จำคุก “อั๋ว จุฑาทิพย์” 2 เดือน แต่ให้รอลงอาญา ปรับ 320 บาท ส่วนเพื่อนร่วมก๊วนอีก 4 คน โดนโทษกักขังเป็นเวลา 40 วัน จากเหตุการณ์ม็อบรีเด็ม บุกป่วน ด่าทอผู้พิพากษา ขว้างปาสิ่งของบริเวณหน้าศาลอาญา เมื่อต้นพ.ค.ที่ผ่านมา
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 22 ธันวาคม 2564 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งคดีละเมิดอำนาจศาล ที่ ผอ.สำนักอำนวยการประจำศาลอาญา ผู้กล่าวหา นายศุภกิจ บุญมหิทานนท์ , นายวีรภาพ วงษ์สมาน , นายพัชรวัฒน์ โกมลประเสริฐกุล , น.ส.จุฑาทิพย์ ศิริขัน หรือ อั๋ว แนวร่วมกลุ่มเยาวชนปลดแอก หรือรีเด็ม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 ฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาล อันเป็นความผิดฐานกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30,31(1) ,33 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 15
คำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 กลุ่มเยาวชนปลดแอด หรือรีเด็ม ได้ประกาศเชิญชวนมวลชนให้ไปทำกิจกรรม จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปศาลอาญา ถึงศาลอาญาเวลา 16.55 น. มีมวลชนประมาณ 300 - 350 คน ร่วมชุมนุมใช้เครื่องขยายเสียงเปิดเสียงข้อความที่บันทึกไว้ก่อนแล้ว ด่าทอ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาอย่างต่อเนื่อง และมีการนำสิ่งของ เช่น มะเขือเทศ ไข่ไก่ และของเหลวสีแดง มาแจก แล้วชักชวนให้ผู้ร่วมชุมนุมขว้างปาสิ่งของดังกล่าวใส่ป้าย ศาลอาญาและบริเวณพื้นในบริเวณศาลอาญา ทำให้ป้ายศาลอาญาและบริเวณพื้นในศาลสกปรกเปรอะเปื้อน ได้รับความเสียหาย ช่วงเวลาประมาณ 17.35 น. พ.ต.ท.ศักดิ์ชัย ไกรวีระเดชาชัย รองผกก.สน.พหลโยชิน ได้ประกาศคำสั่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่องการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ชุมนุม คงขว้างปาสิ่งของอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาเวลาประมาณ 17.40 น. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน ประกาศให้ผู้ชุมนุมหยุดการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่กลับไม่หยุด จนกระทั่งเวลา 18.36 น. แกนนำผู้ชุมนุมได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกกิจกรรมและยุติการชุมนุม ผู้ชุมนุมจึงทยอยออกจากพื้นที่บริเวณหน้าศาลอาญา แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนยังรวมกลุ่มกันที่บริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 32 และขว้างปาประทัด ยิงพลุไฟ และยิงหนังสติ๊กใส่เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ภายหลังตำรวจชุดสืบสวนได้สืบสวนทราบว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 ได้ร่วมกระทำการอันไม่สงบเรียบร้อยภายในบริเวณและรอบบริเวณศาลอาญา โดยนำสิ่งของประกอบด้วย มะเขือเทศ ไข่ไก่ ขวดน้ำบรรจุของเหลวสีแดง ขว้างปาข้ามรั้วเข้าไปในบริเวณศาลอาญา โดยสิ่งของดังกล่าวตกหล่นบนพื้นบริเวณลานจอดรถด้านในศาลอาญา ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวได้รับความสกปรก และมีกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณพื้นที่หน้าศาลอาญา การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอาญาและกระทำการฝ่าฝืนข้อกำหนดของศาลอาญา ว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล พ.ศ.2564 ฉบับลงวันที่ 17 มี.ค. 2564 ผู้ถูกกล่าวหา ที่ 1-5 ให้การปฏิเสธ
วันนี้ นายศุภกิจ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 , น.ส.จุฑาทิพย์ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กับพวกรวม 5 คน เดินทางมาฟังคำสั่งศาลพร้อมกับเพื่อนประมาณ 3-4 รายที่มาให้กำลังใจ
ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า ข้ออ้างของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-5 ฟังไม่ขึ้น จึงมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้งห้ามีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30, 31 (1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ขณะกระทำความผิดผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 อายุ 19 ปีเศษ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2และ 3 อายุ 18 ปีเศษ เห็นควรลดโทษให้1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 76 คงจำคุกคนละ 2 เดือน และให้จำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และที่ 5 คนละ 3 เดือน ปรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จำนวน 480 บาท ผู้ถูกกล่าวหาทั้งห้านำสืบรับข้อเท็จจริงเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 1-3 คนละ 40 วัน คงจำคุกผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 และ 5 คนละ 2 เดือน ปรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 จำนวน 320 บาท
พิเคราะห์พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งคดีแล้วเห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 ร่วมกระทำผิดเฉพาะในส่วนการเข้าไปช่วยยกสิ่งของที่มีผู้นำมาให้ผู้ร่วมชุมนุมใช้ขว้างปา และช่วยคนสีในถังเป็นช่วงเวลาสั้น " โดยทางไต่สวนไม่พอฟังว่าผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 เป็นแกนนำจัดให้มีการชุมนุม ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าขณะร่วมชุมนุม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กระทำการใดอันเป็นการก่อความวุ่นวายอื่นอีก และไม่ปรากฏว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อน เพื่อให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 กลับตนเป็นพลเมืองดี จึงเห็นสมควรให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี และให้คุมความประพฤติโดยให้ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในกำหนดเวลา 1 ปี และให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เป็นเวลา 12 ชั่วโมง
สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 และ 5 มีพฤติการณ์เข้าร่วมชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงอันเป็นการไม่นำพาต่อความสงบเรียบร้อยในสังคม จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ แต่เพื่อมิให้มีประวัติต้องโทษจำคุก จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกของผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 และ 5 เป็นโทษกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 โดยให้กักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 1,2,3 มีกำหนด 40 วัน และกักขังผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 มีกำหนด 2 เดือน
-005
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี