533.jpg
อว. เตรียมตั้ง ‘Academy of Science’ พร้อมปั้นช้างเผือกในป่าลึกให้เป็นอีลิทใหม่ในสังคม

อว. เตรียมตั้ง ‘Academy of Science’ พร้อมปั้นช้างเผือกในป่าลึกให้เป็นอีลิทใหม่ในสังคม

วันพุธ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 17.25 น.

อว.ตั้งธงเตรียมจัดตั้งวิทยสถานทางวิทยาศาสตร์ (Academy of Science) ดำเนินงานในลักษณะแซนด์บ๊อกซ์ มุ่งยกระดับการผลิตนักวิจัยในศาสตร์ต่างๆ โดยที่อยากเห็นมากที่สุดคือ BCG ซึ่งเป็นโมเดลสากล และให้มองการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นโอกาสใหม่ที่จะทำให้ลดช่องว่างและเข้าสู่ยุค 4.0 ได้ รวมทั้งแนะปั้นช้างเผือกในป่าลึกให้เป็นอีลิทใหม่ในสังคมไทยที่สามารถขยับฐานะทางสังคมให้ดีขึ้น

ศ.พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมหารือแผน กรอบงบประมาณ ผลสัมฤทธิ์ และระบบบริหารจัดการทุน ด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566-2670 ณ ห้องประชุม อว. โดยมี รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) นำคณะผู้บริหารและหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) ต่าง ๆ ร่วมหารือ


รมว.อว. กล่าวว่า PMU มีความสำคัญมากเพราะเป็นผู้เลือกงานวิจัยที่จะให้ทุนและสนับสนุนการวิจัย หลายสิบปีที่ตนอยู่ในอุดมศึกษาและเห็นว่าส่วนใหญ่เป็นการทำงานจากระดับล่างขึ้นบนระยะแรกที่พัฒนา ววน.ต้องสร้างความพร้อมและความลุ่มลึกแก่นักวิจัยในแต่ละศาสตร์ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมีความพร้อมเกือบทุกศาสตร์แล้วจึงต้องนำงานวิจัยและนวัตกรรมในศาสตร์ต่าง ๆ ไปพัฒนาบ้านเมืองตามทิศทางที่ต้องการ หัวใจคือ ในปี 2580 ไทยต้องเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วให้ได้ ดังนั้นแต่ละ PMU ต้องรับไปคิดต่อว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย นอกจากนี้ อว.ยังได้ทำแผนอุดมศึกษา และแผน ววน. ซึ่งผ่านสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปแล้ว ตอกย้ำว่าภายในปี 2570 อว.จะต้องเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้ประเทศเข้าสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วให้ได้ เรามีเวลาเหลืออีกเพียง 6 ปีจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยเริ่มขยับ

ทั้งนี้ อว.ตื่นตัวกันมากขึ้นที่จะนำงานวิจัยไปสู่การปฏิบัติ ไม่ขึ้นหิ้งหรือเป็นเพียงการงานวิชาชีพ การที่จะได้งบประมาณเพิ่มขึ้นต้องขึ้นอยู่กับความสุจริตในการทำงาน และการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยอย่างระมัดระวัง ซึ่งจะต้องหารือกับ PMU เป็นระยะ และปรับธงให้สอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาล เช่น ประเทศพัฒนาแล้ว BCG อุตสาหกรรม 4.0 และ EEC ส่วน รอว.นั้นตั้งธงจะทำวิทยสถานทางวิทยาศาสตร์ (Academy of Science) ซึ่งเราจะต้องมีเวทีนำเสนอผลงานวิจัยสู่การปฏิบัติและเรียนรู้ไปด้วยกัน การรวมสถาบันที่เกี่ยวข้องกับ ววน. ทำให้ชุมชนทางวิทยาศาสตร์ของเราไม่ได้หมายความถึง PMU หน่วยงานวิจัย หรือศูนย์ความเป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ด้วย

“วิทยสถานทางวิทยาศาสตร์อาจจะเปิดสอนระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เรียนทฤษฎีแบบไม่เป็นทางการ และสามารถกำหนดศาสตร์ที่ไม่ได้เปิดสอนในมหาวิทยาลัยมากนัก เช่น เทคโนโลยีอวกาศ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น โดยจะดำเนินการในรูปแบบแซนด์บ๊อกซ์และให้ปริญญาบัตรได้ ภายใต้ความร่วมมือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) หรือสถาบันวิจัยต่าง ๆ ศาสตร์ที่อยากเห็นมากที่สุด คือ วิชา BCG จากประสบการณ์ในการทำงานและยุทธศาสตร์ของประเทศ ซึ่งเป็นโมเดลสากลด้วย หรือวิชาเกี่ยวกับมรดกวัฒนธรรมแบบไทย ๆ ที่ถอดบทเรียนจากความสำเร็จออกมาเป็นทฤษฎี ไม่จำเป็นต้องเลียนแบบทฤษฎีต่างประเทศ แต่จะต้องยกระดับเรื่องต่าง ๆ ของไทยที่เราเก่ง ส่วนสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ให้ธัชชาเป็นผู้คิดว่าจะวิจัยเรื่องใดบ้าง เราพร้อมที่จะทำ Metaverse หรือเทคโนโลยีควอนตัมได้หรือยัง การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเป็นโอกาสใหม่ที่จะทำให้เราสามารถลดช่องว่างและเข้าสู่ยุค 4.0 ได้”

ทั้งนี้ รมว.อว. ได้ฝากข้อคิดไว้ว่าอารยประเทศส่วนใหญ่ลึกซึ้งถึงแก่นเดิมและภูมิใจความเป็นมาในอดีตของชาติตน นอกจากการทำปัจจุบันให้ดีและมีอนาคต ขณะที่ประเทศด้อยพัฒนาแต่ร่ำรวยอาจไม่รู้อดีตอย่างลึกซึ้ง จึงอยากให้ทุกคนนำกลับไปคิดว่าจะดำเนินการในส่วนนี้อย่างไร รวมถึงการสร้างช้างเผือกในป่าลึกให้เป็นอีลิทใหม่ ขยับฐานะทางสังคมให้ดีขึ้น หาตัวอย่างคนที่ประสบความสำเร็จให้เกิดแรงบันดาลใจและสร้างผลกระทบทางสังคมได้สูง “ผมเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นชาติพันธุ์ภาษาใด อยูในเมืองไทยก็ขึ้นมาได้หมด เช่นเดียวกับเรื่องเศรษฐกิจฐานราก เราคิดแต่เรื่องเกษตร แต่จริง ๆ เราเก่งเรื่องศิลปะและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ชาวบ้านมีดีเอ็นเออยู่แล้ว ควรสร้างศิลปินท้องถิ่นหรือช่างท้องถิ่นขึ้นมา”

ในโอกาสนี้ ผู้อำนวยการ สกสว. ได้นำเสนอภาพรวมของระบบ ววน. ที่ประกอบด้วยหน่วยนโยบาย หน่วยขับเคลื่อนนโยบาย หน่วยบริหารและจัดการทุน และหน่วยปฏิบัติการ โดยมีกองทุน ววน.เป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณางบประมาณของ ววน. ก่อนเสนอไปที่สำนักงบประมาณเพื่อเสนอ ครม. และรัฐสภาต่อไป แต่ปัญหาสำคัญคือจะทำอย่างไรให้งบประมาณจำนวนมากไม่ถูกตัด ดังนั้นจึงต้องมีความชัดเจนในการทำแผน ววน. ข้อต่อสำคัญคือการให้ทุนแบบต่อเนื่อง (multi-year) ซึ่งยังทำได้ไม่ดีนัก จึงต้องเสริมพลังให้ ววน. แข็งแกร่งขึ้นและนำไปสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลกระทบต่อสังคม ทั้งนี้การจัดทำแผน ววน. จะดูแนวโน้มของโลก ศึกษาความต้องการของภาคส่วนต่างๆ และความต้องการของพื้นที่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเราวางกรอบ เป้าหมาย และทิศทางจากระดับบนลงมา โดยมีแนวทางการขับเคลื่อนแบบก้าวกระโดด มีธงที่บอกทิศทางชัดเจน ร่วมเป็นเจ้าของและร่วมรับผิดชอบ ภายใต้วิสัยทัศน์ “พลิกโฉมให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และยกระดับคุณพรภาพชีวิต ก้าวสู่ประเทศพัฒนาแล้วในปี 2670 และพร้อมสำหรับโลกอนาคตด้วย ววน.ไทย โดยการสานพลังหน่วยงานในระบบ ววน. รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษา สถาบันวิจัย หน่วยงานภาครํฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม”

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top