546.jpg
'เจ๊หน่อย'ขายฝันกลางทุ่งกุลา ซับน้ำตารับซื้อข้าวเปลือกกิโลฯละ12บาท

'เจ๊หน่อย'ขายฝันกลางทุ่งกุลา ซับน้ำตารับซื้อข้าวเปลือกกิโลฯละ12บาท

วันเสาร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 19.33 น.

"สุดารัตน์"ลุยช่วยชาวนาประกาศกลาง"ทุ่งกุลาต้องไม่ร้องไห้อีกต่อไป”ประกาศรับซื้อข้าวเปลือกกิโลกรัมละ 12 บาท พร้อมเสนอรัฐบาลทุ่ม 24,000 ล้าน ซื้อข้าวเปลือก
2 ล้านตัน ราคา12 บาทต่อกก.นำไปสีเป็นข้าวสารแจกให้ครัวเรือนยากจน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและน้ำท่วมครัวเรือนละ 50 กิโลกรัม 20 ล้านครัวเรือน

13 พ.ย.64 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วย นายพงศกร อรรณนพพร  นายต่อพงศ์ ไชยสาส์น  นายทองหล่อ พลโคตร ผู้บริหารพรรคฯ และ ทีมไทยสร้างไทยร้อยเอ็ด นายชัชวาล แพทยาไทย  นายกิจประเสริฐ นพรัตน์ และนายธนะรัช นพรัตน์ ลงพื้นที่อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โดยได้ร่วมกับชาวนา ขึ้นรถเกี่ยวข้าว และนำข้าวขึ้นรถอีแต๋นไปขายข้าวให้โรงสีด้วยตนเอง เพื่อให้รู้ข้อเท็จจริงของปัญหา พร้อมประกาศสู้เคียงข้างเกษตรกรให้ผ่านพ้นความทุกข์ยากไปด้วยกัน  โดยตั้งใจมาช่วยซับน้ำตาและร่วมหาทางออก หลังราคาข้าวเปลือกตกต่ำ เหลือเพียงกิโลกรัมละ 6-8 บาทเท่านั้น เป็นความทุกข์ซ้ำซากของชาวนาที่ "ยิ่งทำยิ่งเจ๊ง ยิ่งทำยิ่งจน ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้"


 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า สถานการณ์ดังกล่าว ถูกซ้ำเติมด้วยต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น เช่นราคาปุ๋ย เพิ่มขึ้นจาก 600 เป็น 1,200 บาท ต้นทุนในการผลิตต่อไร่ไม่ต่ำกว่า 3,500 บาท โดยยังไม่รวมค่าแรง ต้นทุนที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากราคานำ้มันที่แพงขึ้น ขณะที่ผลผลิตต่อไร่ของชาวนากลับลดลง เหลือไร่ละไม่เกิน 300-400 กก. ปัจจุบันราคารับซื้อข้าวเปลือกไม่เกิน 8 บาทต่อกก. ดังนั้นรายได้จากการขายข้าวหนึ่งไร่ ได้ไม่เกิน 3,200 บาท  ชาวนาจึงขาดทุนยับเยิน ประกอบกับการส่งออกข้าวในปีที่ผ่านมาลดลงกว่าร้อยละ 25 เป็นผลให้สต๊อกข้าวในประเทศ ล้นเกินความต้องการ จึงทำให้กดราคาข้าวที่กำลังเก็บเกี่ยวให้ตกต่ำลงไปอีก ราคาจึงต่ำสุดในรอบ 10 ปี เป็นที่มาที่พรรคไทยสร้างไทย ต้องเดินหน้าเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะทุกข์ของชาวนาก็คือทุกข์ของพรรคไทยสร้างไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ระยะเร่งด่วน รัฐบาลต้องดึงข้าวออกจากระบบในขณะนี้ให้มากที่สุด เร็วที่สุดไทยสร้างไทย จึงเสนอรัฐบาลให้ จัดงบประมาณ 24,000 ล้านบาท เพื่อซื้อข้าวเปลือกประมาณ 2 ล้านตัน ในราคากิโลกรัมละ 12 บาท นำไปสีเป็นข้าวสาร แจกให้ครัวเรือนยากจน ที่ได้รับผลกระทบจากโควิดและน้ำท่วมครัวเรือนละ 50 กิโลกรัม จำนวนประมาณ 20 ล้านครัวเรือน จะทำให้ดึงราคาข้าวเปลือกกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้ ตามกลไกอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งรัฐบาลต้องใช้กลไกของทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงต่างประเทศ ในการลุยเจรจาหาตลาดส่งออกข้าวไทยโดยด่วนที่สุด

"วันนี้ มูลนิธิไทยพึ่งไทยจะรับซื้อข้าวเปลือกโดยตรงจากชาวนา นำร่องให้เห็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาให้ชาวนา ในราคากิโลกรัมละ 12 บาทเพื่อนำไปสีเป็นข้าวสาร แจกจ่ายพี่น้องที่กำลังประสบปัญหาโควิด-19 และน้ำท่วม พร้อมนำไปขายเพื่อเปิดตลาดให้ชาวนาสีข้าวขายตรงให้ผู้บริโภค"คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top