สอวช. เผยภารกิจไฮไลท์เดือนกุมภาพันธ์ อบรมหลักสูตรเพียบ

สอวช. เผยภารกิจไฮไลท์เดือนกุมภาพันธ์ อบรมหลักสูตรเพียบ

วันพุธ ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2565, 11.09 น.

สอวช. เผยภารกิจไฮไลท์เดือนกุมภาพันธ์ อบรมหลักสูตรออกแบบนโยบาย วทน.- เสวนาระดับนานาชาติขับเคลื่อนบีซีจี - ขยับสถานะกลุ่มประชากรฐานรากให้พ้นความยากจน - จัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานอุดมศึกษาแบบเดิม และการเปิด 58 หลักสูตรสะเต็ม 

9 มีนาคม 2565 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กล่าวถึง ภารกิจ กิจกรรมของ สอวช. ในรอบเดือนกุมภาพันธ์ ว่า มีหลายประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ เริ่มจาก สอวช. ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดอบรมหลักสูตรการออกแบบนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รุ่นที่ 4 (STIP04) ในวันที่  9, 14 กุมภาพันธ์ 2565 ในรูปแบบ Hybrid Learning ผสมผสานระหว่างการเรียนออนไลน์และการเรียนออนไซต์ ผ่านแพลตฟอร์ม STIPIAcademy.com โดยการอบรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านนโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ที่เป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในระดับชาติ รวมถึงเป็นการสร้างให้เกิดเครือข่ายนักพัฒนานโยบายด้าน อววน. ของประเทศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนองค์กรและประเทศไปข้างหน้า


ตามมาด้วย สอวช. ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงการต่างประเทศ ได้จัดงานเสวนานานาชาติ ในหัวข้อ Realizing Bio-Circular-Green Economy: Promoting Circular Economy through Technology, Innovation, and Business Models เพื่อนำเสนอแนวคิดของโมเดลเศรษฐกิจบีซีจี โดยเชิญวิทยากรจากทั้งภาครัฐ องค์การระหว่างรัฐบาล ภาคเอกชน รวมถึงภาคการศึกษา มาร่วมเวทีบรรยายแบ่งบันประสบการณ์และสนับสนุนบทบาทของเทคโนโลยี นวัตกรรม และบทบาทของภาคธุรกิจ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค

นอกจากนี้ สอวช. ยังได้จัดประชุมคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 โดย สอวช. ได้เสนอประเด็นมาตรการและกลไก อววน. เพื่อการขยับสถานะประชากรกลุ่มฐานราก โดยศาสตราจารยพิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ในฐานะประธานในที่ประชุม ได้ให้ความเห็นว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำในสังคม ที่ทั้งรัฐบาลและสังคมให้ความสนใจ และมีความเชื่อมโยงกับการขยับฐานะประชากรกลุ่มฐานราก หากสังคมใดมีการขยับฐานะประชาชนกลุ่มฐานรากให้สูงขึ้นได้ก็จะถือว่าดีมาก

ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ สอวช. ได้จัดรายการ Future Talk by NXPO ตอนที่ 8 ในหัวข้อ “Higher Education Sandbox กลไกการศึกษาใหม่ตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต” ทั้งนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาเห็นชอบการมอบอำนาจให้ สอวช. ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองเรื่องการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา ไปเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดย Higher Education Sandbox เป็นการทดลองเพื่อหากลไก ระเบียบวิธี หรือวิธีการจัดการศึกษาในระดับที่เป็นนวัตกรรมทางการอุดมศึกษา และเป็นวิธีที่ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของเกณฑ์มาตรฐานเดิม สิ่งสำคัญคือในปัจจุบันสถานการณ์การอุดมศึกษาไทยและโลกเปลี่ยนไปมาก ส่วนที่ต้องให้ความสนใจคือการผลิตคนให้ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมหรือภาคการผลิต (Demand Driven) จึงนำมาซึ่งแนวคิดการทดลองเรื่องของแซนด์บ็อกซ์ ที่จะพัฒนาหลักสูตรใหม่หรือวิธีการจัดการศึกษาแบบใหม่ เพื่อผลิตคนให้ตอบความต้องการของสถานประกอบการ และเท่าทันความต้องการของประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ

ปิดท้ายด้วยการเปิด 58 หลักสูตรสะเต็ม ซึ่งพัฒนาโดย 12 หน่วยฝึกอบรมชั้นนำ โดย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติแล้ว 58 หลักสูตร และยังมีอีกกว่า 222 หลักสูตรที่ยังรอการพิจารณา ซึ่งทุกหลักสูตรต้องสอดคล้องกับความต้องการทักษะบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่ผ่านการรับรองตามมาตรการ Thailand Plus Package โดยผู้ประกอบการที่ส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรเหล่านี้ สามารถนำไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ถึง 250% ของค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมลูกจ้าง ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถเข้าดูหลักสูตรฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองหรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stemplus.or.th

-005

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top