กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. , พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. , พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง , พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ.ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.ดำเนินการสืบสวนขยายผลการจับกุมบริษัทหลอกขายถุงมือยาง
สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 ตามที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.ได้ทำการจับกุม นายเอฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1852/2564 ลงวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ในความผิดฐาน "ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" ซึ่งผู้ต้องหาได้ก่อเหตุหลอกขายถุงมือยางให้กับบริษัทในต่างประเทศ โดยอ้างว่าสามารถผลิตและจำหน่ายถุงมือยางได้เป็นจำนวนมาก ทำให้บริษัทผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นบริษัทผู้ต้องหาสามารถจำหน่ายถุงมือยางได้จริง แต่เมื่อบริษัทผู้เสียหายโอนเงินมัดจำชำระค่าสินค้าจำนวนกว่า 180 ล้านบาทไปแล้ว ผู้ต้องหากลับไม่สามารถจัดส่งสินค้าให้กับบริษัทผู้เสียหายได้ พร้อมกันนี้ยังมีการบ่ายเบี่ยงไม่ให้เข้าตรวจสอบดูโรงงานและคลังสินค้า อ้างความปลอดภัยในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งเมื่อบริษัทของผู้เสียหายเรียกร้องให้ชดใช้เงินค่ามัดจำคืน บริษัทของผู้ต้องหาก็ไม่สามารถคืนเงินให้ได้แต่อย่างใด ภายหลังจึงได้มีการแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ.จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ.สามารถจับกุมนายเอฯ มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ในที่สุด
ต่อมา บก.ปคบ.จึงได้ทำการสืบสวนขยายผล ตรวจสอบโรงงานของบริษัทเอฯ ที่อาจมีการลักลอบผลิตถุงมือยางปลอม หรือกระทำความผิดในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ โดยวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคบ.ได้ทำการตรวจค้นโกดังผลิตถุงมือแห่งหนึ่ง ย่าน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นโกดังของบริษัทนายเอฯ ผลการตรวจค้นไม่พบเครื่องจักรในการผลิตถุงมือ พบเพียง 1.ลังเปล่าขึ้นรูปแบบบรรจุกล่องถุงมือเสร็จ จำนวน 5,940 ลัง 2.ลังเปล่าไม่ขึ้นรูป จำนวน 24,760 ลัง 3.กล่องไม่ขึ้นรูป และ 4.ลังถุงมือตัวอย่าง ไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจ จำนวน 69 ลัง
สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 กก.4 บก.ปคบ.ได้ทำการตรวจค้นโรงงานแห่งหนึ่งย่านปทุมธานี พบมีการลักลอบผลิตถุงมือยางทางการแพทย์จำนวนมาก ซึ่งโรงงานดังกล่าว ให้การรับว่าได้รับเงินว่าจ้างจากนายเอฯ ให้ผลิตถุงมือยาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ปคบ.เข้าตรวจค้น และตรวจยึดถุงมือยาง ก่อนที่จะส่งมอบสินค้าให้กับนายเอฯ
ต่อมาในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564 ขณะที่ กก.4 บก.ปคบ.ทำการสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาให้กับนายเอฯ ทราบว่า "ร่วมกันผลิตเครื่องมือแพทย์โดยไม่จดทะเบียนสถานประกอบการต่อผู้อนุญาต , ร่วมกันผลิตเคร่ืองมือแพทย์ปลอม , ร่วมกันผลิตเครื่องมือแพทย์ผิดมาตรฐาน" ซึ่งนายเอฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า นายเอฯ ยังคงมีหมายจับที่ยังไม่ถูกจับกุมดำเนินคดีอีก 2 หมายจับ คือ หมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 440/2564 ลง 28 ตุลาคม 2564 และหมายจับศาลแขวงนนทบุรี ที่ 459/2564 ลง 4 พฤศจิกายน 2564 ซึ่งเป็นการกระทําความผิดฐาน พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ กก.4 บก.ป.จึงได้ทำการจับกุมนายเอฯ ในความผิดตาม พ.ร.บ.เช็ค ด้วยเช่นกัน
จากพฤติกรรมการกระทำของผู้ต้องหา เชื่อว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ถูกผู้ต้องหาหลอกลวง โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้วจำนวน 2 คดี และมีผู้เสียหายที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีจำนวน 2 คดี ในส่วนของความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.เช็ค มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 2 คดี และความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีแล้วจำนวน 1 คดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 400 ล้านบาท
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี