546.jpg
4วันดับ226ศพ  อุบัติเหตุปีใหม่1,906ครั้ง  เจ็บ1,894/กทม.ตายสูงสุด

4วันดับ226ศพ อุบัติเหตุปีใหม่1,906ครั้ง เจ็บ1,894/กทม.ตายสูงสุด

วันจันทร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สรุป 7 วันอันตรายช่วงปีใหม่ ผ่าน 4 วัน เกิดอุบัติเหตุรวม 1,906 ครั้งเสียชีวิตพุ่ง 226 ศพ บาดเจ็บรวม 1,894 ราย กทม.นำเสียชีวิตสะสมสูงสุด 14 ศพ เชียงใหม่ แชมป์อุบัติเหตุ-บาดเจ็บ ส่องเข้มเริ่มเดินทางกลับ วอนปฏิบัติตามกฎหมาย กำชับเข้มข้นดูแลเส้นทางสายหลัก-จุดเสี่ยงอุบัติเหตุ

วันที่ 2 ม.ค. 2565 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง ในฐานะประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี แถลงข่าวศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2565 ว่าด้วยสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 1 ม.ค. 2565 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ “ชีวิตวิถีใหม่ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” ระหว่างวันที่ 29 ธ.ค. 2564-4 ม.ค. 2565 ณ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย


โดยในวันที่ 1 ม.ค. 2565 เกิดอุบัติเหตุ 574 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 73 ราย บาดเจ็บ 574 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 37.28 ขับรถเร็ว ร้อยละ 35.71 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จักรยานยนต์ ร้อยละ 89.27 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 81 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.80 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 03.01–06.00 น. ร้อยละ 25.96 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 17

ทั้งนี้ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,890 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 42,189 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 419,239 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 85,196 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 24,279 ราย ไม่มีใบขับขี่ 21,815 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี 24 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 6 รายจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี 31 คน

“สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 4 วันของการรณรงค์ 29 ธ.ค. 2564–1ม.ค. 2565 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,906 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 226 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,894 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ เชียงใหม่ 74 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 14 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ 70 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต มี 35 จังหวัด” นายนิรัตน์ กล่าว

นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ในวันที่ 2 ม.ค. 2565คาดว่าจะมีประชาชนบางส่วนทยอยเดินทางกลับ ทำให้เส้นทางหลักกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ และจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ มีปริมาณรถเพิ่มขึ้น ประกอบกับความอ่อนล้าของผู้ขับขี่ทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากอาการง่วงหลับในได้ ขณะที่อีกบางส่วนยังคงท่องเที่ยวและเฉลิมฉลองอยู่ในพื้นที่

ศปภ.จึงได้ประสานจังหวัดสนธิกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและอาสาสมัครอำนวยการจราจรและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนตลอดเส้นทาง ดำเนินมาตรการดูแลความปลอดภัยในการเดินทางอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องโดยปรับแผนเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก สายรอง และจุดเสี่ยงอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งรวมถึงเพิ่มความถี่ในการจัดตั้งจุดตรวจบนเส้นทางสายหลัก ทางร่วม ทางแยก เพื่อชะลอความเร็วรถและประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เน้นกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงและการใช้อุปกรณ์นิรภัย โดยเฉพาะบริเวณจุดเสี่ยงอุบัติเหตุเส้นทางตรงที่มีระยะทางยาวที่มักเกิดอุบัติเหตุจากการหลับใน อีกทั้งเข้มข้นการดูแลเส้นทางสายรองที่ประชาชนใช้เป็นทางลัดและทางเลี่ยงเมือง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นถนนทางตรง วิ่งสวนเลน และไม่มีเกาะกลาง จึงสามารถใช้ความเร็วได้สูง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ขอฝากให้ผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็ว หากขับรถระยะทางไกลให้หยุดพักรถทุก 1-2 ชั่วโมง ไม่ฝืนขับรถเมื่อมีอาการง่วงนอน เพื่อให้เดินทางถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย

ด้านนายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติเผยว่าสถิติคดีขับรถในขณะเมาสุราที่ศาลสั่งคุมความประพฤติ ต้อนรับวันปีใหม่ 1 ม.ค. 2565 มีเพียง 52 คดี เนื่องจากศาลส่วนใหญ่ปิดทำการ ซึ่งสถิติยอดรวมสะสม 4 วัน ที่มีการควบคุมเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2564-1ม.ค. 2565 มีจำนวน 2,952 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา 2,458 คดี คิดเป็นร้อยละ 83.27 คดีขับเสพ 484 คดี คิดเป็นร้อยละ 16.4 คดีขับรถประมาท 10 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.34

“จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุรายอดสะสมสูงสุด 3 อันดับ ยังคงเป็นจังหวัดเดิม ได้แก่ ชัยภูมิ 194 คดี สกลนคร 159 คดี และบุรีรัมย์ 157 คดี ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่คุมประพฤติในวันที่สี่ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 และ พ.ศ. 2565 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2564 จำนวน 36 คดี และ ปี พ.ศ. 2565 มีจำนวน 52 คดี เพิ่มขึ้น 16 คดี”อธิบดีกรมคุมประพฤติ ระบุ

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังนายสถานีเดินรถ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางกลับจากภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2565 โดยคาดว่าในเที่ยวกลับจะมีผู้โดยสารทยอยเดินทางตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค. 2565 และจะหนาแน่นในช่วงวันที่ 3-4 ม.ค. 2565 ประมาณวันละกว่า 50,000 คน บขส. จึงได้จัดรถโดยสาร ทั้งรถ บขส. รถร่วม และรถตู้ ให้บริการผู้โดยสารวันละกว่า 3,700 เที่ยว เพื่อรองรับการเดินทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ของประชาชน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือไปท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า 2564-ต้อนรับปีใหม่ 2565 ทยอยเดินทางกลับเข้ากรุงเทพมหานคร อาทิ บริเวณถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ บริเวณแยกตลาดแค ต.ธารปราสาท อ.โนนสูง จ.นครราชสีมามีปริมาณรถสะสมมาก ส่งผลให้การจราจรตัดขัดเป็นระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร โดยมีตำรวจทางหลวง ตำรวจ สภ.โนนสูง และเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงในพื้นที่คอยอำนวยการจราจร คาดว่าการจราจรบริเวณนี้จะหนาแน่นไปตลอดทั้งคืนวันที่ 2 ม.ค. 2565

เช่นเดียวกับบริเวณสถานีขนส่งทั้งรถไฟและรถทัวร์ในกรุงเทพฯ ก็มีประชาชนที่ใช้บริการระบบขนส่งมวลชนทยอยเดินทางจากภูมิลำเนากลับมาทำงานในเมืองหลวง ซึ่งพบว่าหลายคนแบกสิ่งของอุปโภคบริโภคมาจากที่บ้านเกิดด้วยสำหรับใช้เป็นเสบียงเพื่อลดค่าใช้จ่ายท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ที่ล่วงเลยมายาวนานกว่า 2 ปีแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top