546.jpg
อัปเดต‘โอไมครอน’!ศบค.รับ‘น่ากังวลสูง’ กาง‘กฎเหล็ก’กรองต่างชาติเข้าไทย

อัปเดต‘โอไมครอน’!ศบค.รับ‘น่ากังวลสูง’ กาง‘กฎเหล็ก’กรองต่างชาติเข้าไทย

วันจันทร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564, 15.11 น.

ศบค.อัปเดตสถานการณ์‘โอไมครอน’ ย้ำเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ที่ ‘น่ากังวลสูง’ กาง ‘กฎเหล็ก’ รับต่างชาติเข้าไทย จับตา 16 ธ.ค.ทบทวนกลับไปใช้ RT-PCR ตรวจนักท่องเที่ยว เทสแอนด์โกหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ศบค.ไฟเขียวตรวจ ATK

เมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 29 พฤศจิกายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยช่วงหนึ่ง ว่า การติดตามการแพร่ระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ โอไมครอน ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกได้ประกาศชัดเจนว่านับเป็นสายพันธุ์ที่มีความน่ากังวลสูง ทำให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องมีการปรับมาตรการอย่างเร่งด่วน สำหรับการติดเชื้อของต่างประเทศจากทั่วโลก หลายประเทศมีตัวเลขขยับขึ้นสูง เช่น สหราชอาณาจักร ตุรกี เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ขอเน้นย้ำว่าประเทศเหล่านี้มีตัวเลขประชากรฉีดวัคซีนแล้วค่อนข้างสูง และก่อนหน้านี้หลายประเทศประกาศผ่อนคลายมาตรการ อนุญาตให้ประชาชนเลิกสวมหน้ากากผ้า หน้ากากอนามัย เปิดร้านอาหารได้อิสระ แต่ขณะนี้จะเห็นได้ว่าหลายประเทศกลับมาคุมเข้มมาตรการอย่างเข้มงวดใหม่ ทำให้เกิดการประท้วงในหลายพื้นที่ ในส่วนเอเชียนั้น ทิศทางตัวเลขยังทรงๆอยู่ มาเลเซียมีตัวเลขลดลงอย่างต่อเนื่อง มีประเทศที่น่าจับตามองขณะนี้ คือ เวียดนามที่ตัวเลขกระโดดขึ้น , สปป.ลาว มีตัวเลขเกินพันมากว่า2 สัปดาห์แล้ว


พญ.อภิสมัย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอไมครอน ล่าสุดนอกจากทวีปแอฟริกาที่มีรายงานการพบเชื้อยืนยัน หลายประเทศในยุโรปตอนนี้มีรายงานแล้ว ทั้งอิตาลี เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ เบลเยียม สาธารณรัฐเช็ก และล่าสุดมีรายงานยืนยัน คือ ประเทศเดนมาร์ก พบเชื้อจากประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มแอฟริกา ในส่วนของเอเชียมีอยู่ที่ฮ่องกง และอิสราเอล ขณะนี้อิสราเอลประกาศปิดประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และออสเตรเลียมีรายงานยืนยันพบโอไมครอนแล้วเช่นกัน

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ที่ประชุมอีโอซีกระทรวงสาธารณสุข ได้เรียกประชุมวาระฉุกเฉินเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เร่งด่วน เพื่อพิจารณาปรับมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 สำหรับผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร เป็นการปรับมาตรการให้สอดคล้องกับการปรับมาตรการก่อนหน้านี้ของหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น บราซิล อิหร่าน และสิงคโปร์

“จากการที่องค์การอนามัยโลกมีความเป็นห่วงสายพันธุ์กลายพันธุ์โอไมครอน ที่มีรายงานว่ามีการแพร่กระจายได้เร็วยิ่งกว่าสายพันธุ์เดลตา ถึงแม้จะยังไม่มีการรายงานด้วยความรุนแรง แต่องค์การอนามัยโลกได้ย้ำว่าในกลุ่มผู้ป่วยสูงอายุ และมีโรคประจำตัวถือว่ามีความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง และเน้นย้ำว่าปัจจัยสำคัญในการเกิดเชื้อกลายพันธุ์มักจะเป็นประเทศที่มีประชากรที่ได้รับวัคซีนค่อนข้างต่ำ มีการกระจายวัคซีนไปยังประชาชนน้อยมาก ทำให้ภูมิคุ้มกันน้อยนั้นเป็นเหตุให้เกิดเชื้อกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงย้ำว่าหากใครไม่รีบรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรได้มากที่สุด เราอาจจะเป็นที่หนึ่งที่เกิดการกลายพันธุ์ของเชื้อได้” พญ.อภิสมัย กล่าว

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า สำหรับผู้เดินทางมาจากประเทศแถบแอฟริกาใต้ที่เข้าไทย ตัวเลขที่รายงานระหว่างวันที่ 1- 27 พฤศจิกายน 2564 สะสมอยู่ที่ 1,007 ราย ทั้งหมดนี้มีผลตรวจ RT-PCR เมื่อเดินทางถึงประเทศไทยเป็นลบ ตอกย้ำให้เห็นว่ามาตรการสาธารณสุขของประเทศไทยในการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศ ย้ำว่าการที่คงมาตรการเหล่านี้ไว้ถือเป็นการคัดกรองตรวจจับเชื้ออย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับการปรับมาตรการเข้ารัฐอาณาจักรไทย ของทวีปแอฟริกาที่ประกาศเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แบ่งกลุ่มประเทศแอฟริกาเป็น 2 กลุ่ม

+ กลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มประเทศที่มีรายงานเชื้อชัดเจนแล้ว ได้แก่ บอตสวานา เอสวาตินี เลโซโท มาลาวี โมซัมบิก นามิเบีย แอฟริกาใต้ และซิมบับเว หากประชาชนที่มีถิ่นพำนักจากประเทศเหล่านี้ เกิน 21 วัน จะเดินทางเข้ามาได้ในกรณีกักตัว และแซนด์บ็อกซ์ เท่านั้น และหลังวันที่ 27 พฤศจิกายน เป็นต้นมา มีประกาศชัดเจนว่าจะไม่อนุญาตจากประชาชนจาก 8 ประเทศเหล่านี้ลงทะเบียนเพื่อขอเข้าราชอาณาจักรไทย แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ลงทะเบียนมาก่อนล่วงหน้านี้แล้ว ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัว 14 วัน ตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง และมีการประกาศเพิ่มว่า 8 ประเทศนี้ หลังวันที่ 1 ธันวาคม คือ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ห้ามไม่ให้มีการเดินทางเข้าประเทศไทย ยกเว้นเฉพาะคนไทย

+ กลุ่มที่ 2 คือ ผู้ที่เดินทางจากทวีปแอฟริกานอกเหนือจากประเทศที่มีรายงานพบเชื้อ 8 ประเทศ มีเงื่อนไขว่าเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยแซนด์บอกซ์ ต้องกักตัวเท่านั้น ไม่อนุญาตให้ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรไทย ตั้งแต่ 27 พ.ย. เป็นต้นไป หากลงทะเบียนมาก่อนหน้านี้แล้วจะต้องมีการกักตัว 14 วัน ตรวจ RT-PCR 3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เดินทางมาถึงเมืองไทยก่อนหน้านี้ เช่น ที่มีจำนวนหนึ่งเดินทางมาถึงเมื่อวันที่ 15 พ.ย. นับถึง 5 ธ.ค.ขอให้เจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานโรคติดต่อ เฝ้าระวังและติดตามอาการคนกลุ่มนี้ให้ครบ 14 วัน ขณะนี้มีการประสานงานทั้งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข พบว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เกือบ 200 ราย ซึ่งสามารถติดตามได้ทั้งหมด

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีการพูดถึงการทบทวนการประเมินนักท่องเที่ยวเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทย และได้ประกาศวันที่ 16 ธันวาคม 2564 จะมีการตรวจโดยใช้ ATK แทน ด้วยเหตุผลที่ทางกระทรวงสาธารณสุขมีการประเมินสถานการณ์และมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงต้องขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่าจะคงตรวจ RT-PCR ไว้จนถึง 16 ธันวาคม 2564 แต่จะเปลี่ยนเป็น ATK ตามมติ ศบค.หรือไม่นั้น ยังคงต้องติดตาม เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ที่ประชุม ศปก.ศบค. วันเดียวกัน ได้หารือเรื่องการดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาแล้ว โดยประชุมร่วมกับ 5 จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว กทม. ระนอง สุราษฎร์ธานี กระบี่และภูเก็ต ร่วมประชุมออนไลน์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานว่าโรงแรมหลายแห่งที่พบว่านักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วยังไม่ทราบมาตรการป้องกัน โควิด-19 ของประเทศไทย บางส่วนทางโรงแรมได้พยายามชี้แจง และให้ความช่วยเหลือ เช่น ขณะที่เข้าเช็กอิน ได้มอบหน้ากากอนามัยให้กับนักท่องเที่ยวไปด้วย ถือว่าโรงแรม SHA เป็นตัวแทนของประเทศไทยในการต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ดี

ทั้งนี้ ที่ประชุมขอความร่วมมือเน้นย้ำไปยังหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง สถานประกอบการ ร้านอาหาร ร้านที่ให้บริการต่างๆ หากพบเห็นขอให้ช่วยแนะนำนักท่องเที่ยวเหล่านี้ และขอความร่วมมือจากนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ มีการเน้นย้ำไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการต่างประเทศ ให้ประชาสัมพันธ์ รายละเอียดมาตรการสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากประเทศต้นทาง ที่นักท่องเที่ยว ดำเนินการขอไทยแลนด์พลัส

-005

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top