533.jpg
พบแล้วร่าง‘แตงโม’  แม่ไม่เชื่อลูกสาวพลัดตกเรือดับ

พบแล้วร่าง‘แตงโม’ แม่ไม่เชื่อลูกสาวพลัดตกเรือดับ

วันอาทิตย์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พบแล้วร่าง‘แตงโม’

แม่ไม่เชื่อลูกสาวพลัดตกเรือดับ


ตร.สอบเข้มจ่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง

พบแล้วร่างไร้วิญญาณ “แตงโม-นิดา” หลังค้นหานานกว่า 36 ชั่วโมงแม่ไม่เชื่อลูกสาวพลัดตกเรือขณะทำธุระส่วนตัว ด้านกรมเจ้าท่าเผยใบอนุญาตเรือและประกันภัยเรือหมดอายุจากกรณีดาราดัง “แตงโม-นิดา” หรือ

น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ อายุ 37 ปี พลัดตกเรือสปีดโบ๊ตจมหายไปในแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้สะพานพระราม 7 ช่วงท่าเรือพิบูลสงคราม 1 อ.เมือง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 เวลาประมาณ 22.00 น. ทำให้มีการระดมเรือและนักประดาน้ำจากหลายหน่วยงานปูพรมค้นหา ซึ่งล่าสุดหลังจากใช้เวลานานกว่า 36 ชั่วโมง มีรายงานว่า วันที่ 26 ก.พ. 2565 เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่พบศพของ น.ส.ภัทรธิดา แล้ว โดยอยู่ห่างจากบริเวณท่าเรือพิบูลสงคราม 1 ไม่มากนัก

ในวันเดียวกัน ที่ สภ.เมืองนนทบุรี อ.เมือง จ.นนทบุรี นางภนิตา ศิริประยุทธโยธิน อายุ 62 ปี มารดาของ น.ส.ภัทรธิดา ซึ่งเดินทางมาให้การกับพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า ตนทราบแล้วเรื่องเจ้าหน้าที่พบศพลูกสาว แต่ต้องขอพบตำรวจก่อนตามที่ได้นัดไว้ เพราะยังมีหลายเรื่องที่ยังคาใจอยู่ เช่น เรื่องเรือที่ไม่มีคู่คี่ เรื่องการว่าจ้างไปถ่ายแบบบนเรือ โดยเฉพาะเรื่องการจ้าง ต้องสอบสวนให้รู้ว่าใครเป็นคนจ้างไปถ่ายแบบในเรือ ซึ่งตนไม่เชื่อว่าเป็นการไปกินข้าวกันตามปกติเพราะลูกสาวแต่งตัวสวยมาก ชุดที่ไปถ่ายรูปแล้วเขานัดไปถ่ายรูปกัน

ส่วนทั้ง 5 คนที่ไปด้วยกันรู้จักกับแตงโมมาก่อนหรือไม่ เรื่องนี้ไม่ทราบเพราะทั้ง 5 คนตนไม่รู้จักสักคน ขณะที่ กระติก ตนขอบอกตรงๆ วันนี้เป็นวันที่ 3 แล้ว อยากเจอแตงโมแล้ว แต่ก็ติดผู้จัดการไม่เคยโทรหาเลยสักครั้งเดียว ตนอยากถามกระติกว่าทำไมไม่บอกตนที่เป็นแม่ว่าพาลูกสาวไปถ่ายภาพแล้วตกเรือ ซึ่งปกติงานต่างๆ แตงโมไม่ได้แจ้งให้ตนทราบ เพราะส่วนใหญ่เป็นงานในกรุงเทพฯ ซึ่งแม่ก็จะไปด้วย

ส่วนการพาไปขึ้นเรือหรือขึ้นเครื่องบินจริงๆ แล้วก็ต้องบอกกัน แต่นี่ไม่บอก จนถึงป่านนี้แล้วก็ยังไม่บอก ซึ่งการที่กระติกไม่บอกตนว่าพาแตงโมไปลงเรือ ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ตนไม่สบายใจ และไม่เข้าใจว่าจะปิดบังอะไร แม้แต่คนในบ้านซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของแตงโมก็ไม่บอก ตนต้องโทร.ไปถามเองถึงจะบอก จึงสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้น โดยจะมีกลุ่มเพื่อนน้องโมกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นผู้หญิงที่เป็นช่างแต่งหน้า เป็นเพื่อนสนิทอีกระดับหนึ่งของเขา

“วันที่แม่ไปท่าเรือพิบูลสงคราม 1 มีนักข่าวมารุมแม่เยอะมาก คนกลุ่มนี้ก็พยายามดึงแม่ออกมา บอกให้ออกมา ว่าจะพาไปพบน้องโม และบุคคลสำคัญ แม่ก็ยึกยักแต่เขาก็เอารถจอดรอ แม่ก็คิดจะเอาเราไปฆ่าหรือทำอะไรหรือเปล่าปิดปาก ก็มีเพื่อนน้องโมไปขึ้นรถไปพบบุคคลสำคัญปรากฏว่า ก็ไปพบพวกเขานั่นแหละ แล้วบอกแม่ว่า ขอให้แม่ไม่สัมภาษณ์กับนักข่าวใดๆ ทั้งสิ้น ส่วนมีเหตุผลอะไรแม่ไม่ทราบ นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ ส่วนคนกลุ่มนี้ได้รับคำสั่งมาจากใกล้แม่ไม่ทราบเลย ใครจะสั่งเขาได้ เพราะโมก็ไม่อยู่แล้ว แม่ก็ไม่อยากปักปรำใคร” นางภนิตา ระบุ

นางภนิตา กล่าวต่อไปว่า น่าจะเป็นเรื่องปัจจุบันในเรือวันนั้น อาจจะมีการทะเลาะกัน เพราะมีภาพที่น้องมานั่งเศร้าอยู่ในเรือภาพหนึ่ง ส่วนคนอื่นๆ ไปอยู่มุมอื่น อาจมีใครไม่พอใจน้องโม เพราะในเรือมีผู้หญิงอีก 2 คน รวมทั้งหมดเป็น 3 คนก็อาจจะมีผู้หญิงที่ไม่สวย ในเรือตนก็เห็นอยู่คือคนสวยกับคนไม่สวย ต้องเข้าใจ มันเป็นอะไรกันไม่พอใจ ส่วนผู้ชายแม่ก็ไม่รู้จักแค่เห็นหน้าภาพถ่ายเรือ

ทั้งนี้ ตนเชื่อว่า การที่แตงโมเป็นดาราดังเป็นเรื่องยากที่น้องจะไปนั่งปัสสาวะท้ายเรือ เป็นไปไม่ได้แน่นอน ประกอบกับใส่รองเท้าส้นสูง และตนได้เห็นเรือแล้วไม่มีที่ที่จะให้เขาไปนั่งปัสสาวะ จะไปยืนปัสสาวะได้อย่างไร เมื่อใส่รองเท้าส้นสูงจะไปยืนเปิดก้นหรือ เพราะฉะนั้นการไปปัสสาวะจึงเป็นไปไม่ได้ และข่าวก็ออกว่าผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ในเรือไปจอดเรือเทียบกับเรืออีกลำหนึ่ง เพื่อขอเข้าห้องน้ำ เขาทำได้แต่ทำไมไม่ชวนน้องโมไปด้วยน้องโมก็ปวดปัสสาวะ เมื่อมีข่าวนี้ออกมามันก็หมายความว่า ไม่ใช่น้องโมที่จะไปปัสสาวะท้ายเรือ

“แม่เชื่อว่าน้องโมไม่ได้ตกน้ำจากอุบัติเหตุ ถ้าพูดกันตรงๆ ต้องบอกว่าใช่เลย เพราะในเรืออาจมีปัญหาอะไรกันก็ตาม ก็ไม่ใช่ธรรมดาแล้ว ส่วน 5 คนที่เขาให้การ แม่ไม่รู้จัก เขาให้การอย่างไรแม่ก็ไม่รู้ รู้จักแค่กระติกคนเดียว แม่ยังติดใจแม่เชื่อว่าน้องโมไม่ได้ตกเรือไม่ได้ตกน้ำ ก็จะปรึกษาตำรวจเพราะเดี๋ยวตำรวจจะสอบสวนแม่ และตำรวจขอโทรศัพท์ของน้องโมด้วย ซึ่งขณะนี้โทรศัพท์อยู่กับแม่แล้ว” นางภนิตา ระบุ

นางภนิตา ยังกล่าวอีกว่า เมื่อถามว่ามีหลักฐานอะไรหรือไม่นอกจากความรู้สึก คือตนไม่พูด ไม่อยากปรักปรำใคร ตนเห็นเขาไม่สุภาพกับน้องโมหลายอย่าง เขาไม่ได้รักน้องโม ไม่ได้จริงใจกับน้องโมในสิ่งที่ตนเห็น ส่วนใครลบภาพในไอจีของลูกสาวตนไม่ทราบ เพราะตนเพิ่งได้โทรศัพท์มาเมื่อคืนนี้เอง แสดงว่าก่อนหน้านั้นโทรศัพท์ก็อยู่กับกระติก และกว่าที่โทรศัพท์จะมาถึงมือแม่ ก็อยู่กับพี่เลี้ยงของน้องโม เพราะกระติกเขาเอาโทรศัพท์ไปให้พี่เลี้ยงน้องโมที่บ้าน เมื่อแม่ได้มาก็เปิดไม่เป็น แต่พี่เลี้ยงเขาคงใช้เป็น และน่าจะมีบุคคลอื่นๆ ที่ทราบรหัสไอจีด้วย

ขณะที่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจาก พล.ต.ท.วีระ จิรวีระ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.หญิง ชุติมา ชัยมุสิก ผู้บังคับการศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 นำเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่แลมป์โกดังเก็บรับฝากขึ้น-ลงเรือ ของบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านบางศรีเมือง เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานในเรือชื่อโคบอลต์ (COBALT) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขานนทบุรี

“เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้ตรวจเก็บรวมรวบวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ เพื่อส่งพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการโดยละเอียด ซึ่งวัตถุพยานทั้งหมด ได้ถูกนำเข้าห้องปฏิบัติการโดยเร็ว เพื่อนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาใช้ประกอบการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ นอกจากนี้ สภ.เมืองนนทบุรี ยังได้ประสานให้ ศพฐ.1 เข้าไปเก็บดีเอ็นเอเพิ่มเติมอีก 7 คน เพื่อส่งเปรียบเทียบต่อไป” พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าว

ด้าน นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีด้านความปลอดภัย กรมเจ้าท่า กล่าวว่า จากการตรวจสอบ เรือโคบอล 25 มีการจดทะเบียนเรือ หมายเลข 646646700327 ประเภทการใช้เป็นเรือสำราญและกีฬา โดยมีนายปภิณวิช รอดบางยาง เป็นเจ้าของเรือ และนายตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ หรือปอ เป็นผู้ควบคุมเรือในขณะเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบในระบบประกาศนียบัตรผู้ควบคุมประจำเรือของกรมไม่พบชื่อนายปอ ในระบบฐานข้อมูลว่าเป็นผู้ควบคุมเรือหรือควบคุมเครื่องจักรแต่อย่างใด

นอกจากนั้นยังพบว่าใบอนุญาตหมดอายุ วันที่ 27 ม.ค. 2565 และทำประกันภัยไว้กับบริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัยประเทศไทย ซึ่งสิ้นสุดการคุ้มครองเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2565 ดังนั้นใบอนุญาตเรือลำนี้หมดอายุแล้ว พร้อมกับกรมธรรม์เช่นกัน ตนจึงได้สั่งการให้สำนักเจ้าท่านนทบุรีดำเนินการเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนของผู้ควบคุมเรือไม่มีประกาศนียบัตร จะมีความผิดโทษอาญาจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท

“ส่วนกรณีไม่มีการสวมเสื้อชูชีพนั้น จากการตรวจสอบมีความผิดตั้งแต่ผู้ควบคุมเรือไม่มีประกาศนียบัตรแล้ว ทั้งนี้ตามกฎหมายแต่ถ้าผู้ควบคุมเรือมีใบประกาศนียบัตร และไม่ควบคุมให้ผู้โดยสารสวมใส่เสื้อชูชีพ ตามที่กรมเจ้าท่ารณรงค์ ถือว่าหย่อนสมรรถนะในการควบคุมเรือก็จะถูกยึดประกาศนียบัตร โดยกำหนดให้กรมเจ้าท่ายึดได้ครั้งละไม่เกิน 2 ปี และผู้ที่ถูกยึดสามารถอุทธรณ์ไปที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้” นายภูริพัฒน์ ระบุ

พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผู้บังคับการ บก.ภ.จว.นนทบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าของคดี ว่า ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เบื้องต้นเตรียมดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 5 คน ในข้อหาแตกต่างกันไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ขับขี่เรือทั้งหมด 2 คน คือ นายเบิร์ต กับไฮโซปอ โดยทั้งสองไม่มีใบอนุญาตขับเรือ และเรือลำดังกล่าว ใบอนุญาตหมดอายุ

ส่วนเจ้าของอู่ จะถูกดำเนินคดีด้วยหรือไม่ ต้องให้กรมเจ้าท่า ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ เป็นคนตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่า การที่จะนำเรือลงสู่เเม่น้ำ คนขับเรือต้องมีใบอนุญาตขับขี่ ถึงจะนำเรือลงสู่แม่น้ำได้ และเมื่อพบร่างดาราสาวแล้ว จะดำเนินการทางขั้นตอนตามกฎหมายทั้งหมดต่อไป ส่วนการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้ง 5 คน ให้การสอดคล้องกัน เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี เเต่จากการสอบสวน พบว่า หลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะไปถึงคดีฆาตกรรม ถ้าหากครอบครัวติดใจหรือสงสัย สามารถเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนได้ตลอด

“ส่วนในรายละเอียดที่ระบุว่า พฤติการณ์ของแตงโมที่เดินไปทำธุระส่วนตัวบริเวณท้ายเรือ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง เพราะอาจเข้าข่ายขัดต่อข้อปฏิบัติ และข้อบังคับการโดยสารเรือรุ่นดังกล่าว โดยจะต้องรวบรวมหลักฐานทั้งหมดในข้อเท็จจริงใหม่อีกครั้ง เพราะมีผลในการแจ้งข้อกล่าวหาคนขับเรือเพิ่ม สำหรับการตรวจสารเสพติด วันนี้ ส่งตรวจไปแล้ว 2 คน แต่ยังไม่บอกว่าเป็นใคร ส่วนอีก 3 คนอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยจะเร่งรัดให้ได้ผลตรวจเร็วที่สุด” พล.ต.ต.ไพศาล กล่าว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top