วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวเปิดงานเสวนา "วัคซีนเด็ก เติมภูมิคุ้มกัน มั่นใจเปิดเรียน On Site แบบปลอดภัย พร้อมใช้แผนเผชิญเหตุทุกสถานการณ์" ภายใต้ความร่วมมือของ 3 กระทรวง คือ ศธ. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่า กว่า 2 ปี ที่คนทั่วโลกต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ทุกคนกังวลที่ต้องใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่วันนี้เราเริ่มเข้าใจและรู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร และหน่วยงานที่จัดการศึกษามีความห่วงใยเรื่องการจัดการศึกษาและผลกระทบกับการเรียนรู้ของเด็ก ที่ผ่านมา รัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยและได้อนุมัติวัคซีนให้ครูและนักเรียนอายุ 12-18 ปี ซึ่งขณะนี้ฉีดเข็มแรกไปแล้วกว่า 99% และทยอยฉีดเข็ม 2 กว่า 80% ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ได้ร่วมมือกับสธ.มาโดยตลอดในการทำให้สถานศึกษามีความปลอดภัย และกำลังจะเริ่มฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 5-11 ปี ที่เน้นการยินยอมจากผู้ปกครอง
อย่างไรก็ตาม การเปิดเรียนออนไซต์ทราบว่า หลายพื้นที่มีความกังวล จึงขอยืนยันว่าโรงเรียนที่เปิดสอนออนไซต์ จะต้องดำเนินการตามมาตรการ Thai stop COVID-19 และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เมื่อมีเด็กติดเชื้อจึงไม่จำเป็นต้องปิดทั้งโรงเรียน
นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กในระบบการศึกษา กว่า 9.7 ล้านคน จากทุกหน่วยงานที่จัดการศึกษา ซึ่งมีโรงเรียนทยอยเปิดออนไซต์จำนวนมากแล้ว ทั้งนี้ ศธ.ได้ทำการสำรวจข้อมูลการเปิดเรียนออนไซต์ จาก 77 จังหวัด ส่งข้อมูลมาแล้ว 40 จังหวัด เปิดเรียนออนไซต์แล้ว 79.32% ที่เหลืออีก 37 จังหวัด ยังไม่ส่งข้อมูลมา แต่คิดว่ามีจำนวนใกล้เคียงกัน สำหรับการสำรวจจำนวนผู้ปกครองที่ประสงค์ให้เด็กอายุ 5-11 ปี ฉีดวัคซีน นั้น จากจำนวนนักเรียนทั้งในและนอกสังกัด ศธ.ทั่วประเทศ จำนวน 5,381,431 คน ล่าสุดมีจังหวัดที่ส่งข้อมูลมาแล้ว 61 จังหวัด จำนวนเด็ก 4,185,000 คน คิดเป็น 78% ประสงค์ฉีดวัคซีน 2,570,000 คน คิดเป็น 61.4% ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ปกครองจะแสดงความประสงค์ให้นักเรียนฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอีกเลื่อยๆ
ขณะที่ นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีความพยายามจัดการเรียนการสอนที่หลากหลาย แต่พบว่า การเรียนออนไซต์เป็นวิธีการที่มีคุณภาพทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้มากที่สุด ประกอบการสถานการณ์โควิด-19 ก็มีแนวโน้มลดลง รมว.ศธ.จึงให้เปิดเรียนแบบออนไซต์ เมื่อวันที่ 1 พ.ย.2564 ต่อมามีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์โอมิคอน ซึ่งถือเป็นเชื้อที่มีโอกาสติดได้เร็ว แต่ความรุ่นแรงไม่มาก สพฐ.จึงมีแนวคิดที่จะเปิดเรียนออนไซต์ ตามนโยบายของ รมว.ศธ. ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้มีการสำรวจ พบว่า โรงเรียนจำนวนมากต้องการเปิดเรียนแบบออนไซต์ จึงอยากสื่อสารกับโรงเรียนและผู้ปกครอง ว่า การเปิดโรงเรียนจะต้องมีความปลอดภัย และปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ รวมถึงรณรงค์ให้ทุกคนฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 ให้ได้มากที่สุด และรณรงค์ให้โรงเรียนเปิดเรียนออนไซต์ให้ได้ทุกโรง ทั้งนี้ การเปิดเรียนออนไซต์ไม่ได้หมายความว่าจะบังคับให้นักเรียนมาเรียนทุกคนต้องมาเรียนที่โรงเรียน หากผู้ปกครองยังไม่มั่นใจก็สามารถให้บุตร หลานเรียนออนไลน์ได้
ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัญหาใหญ่ที่ทำให้ไม่สามารถเปิดออนไซต์ได้ อยู่ที่ความกังวลของผู้ปกครองและความกังวลของผู้บริหารระดับจังหวัด หากมีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจจะถูกกัดดันจากสังคม ดังนั้น ขอเรียนว่า ประเทศไทยผ่านสถานการ์การแพร่ระบาดใหญ่มาแล้ว มีการฉีดวัคซีน และการรักษาก็ค่อนข้างดีมาก การฉีดวัคซีนก็มีเพิ่มขึ้น ไม่อยากให้กังวลตัวเลขของผู้ติดเชื้อ เพราะขณะนี้โควิด-19 ใกล้จะเข้าสู่โรคประจำถิ่น คนสามารถอยู่ร่วมกันได้ มีอาการติดเชื้อไม่รุนแรง ส่วนที่ผู้ปกครองกังวลว่าเด็กจะเป็นหนูทดลองนั้น ตนขอยืนยันในความปลอดภัย เพราะวัคซีนที่ทั่วโลกอนุมัติให้ใช้กับเด็ก คือ ไฟเซอร์ เป็นวัคซีนในกุล่ม mRNA และ วัคซีนเชื้อตาย โดยวัคซีนที่จะนำมาฉีดให้เด็กจะคำนึงถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ส่วนวัคซีน ไฟเซอร์ฝาสีส้ม สั่งซื้อไป 10 ล้านโดส ผู้ผลิตแจ้งจะส่งมอบให้ประเทศไทยสัปดาห์ละ 3 แสนโดส จากนั้น สธ.จะจัดสรรวัคซีนไปบริการฉีดวัคซีนผ่านสถานศึกษา โดยการฉีดวัคซีนให้นักเรียนชั้นป.6 ที่อายุต่ำกว่า 12 ปีก่อน จากนั้นฉีดวัคซีนให้ชั้นอื่นๆ จนถึงชั้น ป.1 ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อยู่ระหว่างการพิจารณาขึ้นทะเบียนวัคซีนซิโนแวค สำหรับการฉีดในเด็กอายุ 3-17 ปี เพื่อเป็นทางเลือกในการเข้ารับวัคซีนต่อไป ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนตัวเด็กปลอดภัยแล้วคนในครอบครัวและชุมชนก็ปลอดภัยด้วย
นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากข้อมูลการติดเชื่อในสถานศึกษา เกิดจากการร่วมกลุ่มของเด็ก แม้โรงเรียนจะดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และมีการฉีดวัควัคซีนครบแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มโรงเรียนประจำ ที่มีการร่วมกลุ่มพบว่ามีการติดเชื้อค่อนข้างมาก แต่มีข้อดีคือไม่ได้มีการนำไปแพร่เชื้อภายนอก เพราะมีการกักตัวในพื้นที่เดียวกัน ทางแก้ขอเน้นย้ำ ให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาขณะนั่งเรียนและการจัดกิจกรรมร่วมกลุ่ม ปฏิบัติตามแผนเผชิญเหตุ และมีเซฟโซน
ขณะที่ นพ.กำธร มาลาธรรม ที่ปรึกษาสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย กล่าวว่าจากสถานการณ์ขณะนี้ผู้ปกครองบางพื้นที่ยังไม่มั่นใจในวัคซีนและนังมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องของการฉีดวัคซีนอยู่ จึงเป็นงานหนักที่เราจะต้องเร่งทำความเข้าใจเพื่อให้เปิดเรียนแบบออนไซต์ได้ และยังมีข้อจำกัดของเทคโนโลยีที่ใช้เรียนออนไลน์ ที่ทำให้เด็กกับเพื่อนๆ และครูกับนักเรียน ที่ไม่สามารถเกิดการพัฒนาจากการเรียนออนไลน์ได้ และการติดเชื้อของเด็ก 1-2 คน ก็มีวิธีที่จะทำให้เชื้อไม่กระจายได้ และเด็กก็ไม่ได้ติดเชื้อขณะนั่งเรียน แต่จะติดตอนนรับประทานอาหารหรือการดื่มน้ำร่วมกัน ครูจึงต้องมีมาตรการในการสร้างการรับรู้และการป้องกัน
นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การฉีดวัคซีนป้องกันโควิดมีข้อดี คือ ป้องกันโควิดได้ และไม่ว่าจะฉีดยี่ห้ออะไรก็สามารถลดการป่วยการตายได้พอๆกัน และการฉีดวัคซีนจะทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดดีขึ้น และฉีดแล้วมีอาการแพ้น้อยมาก หรือไม่มีอาการเลย ส่วนผลข้างเคียงมีแต่มากน้อย่างกัน ถ้าถามว่าเปิดเรียนออนไซต์จะมีความเสี่ยงหรือไม่ ซึ่งโรคนี้จะมีไปเลื่อยๆ และจะอ่อนลงไปสามารถรับมือได้ ดังนั้น การเปิดเรียนออนไซต์ของนักเรียนอายุ 12-18 ปีที่ฉีดวัคซีนแล้ว กว่า 80% สามารถเปิดเรียนออนไซต์ได้เลย และกำลังจะฉีดให้กลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี ส่วนเด็กอายุ 3 ขวบถึงต่ำกว่า 5 ขวบ กลุ่มนี้ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนถือยังไม่มีเกาะป้องกันเลย จึงยังไม่ควรไปเรียนที่โรงเรียน ให้ปิดเรียนไปก่อน
ขณะที่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้ประสารกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพื่อร่วมกันดูแลให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนแบบออนไซค์ให้เป็นจริงได้มากที่สุดและมีความปลอดภัย รวมถึงให้ร่วมกันรณรงค์ให้ผู้ปกครองพานักเรียนมาฉีดวัคซีนจนครบทุกคน และฉีดให้ครบทุกกลุ่มคนให้ได้มากที่สุด
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี