วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
เตือนแล้วเตือนอีก! ผอ.สบอ.3 (บ้านโป่ง) เผยผลลาดตระเวน 9 วันตามยุทธการ ทส.ยกกำลัง X ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เพื่อปกป้องป่าไม้และสัตว์ป่าในช่วงหยุดยาวปีใหม่ในพื้นที่กาญจนบุรี จับได้ 4 คดีทั้ง "คดีล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง บุกรุก แผ้วถาง ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยมิได้รับอนุญาต" ได้ผู้ต้องหา 4 คน เผยบางคดีเจอคุก 20 ปีปรับสูงสุด 2 ล้านบาท ขณะที่ 2 ผู้ต้องหาล่ากวางป่าเจอเจ้าหน้าที่ทิ้งของหลบหนีได้หวุดหวิด
เมื่อเวลา 16.00 น.วันนี้ 4 ม.ค.64 นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่า จากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ออกลาดตระเวนตามยุทธการ ทส.ยกกำลัง X เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า ตามนโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้บูรณาการทำงานเป็นหนึ่งเดียว ใกล้ชิดกับประชาชน และพร้อมทำงานอย่างไร้ขีดจำกัดและตามข้อสั่งการของปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่ให้ดำเนินการ ป้องกัน และปราบปราม การทำไม้ และล่าสัตว์ป่า อย่างเด็ดขาด
โดยการลาดตระเวนตามยุทธการข้างต้น ได้เริ่มพร้อมกันทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค.64 ถึงวันที่ 3 ม.ค.65 รวมเวลา 9 วัน เนื่องจากช่วงระยะเวลาดังกล่าวนั้นเป็นช่วงวันหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งช่วงดังกล่าวเกรงว่าจะมีกลุ่มนายพรานลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าหรือตัดไม้ทำลายป่าได้ โดยหากประชาชนแจ้งเบาะแสเข้ามาจนนำไปสู่การจับกุมก็จะได้รับเงินรางวัลนำจับเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท ซึ่งผู้ที่แจ้งเบาะแสเข้ามาจะถูกปกปิดรายชื่อเอาไว้เป็นความลับ
ห้วงระหว่างออกลาดตระเวน เจ้าหนาที่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 4 คดี ประกอบด้วยคดีที่แรก เกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 16.30 น.ของวันที่ 26 ธ.ค.64 ขณะนั้นเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน จ.ราชบุรี ได้ดักซุ่มที่บริเวณริมอ่างเก็บน้ำเขาหัวแดง ท้องที่หมู่ 3 ต.บ้านยางหัก อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เนื่องจากมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสเข้ามาระหว่างดักซุ่มเจ้าหน้าที่พบผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 2 คนกำลังแบกเป้และถุงปุ๋ย แต่ชายทั้ง 2 คนเห็นเจ้าหน้าที่เสียก่อนจึงทิ้งเป้และถุงปุ๋ยวิ่งหลบหนี เจ้าหน้าที่พยายามไล่ติดตามแต่ไม่ทัน
.jpg)
จากการตรวจสอบพบซากหัวกวางเพศผู้จำนวน 1 หัวเนื้อกวางน้ำหนักรวมกันประมาณ 60 กิโลกรัม รวมทั้งมีด 1 เล่มและหินลับมีด 1 อันจึงจดทำบันทึกเรื่องราวแล้วนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากท่อ เพื่อทำการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีที่สองเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 14.20 น.ของวันที่ 29 ธ.ค.64 ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ออกลาดตระเวนได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 7 ต.ด่านแม่แฉลบ อ.ศรีสวัสดิ์ ซุกซ่อนเลื่อนโซ่ยนต์ผิดกฎหมายเอาไว้ภายในบ้าน เมื่อไปถึงพบนายภิรมย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี เจ้าของอยู่ในบ้านเจ้าหน้าที่จึงขอตรวจสอบพบเลื่อยโซ่ยนต์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนจำนวน 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่จึงนำของกลางพร้อมตัวนายภิรมณ์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัสดิ์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา "มีเลื่อยโซ่ยนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
คดีที่สามเกิดขึ้นเมื่อเวลา 08.30 น.ของวันที่ 2 ม.ค.65 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้ทำการจับกุมตัวนายอนุรักษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี อยู่หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค และนายวราพงษ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี อยู่หมู่ 3 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค ได้ที่บริเวณป่าบ้านพุองกะ หมู่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมของกลางประกอบด้วย ไก่แจ้ 2 ตัว ไก่ป่า 1 ตัว ครืนสำหรับดักไก่ป่า จำนวน 26 อัน และกระทอใส่ไก่ 2 อัน จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา "ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยมิได้รับอนุญาต" ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท
.jpg)
คดีที่สี่เกิดขึ้นเวลา 15.30 น.วันที่ 3 ม.ค.65 ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อ.ศรีสวัสดิ์ ลาดตระเวนไปถึงบ้านปลายดินสอ หมู่ 5 ต.แม่กระบุง อ.ศรีสวัสดิ์ พบการบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ รวมเนื้อที่จำนวน 7-3-91 ไร่ โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวผู้กระทำผิดได้ 1 คน คือนายอภิชาต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 202/16 ต.ส่วนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงจัดทำบันทึกเรื่องราวก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสวัดิ์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ในข้อหา "บุกรุก แผ้วถาง ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โดยมิได้รับอนุญาต" ต้องระวางโทษจำคุก 4-20 ปี ปรับ 400,000-2,000,000 บาท
นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สบอ.3(บ้านโป่ง) กล่าวว่า ที่ผ่านมาถึงแม้จะเป็นช่วงหยุดยาวเพื่อฉลองวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็ตาม แต่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯก็ไม่หยุดในการออกลาดตระเวน และถึงแม้จะพ้นช่วงวันหยุดมาแล้วก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังคงออกลาดตระเวนให้เข้มข้นยิ่งขึ้นทุกวัน
ดังนั้น หากประชาชนมีเบาะแสการกระทำผิด ขอให้แจ้งเข้ามาซึ่งเจ้าหน้าที่จะปิดรายชื่อเอาไว้เป็นความลับ หากสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ จะได้รับเงินรางวัลนำจับจากองทุน สบอ.3(บ้านโป่ง) จำนวน 2,000 บาท และนอกจากนี้ผู้ที่แจ้งเบาะแสจะได้เงินรางวัลเพิ่มหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาจนคดีถึงที่สุดอีกด้วย สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสจนนำมาสู่การจับกุมได้ถึง 4 คดี จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 5,000 บาท ซึ่งเป็นกรณีพิเศษเนื่องจากเป็นช่วงหยุดยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี