546.jpg
ด่วน! ศบค.ไฟเขียวจัดงานฉลองปีใหม่ 'เคาท์ดาวน์'ดื่มได้ถึงตีหนึ่ง

ด่วน! ศบค.ไฟเขียวจัดงานฉลองปีใหม่ 'เคาท์ดาวน์'ดื่มได้ถึงตีหนึ่ง

วันจันทร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.11 น.

ศบค. ไฟเขียวคืนส่งท้ายปี ดื่มเหล้าเค้าดาวน์ได้ ไม่เกินตี 1 ของวันที่ 1 มค. ย้ำกิจกรรมต้องจัดในพื้นที่โล่ง คนร่วมงานต้องฉีดวัคซีนแล้ว 2 เข็มตามเกณฑ์

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. เวลา 12.00 น.ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.)แถลงผลการประชุมศบค.ชุดใหญ่ตอนหนึ่ง ว่า ที่ประชุมศบค. เห็นชอบปรับมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยมีพื้นที่สีเฉพาะสีส้มและสีเหลือง โดยให้บริโภคสุราในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 64 ถึง เวลา 01.00 น.ของวันที่ 1 มกราคม 65 เฉพาะร้านที่เปิดโล่งและมีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยการเฉลิมฉลอง ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ ของการเปิดประเทศ ทำให้เห็นภาพการเค้าดาวน์ และต้องดำเนินการเคร่งครัดตามมาตรการ ป้องกันโรคตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด คือ โควิดฟรีเซ็ตติ้ง  มาตรการ ป้องกันตัวแบบครอบจักรวาล เพราะสิ่งที่เราได้รับความสะดวกสบายนั้นจะต้องมีการควบคุมกำกับได้เป็นอย่างดีทั้งผู้ประกอบการและผู้เข้าร่วมใช้บริการ


นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า โดยกระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการ ความปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ คือประชาชนที่เข้าร่วมงานจะต้องได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ สถานประกอบการจะต้องตรวจการรับวัคซีนก่อนเข้าใช้บริการ ประชาชนต้องดำเนินมาตรการป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด กิจกรรมกิจการ ต้องประเมินตัวเองผ่าน มาตรฐานความปลอดภัยป้องกันโรค และที่สำคัญ ต้องให้เข้าออกสถานบริการนั้นเพียงทางเดียว สำหรับมาตรการกำกับควบคุมนั้น ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กำหนดให้มีทีมควบคุม กำกับ เฝ้าระวัง ให้เป็นไปตามมาตรฐาน และสื่อสารให้ประชาชน ร่วมกันเฝ้าระวังในชุมชนและแจ้งเบาะแสแก่หน่วยงานรัฐ

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สำหรับการจัดงานที่มีผู้ร่วมงานตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป ผู้จัดงาน พนักงาน นักดนตรี จะต้องได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ ให้มีการตรวจคัดกรอง ด้วยเอทีเคภายใน 72 ชั่วโมง ผู้เข้าร่วมงานต้องลงทะเบียนและแสดงหลักฐานการได้รับวัคซีน ครบตามเกณฑ์และมีผลตรวจเอทีเคเป็นลบ และการจัดงานต้องจัดในพื้นที่ที่ควบคุมการเข้าออกได้ โดยไม่ให้เกิดความแออัด จัดให้มีการจองตั๋วหรือลงทะเบียนล่วงหน้า กำหนดช่องทางเข้าออกเพียงจุดเดียว และมีระบบคิว จำกัดผู้เข้าร่วมงานหนึ่งคนต่อ4ตารางเมตร กำหนดโซนผู้เข้าร่วมงาน ระบุที่นั่งชัดเจน เน้นการทำความสะอาดทุกพื้นที่ พื้นผิว ทุก1-2 ชั่วโมง กรณีมีการแสดงควรจัดระยะห่างระหว่างเวที และผู้ชมอย่างน้อย 5 เมตร

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ ในศบค. ว่ามาตรการที่ภาครัฐออกมา ภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้จัดงาน ซึ่งให้ความสำคัญและขอให้ความสำคัญเรื่องนี้ในการที่จะเปิดกิจการกิจกรรมต่างๆก็จะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบร่วมกันด้วย เพราะผู้จัดงาน เป็นผู้ที่สามารถกำกับ กิจการกิจกรรมภายในงานได้ ดังนั้นต้องศึกษาและทำความเข้าใจในมาตรการปฏิบัติเป็นอย่างดี

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ดังนั้นผู้ที่จะเข้าร่วมงานรื่นเริงต่างๆ ฉีดวัคซีนหนึ่งครั้งไม่เพียงพอ อย่างน้อยต้องสองเข็มตามเกณฑ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ระบุว่าระยะเวลานี้ ยังไม่ถึงช่วงปีใหม่จึงยังมีเวลา รณรงค์ ให้ผู้ที่ได้รับวัคซีน 1 เข็ม ให้ไปรับการฉีดเข็มสอง เพื่อที่จะเข้าร่วมงานรื่นเริงเหล่านี้ได้ จึงขอฝากประชาสัมพันธ์  ทั้งนี้ ให้เคร่งครัดตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคที่สาธารณสุขกำหนด

ขณะที่เมื่อเวลา 11.30 น.ที่ผ่านมา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ศบค.ถึงการเฝ้าระวังแนวชายแดนช่วงเทศกาลปีใหม่ จะเข้มงวดเพิ่มขึ้นอย่างไรบ้าง ว่า ศบค.พูดหมดทุกมาตรการในเรื่องที่เกี่ยวกับโควิด ขณะนี้มีความละเอียดมาก ทั้งการเดินทางเข้ามาในประเทศ การจัดงานต่างๆ ของทุกฝ่าย ทั้งคนจัด ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนที่มาร่วมงาน ส่วนรายละเอียดโฆษก ศบค.จะเป็นผู้แถลง

ทั้งนี้ จากการประเมินที่ผ่านมา ประชาชน ผู้ประกอบการ ให้ความร่วมมือดี โดยดูจากตัวชี้วัดพบสถิติต่างๆ สามารถควบคุมได้ และคิดว่าน่าจะออกไปในแนวทางที่เราสามารถจัดการได้ เราคงจัดงานได้ไม่มีปัญหาอะไร ถ้าทุกคนร่วมมือกัน

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top