546.jpg
‘มพศ.’ชี้แก้ปัญหา‘คนไร้บ้าน’ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานบูรณาการ-มองแยกเป็นรายกลุ่ม

‘มพศ.’ชี้แก้ปัญหา‘คนไร้บ้าน’ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานบูรณาการ-มองแยกเป็นรายกลุ่ม

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 12.15 น.

10 พ.ย. 2564 นายสมพร หารพรม ผู้ประสานงานมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นที่สังคมเรียกร้องให้จัดระเบียบคนไร้บ้าน หรือคนเร่ร่อน เนื่องจากที่ผ่านมามีข่าวหลายกรณีพบคนไร้บ้านก่อความเดือดร้อนรำคาญ ไปจนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย ว่า การแก้ปัญหาที่ตรงจุดนั้นไม่อาจมองคนไร้บ้านแบบเหมารวม เพราะคนไร้บ้านนั้นมีหลายกลุ่ม และต้องมีการทำงานแบบบูรณาการจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เช่น กรณีคนไร้บ้านที่มีพฤติกรรมใช้สารเสพติด อาทิ สารระเหย เบื้องต้นเป็นหน้าที่ของตำรวจที่เข้าไปจับกุม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือเมื่อตำรวจควบคุมตัวไว้แล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ จะส่งต่อไปที่ใด สุดท้ายเมื่อครบกำหนดที่กฎหมายให้อำนาจไว้ก็ต้องปล่อยตัวออกมา แล้วก็รอให้บุคคลดังกล่าวไปมีพฤติกรรมเดิมอีกหรือไปก่ออันตรายกับบุคคลอื่นให้มีผู้ร้องเรียน ตำรวจก็จะเข้าไปจับกุมอีก วนไป-มาแบบนี้ไม่จบสิ้น ซึ่งจริงๆ ควรมีหน่วยงานอื่น เช่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ต้องมารับช่วงต่อ พาไปบำบัดฟื้นฟู


“กรณีผู้ป่วยทางจิต มันเป็นเรื่องที่เราเสนอมานาน เราคุยกับกระทรวงสาธารณสุข หรือโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ที่ดูแลผู้ป่วยทางจิต ซึ่งเขาก็จะมีเกณฑ์ในการดูแล กรณีที่ป่วยทางจิตเขาจะมีขั้นตอนในการดูแล ถ้ารักษาหาย หายในความหมายของโรงพยาบาลคือได้รับยา ถ้าไม่ถูกกระตุ้นเขาจะไม่เครียด ไม่กลับมาป่วย อะไรอย่างนี้ แต่มันต้องมีครอบครัว มีที่หรือศูนย์อะไรก็แล้วแต่ ทำให้เขาไม่มีความเครียดและได้กินยาต่อเนื่อง เขาถึงจะหลุดไม่มีกลับมาป่วยอีก หรือยังป่วยแต่อาจจะน้อยลง แต่ปัจจุบันมันไม่มีเรื่องนี้” นายสมพร ระบุ

นายสมพร กล่าวต่อไปว่า ขณะที่คนไร้บ้านกลุ่มที่เป็นวัยซึ่งยังสามารถทำงานได้ ในความเป็นจริงคนไร้บ้านไม่ต้องการหลับนอนในพื้นที่สาธารณะเพราะนอนก็ไม่เต็มอิ่ม ห้องน้ำก็ไม่มี เท่าที่เคยลงพื้นที่พูดคุย พบว่าหลายคนเมื่อมีงานมีรายได้ก็นำเงินไปเช่าห้องรายวัน เฉลี่ยวันละ 30-60 บาท อยู่กัน 2 คนต่อห้อง ส่วนเหตุผลที่ไม่ยอมไปอยู่ตามสถานสงเคราะห์เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ 

กล่าวคือ 1.ผู้ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์จำนวนมาก ประมาณร้อยละ 60-70 เป็นผู้มีอาการทางจิต กับ 2.กฎระเบียบ เช่น การฟื้นฟู การฝึกงาน ทำให้รู้สึกไม่เป็นอิสระและไม่สามารถจัดการตนเองได้เท่ากับอยู่ภายนอก ดังนั้นแล้วสำหรับคนไร้บ้านกลุ่มที่ยังสามารถทำงานได้ รัฐน่าจะมีจุดประสานงาน โดยให้กระทรวงแรงงาน ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ ที่สามารถหางานให้คนเหล่านี้ทำได้เข้ามาดำเนินการ เพื่อให้คนกลุ่มนี้มีรายได้ไปเช่าที่พัก

นายสมพร ยังกล่าวอีกว่า ยังมีคนไร้บ้านกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นความท้าทายว่าจะดำเนินการอย่างไร เช่น ผู้ที่อยู่ในวัยทำงานตอนปลาย อายุตั้งแต่ 40 หรือ 45 ปีขึ้นไป ซึ่งการหางานให้คนวัยนี้ทำไม่ใช่เรื่องง่าย เห็นได้จากแม้กระทั่งคนทั่วไปหากตกงานในวัยนี้ยังหางานใหม่ทำได้ยาก โดยหากสังเกตจะพบคนไร้บ้านจำนวนมากอยู่ในวัยนี้ ซึ่งจะมีข้อจำกัดด้านวุฒิการศึกษาด้วย 

หรือกลุ่มผู้สูงวัย อายุ 60 ปีขึ้นไป จะทำอย่างไรเพราะปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยแล้ว และสถานดูแลผู้สูงอายุหลายแห่งก็เต็มไม่สามารถรับคนเพิ่มได้อีก ตลอดจนผู้ที่เคยกระทำผิดต้องโทษจำคุก เมื่อพ้นโทษออกจากเรือนจำแล้วมีประวัติติดตัวก็ถูกตีตรา ไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับ กลุ่มนี้ส่วนหนึ่งแม้แต่จะกลับบ้านก็ยังทำไม่ได้เพราะคนในครอบครัวและชุมชนโดยรอบไม่ต้อนรับ เป็นต้น

“พยายามเสนอเรื่องกลไกการทำงานแบบบูรณาการว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องตรงไหน เช่น ถ้าเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายตำรวจก็ต้องเข้ามา อย่างหน่วยงานรัฐเขาก็อาจจะไม่สามารถทำได้ก็ต้องเป็นทางตำรวจเข้ามาร่วมมือ ป่วยทางจิตก็กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องมาร่วมมือ ผู้สูงอายุแน่นอนว่าตรงกับทาง พม. ต้องมีกรมกิจการผู้สูงอายุเข้ามาดูแล มาช่วยกันในการที่จะแก้ปัญหาผู้สูงอายุที่อยู่ในที่สาธารณะได้อย่างไร” นายสมพร กล่าว
 

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top