546.jpg
สธ.ประเมินสถานการณ์โควิด ชี้มาถึงทางแยกแล้ว อยู่ที่คนไทยจะไปซ้ายหรือขวา

สธ.ประเมินสถานการณ์โควิด ชี้มาถึงทางแยกแล้ว อยู่ที่คนไทยจะไปซ้ายหรือขวา

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2564, 18.17 น.

สธ.เผยภาพรวมสถานการณ์โควิด กทม.-ปริมณฑล-ต่างจังหวัดดีขึ้นต่อเนื่องอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ยกเว้น 4 จังหวัดชายแดนใต้พบ 3 สายพันธุ์ยังระบาดหนัก ระดมใช้ทุกมาตรการควบคุม พร้อมเร่งฉีดวัคซีน คาดภายใน 1 เดือนสถานการณ์จะดีขึ้น พร้อมเปิดตัวเลขคาดการณ์ฉีดวัคซีนสิ้นเดือน ธ.ค.จะทำให้ประชาชนทุกคนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม ตั้งเป้าวันที่ 1 ม.ค.ปีหน้าหากเป็นตามแผนสถานการณ์จะคลี่คลายได้มาก การดำเนินชีวิตจะกลับมาปกติสุขแบบนิวนอมอลต่อไป ชี้สถานการณ์ผู้ติดเชื้อถึงทางแยกแล้วหลังล็อกดาวน์มา 2 เดือน

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2564 นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (ปลัด สธ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศขณะนี้ ว่า สถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีแนวโน้มลดลง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ค่อยๆ ลดลงตามลำดับ อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ส่วนต่างจังหวัดตัวเลขการติดเชื้อ ลดลงช้าๆ ยกเว้น 4 จังหวัดชายแดนใต้ คือ สงขลา ยะลา นราธิวาส ปัตตานี ที่พบว่ามีการระบาดเพิ่มมากขึ้นที่ต้องความพยายามควบคุมป้องกันโรคให้ได้ ทั้งการปูพรมฉีดวัคซีนให้มีความคอรบคลุม การค้นหาผู้ติดเชื้อ แยกตัว เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ ไม่เช่นนั้นจะเกิดการระบาดเหมือนในกทม. สำหรับสถานการณ์เตียงในภาคใต้ยังเพียงพอรองรับผู้ป่วยได้ เพราะปัจจุบันมีการครองเตียงอยู่ 60% ขณะเดียวกันก็มีการเปิดรพ.สนามขนาดใหญ่เอาไว้รองรับ แต่ก็ประมาทไม่ได้


"ในที่พบว่ามีการระบาดเพิ่มมากขึ้น และพบการระบาดใน 3 สายพันธุ์ คือสายพันธุ์อัลฟา สายพันธุ์เดลตา และสายพันธุ์เบตา ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะใช้มาตรการต่างๆ ลงไปควบคุมการระบาด เช่น Universal Prevention การเข้มตัวเองขั้นสูงสุด Covid Free Settings ร่วมกับการตรวจ atk นอกจากนี้ภาครัฐจะสนับสนุนวัคซีนให้เพิ่มมากขึ้น คงการรักษาในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพเพราะหากไม่ดำเนินมาตรการใดๆ และปล่อยไว้อาจทำให้สถานการณ์การระบาดสูงขึ้นเหมือนกรุงเทพฯในช่วงที่ผ่านมาได้ ส่วนสถานการณ์เตียงในภาคใต้ พบว่ายังมีเพียงพอ คาดอีก 1 เดือน สถานการณ์จะดีขึ้น"ปลัด สธ.กล่าว

และว่า สถานการณ์วัคซีนของไทยขณะนี้สามารถฉีดวัคซีนได้รวมกว่า 57,380,000 โดส เป็นผู้ที่รับเข็ม 1 จำนวน 33.7 ล้านคน คิดเป็น 46.9 เปอร์เซนต์ เข็ม 2 อยู่ที่ 22 ล้านคน คิดเป็น 30 เปอร์เซนต์ เข็มที่ 3 กว่า1 ล้านคนคิดเป็น 2 เปอร์เซนต์ ส่วนสัดส่วนการฉีดตามประชาชน พบว่าดีขึ้น กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ได้ถึง 59.3 เปอร์เซนต์ ในเข็ม 1 กลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง อยู่ที่ 62 เปอร์เซนต์ และตัวเลข คิกออฟเมื่อ วันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อายุ 12-18 ปี ตั้งเป้าหมายไว้ 4 ล้านคน ปัจจุบัน ฉีด 74,500 คน ร้อยละ 1.7

ขณะที่เป้าหมายวัคซีนในสิ้นเดือน ต.ค.นี้ คาดว่าจะ มีวัคซีนเพียงพอ สามารถจัดการให้ฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด โดยหลังสิ้นเดือน ต.ค.คาดว่า เข็ม 1 จะได้ถึง 43 ล้านคน คิดเป็น 61 เปอร์เซนต์ ,เข็ม 2 ได้ถึง 26 ล้านคน หรือ 37 เปอร์เซนต์ หากสามารถทำได้ตามที่วางแผนไว้ มีวัคซีนเพียงพอสิ้นเดือน พ.ย.จะมีวัคซีน ในเข็ม 1 ประมาณ 75 เปอร์เซนต์ ,เข็ม 2 ประมาณ 55 เปอร์เซนต์ เป็นไปตามมาตรการโลก ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และสิ้นเดือน ธ.ค.จะฉีดได้ครอบคลุมประชาชน 85 เปอร์เซนต์ ในเข็มแรก และเข็ม 2 จำนวน 70 เปอร์เซนต์ ซึ่งสิ้นเดือน ธ.ค.จะทำให้ประชาชนทุกคนได้รับวัคซีนอย่างน้อย 2 เข็ม และวันที่1 ม.ค.ปีหน้า หากเป็นตามแผนสถานการณ์จะคลี่คลายได้มาก การดำเนินชีวิตจะกลับมาปกติสุขแบบนิวนอมอลต่อไป

“ตอนนี้เราถึงทางแยกที่จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการหลังจากล็อกดาวน์มา 2 เดือน  มีเพียง 2 ทางเท่านั้นทางซ้ายคือการติดเชื้อของเราจะเริ่มมากขึ้นกว่าที่เคยมีตามพยากรณ์อากาศถึง 3 หมื่นรายต่อวัน ส่วนทางขวาจะค่อยๆ ลดลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเหลือ 5 พันรายต่อวันและต่ำกว่า 5,000 รายต่อวัน ซึ่งเราอยากให้เป็นไปในแนวทางนี้ก็ต้องขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ประชาชนป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาล คือ การเข้มตัวเองขั้นสูงสุด โดยเฉพาะการรวมตัวกันในสถานที่สาธารณะ เช่น ร้านอาหาร โรงหนัง ตรวจ ATK ทุก 3 วันหรือ 7 วันหากป่วยก็มีระบบดูแลรักษา ถ้าไม่ป่วยก็ป้องกันตัวเองต่อไป ร่วมมือร่วมใจกันฉีดวัคซีนเพื่อให้มีความครอบคลุม หากเราสามารถกดการติดเชื้อให้ต่ำจนถึงสิ้นปีได้ การครอบคลุมของวัคซีนดีขึ้นมาก ต้นปีใหม่เราน่าจะมีความสุขมากขึ้น โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายที่จะเปิดประเทศเดือน พ.ย.-ธ.ค.มาตรการที่ออกมาจึงเป็นการเตรียมพร้อมก่อนเปิดประเทศอย่างปลอดภัย"ปลัด สธ.กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top