมชนแออัด รวมทั้งตลาด โดยให้ผู้นำชุมชน ผู้ประสานงาน หรืออาสาสมัครสาธารณสุข (อสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มารับชุดตรวจและกระจายให้กลุ่มเป้าหมาย โดยที่ประชาชนไม่ต้องเดินทางมารับที่หน่วยบริการ 2.แจกที่หน่วยบริการ ได้แก่ โรงพยาบาล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุกแห่ง รวมถึงคลินิก และร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ โดยประชาชนขอรับผ่านแอพพลิเคชั่นเป๋าตัง ที่ธนาคารกรุงไทยพัฒนาระบบ เพิ่มเมนูรับชุดตรวจโควิดฟรี

สธ.แจงแนวทางฉีดคนติดเชื้อ

น.ส.ไตรศุลียังกล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับแนวทางการให้วัคซีนแก่ผู้ที่เคยป่วยโควิดต้องดำเนินการอย่างไร หายป่วยแล้วยังต้องรับวัคซีนหรือไม่ หรือหากต้องรับต้องเว้นระยะเวลาตั้งแต่เริ่มป่วยนานเพียงใดว่า กระทรวงสาธารณสุขทำคำชี้แจงแนวทางให้วัคซีนโควิดในสถานการณ์ระบาด ปี 2564 ของประเทศไทย ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ที่กรมควบคุมโรค ออกแนวทางและเผยแพร่ให้บุคลากรการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการให้วัคซีนตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีแนวทางว่า กรณีผู้ป่วยโควิด ผู้ที่ยังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อน หรือฉีดยังไม่ครบ 2 เข็ม หากป่วยโควิดให้ฉีดวัคซีนชนิดใดก็ได้เพิ่มอีก 1 เข็มภายใน 1-3 เดือนหลังจากเริ่มป่วย คนที่เคยได้ครบ 2 เข็มแล้วไม่ต้องฉีดเพิ่มอีก

“การให้วัคซีนทั้งแก่ประชาชนจะดำเนินการตามแนวทางที่กรมควบคุมโรคกำหนด ซึ่งปรับปรุงไปตามข้อมูลที่มีมากขึ้น เพราะโควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ คณะแพทย์และผู้เชี่ยวชาญนำข้อมูลใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาวิเคราะห์ก่อนวางแนวทางให้วัคซีนแก่ประชาชนมีความปลอดภัยสูงสุด” น.ส.ไตรศุลีกล่าว และว่า ส่วนข้อสงสัยการจัดหาวัคซีนนั้น นายกฯและนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ได้ตอบข้อซักถามในการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว โดยเฉพาะประเด็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับส่วนต่างระหว่างกรอบงบประมาณให้จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคกับราคาจริงของวัคซีน นอกจากการชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

ย้ำซื้อซิโนแวคไม่มีได้ส่วนต่าง

นอกจากนี้ ผู้บริหาร สธ.ได้ชี้แจงด้วยว่า จากที่ส่งมอบวัคซีนซิโนแวคแล้วทั้งหมด 16 ครั้ง ราคาวัคซีนถูกลงเรื่อยๆ จากล็อตแรกที่ซื้อ 2 ล้านโดส ราคาซื้ออยู่ที่ 17 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส แต่ต่อมาซื้อจำนวนมากขึ้น มีการต่อรองราคาจึงถูกลงตามลำดับ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 11.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อโดส ขั้นตอนจัดซื้อ องค์การเภสัชกรรม (อภ.) ทำหน้าที่เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยจัดซื้อ เนื่องจากผู้ผลิตจะทำสัญญากับเฉพาะผู้แทนรัฐบาลเท่านั้น อภ.ได้ใช้งบประมาณอภ.จัดซื้อไปก่อน ประกอบด้วยค่าวัคซีน ค่าจัดส่งและค่าความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนรวมอยู่ด้วย

จากนั้น อภ.จะส่งวัคซีนให้กรมควบคุมโรคแล้วเรียกเก็บเงินที่ราคาจริง ที่เป็นค่าวัคซีนรวมค่าจัดส่งและอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวในแต่ละรอบการจัดส่ง (shipment) ดังนั้น จึงไม่มีส่วนต่างใดๆ ที่ตกถึง อภ.ส่วนงบประมาณที่ขอไว้สูงกว่าค่าเฉลี่ยของราคาวัคซีนนั้น เป็นเพียงการขออนุมัติกรอบงบประมาณไว้ แต่ในขั้นตอนการจ่ายงบประมาณนั้น กรมควบคุมโรคจะจ่ายที่ราคาค่าวัคซีนรวมค่าบริหารจัดการตามที่ อภ.เรียกเก็บจริงเท่านั้น จึงไม่ได้มีส่วนต่างที่เข้ากระเป๋าใครทั้งสิ้น

ร้านขายยาพันแห่งร่วมแจกATK

ขณะที่ภญ.ศิริรัตน์ ตันปิชาติ นายกสมาคมเภสัชกรรมชุมชน เปิดเผยความคืบหน้าการกระจายชุดตรวจ Antigen test kit (ATK) แบบ Self-test 8.5 ล้านชุด สำหรับให้ประชาชนนำไปตรวจด้วยตัวเองที่บ้านว่า ในส่วนช่องทางการกระจายผ่านร้านยานั้น จากการพูดคุยเบื้องต้นกับ สปสช. คือให้ผู้ประสงค์จะรับชุดตรวจ ATK ลงทะเบียนและทำแบบประเมินความเสี่ยงผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยเลือกร้านยาที่จะเข้าไปรับชุดตรวจได้ รวมทั้งอาจ Walk in มาที่ร้านยา ให้ร้านยาประเมินความเสี่ยงและบันทึกข้อมูลเข้ามาในระบบแอปฯเป๋าตังเช่นกัน

“มีหลายภาคส่วนที่เข้ามากระจายชุดตรวจ ATK ซึ่งร้านยาก็เป็นหนึ่งในนั้น ที่รู้ตอนนี้คือ สปสช.มีร้านยาที่ลงทะเบียนเป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพประมาณ 1,000 ร้านทั่วประเทศ อยู่ใน กทม.ประมาณ 300 ร้าน คนที่ได้รับ ATK จะได้ไปคนละ 2 ชุดสำหรับตรวจครั้งแรกและตรวจซ้ำอีกครั้งเมื่อผ่านไป 5 วัน ส่วนคนที่จะรับชุดตรวจนั้นต้องเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น มีคนในที่ทำงานติดเชื้อ แต่ตัวเองยังมีอาการปกติไม่แน่ใจว่าจะได้รับเชื้อด้วยหรือไม่ แบบนี้ก็เข้าข่ายสามารถมารับ ATK ได้” ภญ.ศิริรัตน์ กล่าวและว่า เมื่อทราบผลตรวจแล้ว ผู้ทำการตรวจต้องส่งรูปหรือโทรกลับมาแจ้งที่ร้านยาเพื่อรับคำแนะนำในการแปลผลการตรวจ กรณีผลเป็นลบ เภสัชกรจะแนะนำให้กักตัวอยู่บ้านให้ครบ 14 วัน แต่ถ้าผลเป็นบวกจะแนะนำให้เข้าระบบดูแลที่บ้านแบบ Home Isolation

กลุ่มเสี่ยง-กทม.2ล้านชุด2พันชุมชน

นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ชุดตรวจ ATK จะแจกให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยง เช่น มีคนในบ้านเป็น อยู่ในชุมชนแออัด สัมผัสอยู่ใกล้ผู้ติดเชื้อ อยู่ในพื้นที่ระบาด กลุ่มที่ให้บริการผู้อื่น เช่น แม่ค้าในตลาด คาดว่าจะกระจายให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้กลางเดือนกันยายน ทั้งนี้ ในกทม. เตรียมไว้ 2 ล้านชุด สำหรับชุมชน 2,000 ชุมชน กระจายให้ศูนย์บริการสาธารณสุขของ กทม. แล้วกระจายต่อให้อาสาสมัครสาธารณสุขหรือ อสส.เอาไปกระจายในชุมชน แต่คนที่รับต้องพิสูจน์ตัวตนผ่านแอปฯเป๋าตังและทำแบบประเมินว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงจริงหรือไม่

ขณะที่อีกส่วนส่งไปต่างจังหวัดเน้นจังหวัดสีแดง โดยผ่านหน่วยบริการ เช่น โรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) จากนั้นหน่วยบริการกระจายผ่านอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือให้ประชาชนมารับที่หน่วยบริการ แต่ต้องประเมินว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง ส่วนที่ 3 กระจายผ่านร้านยาและคลินิกในเครือข่าย สปสช. 1,000 แห่งทั่วประเทศ อาจให้ผู้รับมารับชุดตรวจที่ร้านยาและลงทะเบียนผ่านเป๋าตัง โดยให้ร้านยาติดตามผลคัดกรองให้

ย้ำห้างพื้นที่แดงเข้มเคร่งครัดมาตรการ

วันเดียวกัน นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัยกล่าวว่า จากการออกข้อกำหนด “ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์” ตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนด การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 32 กำหนดให้ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เปิดให้บริการได้ แต่เนื่องจากจัดเป็นพื้นที่ที่คนรวมตัวกันค่อนข้างสูงจึงขอความร่วมมือศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ที่เปิดให้บริการต้องเฝ้าระวังความเสี่ยง พร้อมปฎิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ดังนี้ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม และห้องน้ำ ทุก 1-2 ชั่วโมง ส่งเสริมให้ชำระเงินแบบออนไลน์ ทำสัญลักษณ์เว้นระยะห่างบริเวณทางเข้าและจุดต่อคิว จัดระบบจัดคิวจำกัดจำนวนคนไม่เกิน 1 คนต่อ 4 ตารางเมตร จัดให้มีฉากกั้นระหว่างพนักงาน (แคชเชียร์) และลูกค้า เดินระบบจ่ายอากาศสะอาดหรือเปิดประตู หน้าต่าง อย่างน้อย 30 นาที ก่อนเปิดและหลังปิดระบบปรับอากาศมีการระบายอากาศที่เหมาะสมต่อจำนวนคน ส่วนห้องน้ำควรเปิดพัดลมระบายอากาศตลอดเวลาที่ให้บริการ และขอความร่วมมือให้ประเมินและรับรองตนเองผ่านแพลตฟอร์ม Thai Stop COVID Plus และแสดงใบรับรอง เพื่อสร้างความมั่นใจทั้งสถานประกอบการและผู้ใช้บริการ

1ตค.เดินหน้าโควิด ฟรี เซตติ้ง3ด้าน

นพ.สุวรรณชัย กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการที่จะบังคับใช้ในอนาคต ซึ่งจะพิจารณาตามสถานการณ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไปนั้นคือ ใช้มาตรการ COVID Free Setting ประกอบด้วยความปลอดภัย 3 ด้าน คือ 1.ด้านสิ่งแวดล้อมปลอดภัย (COVID Free Environment) ได้แก่ ทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม ทุก 1- 2 ชั่วโมง เช่น ปุ่มกดลิฟต์ ราวจับบันได ราวจับรถเข็น ที่เปิดประตู ทำความสะอาดสินค้า ทำความสะอาดระบบปรับอากาศทุก 3 เดือน ใช้ระบบกรองอากาศ HEPA หรือติดตั้งอุปกรณ์กรองอากาศเฉพาะที่ เน้นบริเวณที่มีคนจํานวนมากและอากาศไม่ไหลเวียน เช่น ร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต อีกทั้ง เข้มงวดมาตรการห้ามรวมตัวกันจุดใดจุดหนึ่งด้วย 2.ด้านพนักงานปลอดภัย (COVID Free Personnel) มีภูมิคุ้มกัน โดยพนักงานทุกคนฉีดวัคซีนครบโดส หรือเคยมีประวัติติดเชื้อโควิดมาก่อนอยู่ในช่วง 1-3 เดือน และให้คัดกรองความเสี่ยงพนักงานทุกวันด้วยระบบไทยเซฟไทย รวมถึงหา ATK ให้พนักงานตรวจทุก 7 วัน กำชับให้งดรวมกลุ่มขณะปฏิบัติงาน ระหว่างพัก และงดกินอาหารร่วมกัน และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล (Universal Prevention)

โชว์ใบฉีดก่อนใช้บริการกิจการเสี่ยง

3.ด้านผู้ใช้บริการปลอดภัย (COVID Free Customer) ให้คัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าร้านด้วยแพลตฟอร์ม “ไทยเซฟไทย” หรือแอปพลิเคชันอื่นที่ทางราชการกำหนด หากจะใช้บริการในกิจการเสี่ยง ได้แก่ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ตัดผม คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนครบโดส หรือประวัติการติดเชื้อมาก่อนในช่วง 1-3 เดือน หรือตรวจ ATK ผลเป็นลบ ระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน และผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตามมาตรการหรือข้อกำหนดของจังหวัดด้วย

นายกฯสั่งยกระดับป้องกันโควิดสูงสุด

ขณะที่ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายกฯมอบให้นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนายมงคลชัย สมอุดร ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมศูนย์บริการฉีดวัคซีน KU สู้ COVID-19 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ดำเนินการภายใต้ อว. โดยการสนับสนุนของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา เป้าหมายฉีดให้บุคลากร นิสิต เจ้าหน้าที่ องค์กรและประชาชนในชุมชนอัตราวันละประมาณ 10,000 คน เพื่อต้องการให้ทุกคนในและรอบมหาวิทยาลัย เจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องออกไปดูแลประชาชนทั่วประเทศมีภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้ ปลัดสำนักนายกฯได้มอบพลาสเตอร์ปิดแผลหลังฉีดวัคซีน 40,000 ชิ้น จากภาคเอกชนที่บริจาคผ่านบัญชี “สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรับบริจาคสนับสนุนการแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)” ให้ศูนย์บริการฉีดวัคซีน KU สู้ COVID-19

นอกจากนี้ ปลัดสำนักนายกฯยังนำคำขอบคุณและกำลังใจจากนายกฯ ส่งถึงอาสาสมัครทางการแพทย์ จิตอาสา คณาจารย์ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของหน่วยฉีดวัคซีนทุกจุดของ อว. ขอให้ทุกคนร่วมยกระดับป้องกันติดเชื้อโควิด-19 ขั้นสูงสุดตามหลัก Universal Prevention เพื่อสร้างสมดุลการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับสถานการณ์โควิด

อว.ฉีดวัคซีนสะสม6.8แสนโดส

สำหรับศูนย์บริการฉีดวัคซีน KU สู้ COVID-19 เป็น 1 ใน 14 ศูนย์ ใน กทม. ของ อว. ที่ได้รับการสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ อว. กระทรวงสาธารณสุข ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งจิตอาสา การให้บริการที่ผ่านมา ศูนย์บริการฉีดวัคซีน KU สู้ COVID-19 ฉีควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเข็มที่ 1 ไปแล้ว ประมาณ 115,000 โดส แบ่งสัดส่วนเป็น นิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยใกล้เคียงประมาณ 40% บุคลากร เจ้าหน้าที่ องค์กรต่างๆ และประชาชนทั่วไปประมาณ 60% ปัจจุบันเปิดให้บริการเข็มที่ 2 ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 07.00 น. เป็นต้นไปจนครบจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้ หน่วยฉีดวัคซีนของ อว.ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ได้ฉีดวัคซีนไปแล้วกว่า 683,828 โดส แบ่งเป็นเข็มที่หนึ่ง 612,746 คนและเข็มที่สอง 71,082 โดส

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top