วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การจะยื้อชีวิตมนุษย์ให้รอดพ้นจากโรคร้าย เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ รวมทั้งโรคที่เกิดจากความเสื่อมต่างๆ ของร่างกาย ฯลฯ ให้กลับมาเหมือนมีชีวิตใหม่อีกครั้ง ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ซึ่งเปรียบเสมือนเซลล์ต้นแบบที่เป็นจุดกำเนิดแห่งชีวิต เป็นแนวทางการรักษาในอนาคตที่จุดประกายแห่งความหวังของมวลมนุษยชาติ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ได้รับการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเอาชนะลิขิตทางธรรมชาติ
ทำให้ปัจจุบันการบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดสามารถทำได้หลายวิธีซึ่งนอกจากการเก็บจากไขกระดูกของผู้บริจาคที่ต้องผ่านการตรวจ HLA (Human leukocyte antigen) ที่ผ่านการทดสอบการเข้ากันของเนื่อเยื่อ การเก็บจากเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากหลอดเลือดก็สามารถทำได้แล้วในทุกวันนี้อย่างไรก็ดี การรักษาด้วยเกล็ดเลือดยังมีความจำเป็นอยู่ในผู้ป่วยกลุ่มโรคเลือด รวมทั้งโรคติดเชื้อบางชนิด เช่น ไข้เลือดออก รวมทั้งผู้ต้องเข้ารับการผ่าตัดใหญ่ หากไม่ได้รับการรักษาด้วยการให้เกล็ดเลือดอย่างทันท่วงทีอาจถึงแก่ชีวิต
เบื้องหลังความพยายามที่จะศึกษาวิจัยกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกล็ดเลือดทดแทนการบริจาคเลือดที่ขาดแคลน ดร.ภญ.สุดจิต ล้วนพิชญ์พงศ์ นักวิจัยประจำ SiSCR สำนักงานคณบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานวิจัย ระดับดีสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ประจำปีงบประมาณ 2565 จาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ทุ่มเททดลองใช้เทคนิคต่างๆ ที่ใช้เทคโนโลยีทางชีวโมเลกุลขั้นสูง อาทิ เทคนิค CRISPR-Cas9 หรือคริสเปอร์-แคสไนน์ ซึ่งใช้ในการตัดต่อทางพันธุกรรม
และเทคนิค RNA-seq ที่ใช้วิเคราะห์การแสดงออกของยีนในร่างกาย ฯลฯ จากการศึกษาในเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดที่เก็บจากอาสาสมัคร จนสามารถค้นพบกระบวนการซึ่งสามารถกระตุ้นการสร้างเกล็ดเลือด และช่วยให้เข้าใจพยาธิสภาพที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการสร้างเกล็ดเลือดในห้องปฏิบัติการ ที่อาจนำไปสู่การต่อยอดเชื่อมโยงงานวิจัยในภาคการผลิตได้ต่อไป
“ผู้ป่วยแต่ละรายจำเป็นต้องใช้เกล็ดเลือดจากผู้บริจาคถึง 4-6 คนโดยเกล็ดเลือดที่ได้รับบริจาคแต่ละครั้งสามารถเก็บได้เพียง 5 วัน ซึ่งหากสามารถต่อยอดวิธีการที่ค้นพบนี้สู่ภาคการผลิต นอกจากจะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเกล็ดเลือดทดแทนการบริจาคเลือดที่ขาดแคลนได้แล้ว ยังสามารถลดการใช้เกล็ดเลือดที่จะต้องได้รับจากผู้บริจาคหลายรายมารวมกัน” ดร.ภญ.สุดจิต กล่าว
การพัฒนานวัตกรรมบนพื้นฐานของปัญหาที่เกิดขึ้นจริงทำให้ได้ผลการวิจัยที่ตรงจุด เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และอาจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมายมหาศาล ผลงานวิจัยใหม่ๆ สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เพียงใส่ใจต่อสิ่งที่
เกิดขึ้นรอบตัว เช่นเดียวกับการวิจัยเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพเกล็ดเลือดที่จะเป็นความหวังในการต่อชีวิตผู้ป่วย และลดวิกฤตขาดแคลนผู้บริจาคได้ต่อไป
มหาวิทยาลัยมหิดล
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี