บอร์ด ก.ค.ศ.ไฟเขียวปรับเกณฑ์วิธีการบริหารบุคลากร ครูโรงเรียนคุณภาพ

บอร์ด ก.ค.ศ.ไฟเขียวปรับเกณฑ์วิธีการบริหารบุคลากร ครูโรงเรียนคุณภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.


“บอร์ด ก.ค.ศ.” เห็นชอบปรับเกณฑ์วิธีการบริหารบุคลากร ครูโรงเรียนคุณภาพ สร้างแรงจูงใจเชื่อมั่น

วันที่ 24 มีนาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุม คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2565 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบ (ร่าง) หลักเกณฑ์และวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่ง สพฐ.ได้ขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาวิธีการและเงื่อนไขการบริหารงานบุคคลสำหรับโรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะพัฒนาโรงเรียนคุณภาพให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในการแก้ปัญหาด้านการศึกษาและความปลอดภัยของโรงเรียน รวมถึงลดความเหลื่อมล้ำในโอกาสการเข้าถึงการศึกษาในสังคมเมืองและชนบทให้กับนักเรียน สร้างความพร้อมให้กับครูและผู้บริหารโรงเรียนในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตามบริบทของโรงเรียนและพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ ก.ค.ศ. จึงพิจารณาให้จัดทำหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำหรับโรงเรียนพัฒนาคุณภาพ สังกัด สพฐ.


สำหรับ “โรงเรียนคุณภาพ” หมายความว่า โรงเรียนระดับประถมศึกษาหรือโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ที่เป็นโรงเรียนหลักในการจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนเครือข่ายเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ตามประกาศของ สพฐ. สำหรับ “โรงเรียนเครือข่าย” หมายความว่า โรงเรียนที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 120 คน มีการจัดการศึกษาร่วมกับโรงเรียนหลักและนักเรียนทุกชั้นเรียนได้ไปเรียนรวมกับโรงเรียนหลักด้วยแล้วและเมื่อนักเรียนในโรงเรียนเครือข่าย ไปเรียนกับโรงเรียนหลัก และ สพฐ. ประกาศ “โรงเรียนคุณภาพ” แล้วให้คำนวณอัตรากำลังใหม่ตามเกณฑ์อัตรากำลังที่ ก.ค.ศ. กำหนด กรณีคำนวณแล้วโรงเรียนคุณภาพมีอัตรากำลังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้บริหารอัตรากำลังข้าราชการครูฯ สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาของโรงเรียนเครือข่าย และบริหารอัตรากำลังโรงเรียนคุณภาพที่เกินเกณฑ์โดยให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน สายงานการสอน และสายงานบริหารสถานศึกษาในโรงเรียนเครือข่าย ไปกำหนดในโรงเรียนคุณภาพหรือโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากาลังตำกว่าเกณฑ์

ทั้งนี้ ในกรณีที่ครูโรงเรียนเครือข่าย ประสงค์จะดำรงตำแหน่งในโรงเรียนคุณภาพ ซึ่งมีอัตรากำลังพอดีเกณฑ์หรือเกินเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด ให้สามารถดำเนินการได้ โดยมีเงื่อนไขถ้าโรงเรียนคุณภาพมีอัตราว่างให้ตัดโอนไปกำหนดในโรงเรียนที่มีอัตรากาลังต่ำกว่าเกณฑ์ หรือ ให้ตัดโอนตำแหน่งและอัตราเงินเดือน สายงานการสอนและสายงานบริหารสถานศึกษาในโรงเรียนคุณภาพที่เกินเกณฑ์ ไปกำหนดในโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์ ให้ย้ายครู โรงเรียนเครือข่าย ไปแต่งตั้งในโรงเรียนคุณภาพ หรือโรงเรียนอื่นที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์ โดยกำหนดคุณสมบัติกรณีย้ายปกติ “ปัจจุบันดำรงตำแหน่งครู โรงเรียนเครือข่าย โดยไม่นับระยะเวลา 24 เดือน”ให้ย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเครือข่าย หรือย้ายผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนหลักไปแต่งตั้งในโรงเรียนที่มีอัตรากำลังต่ำกว่าเกณฑ์ โดยกำหนดคุณสมบัติกรณีย้ายปกติ “ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา โรงเรียนเครือข่ายหรือโรงเรียนหลัก โดยไม่นับระยะเวลา 12 เดือน” และกำหนดขนาดสถานศึกษาที่จะนำมาพิจารณาย้าย โดยให้เทียบขนาดสถานศึกษาจากจำนวนนักเรียนโรงเรียนเครือข่ายรวมกับโรงเรียนหลัก

รมว.ศธ. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงการปรับอัตรากำลังคน ตามนโยบายหลักของรัฐบาลในการทำโรงเรียนคุณภาพ เนื่องจากเราไม่สามารถทำโรงเรียนทั้ง 3 หมื่นกว่าโรงให้เป็นโรงเรียนคุณภาพได้ ดังนั้น โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็กต่ำกว่า 120 คน มีอยู่ประมาณ 1.5 หมื่นโรง ศธ.จึงทำให้มีโรงเรียนแม่ที่มีคุณภาพ แล้วให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่โดยรอบมาใช้ทรัพยากรร่วมกันหรือควบรวมโรงเรียน และให้สามารถตัดโอนกำลังมารวมกันได้ โดยมี 3 ส่วน เช่น การนำเด็กมารวมกันและคิดอัตรากำลังโดยที่ไม่คำนึงถึงการเกินเกณฑ์หรือต่ำกว่าเกณฑ์ ก็สามารถรวมกันได้เลย ส่วนครูก็สามารถย้ายมาอยู่ด้วยกันหรือย้ายไปโรงเรียนอื่นได้ ส่วน ผอ.โรงเรียนที่มารวมกันแล้วก็สามารถย้ายไปโรงเรียนอื่นได้โดยใช้สิทธิ์ขนาดโรงเรียนใหม่ที่เกิดขึ้น

“ถือเป็นมาตรการจูงใจให้ครูมีความเชื่อมั่น เพราะโรงเรียนขนาดเล็กปกติหากมีการควบรวมจะใช้เวลา 2 ปีจึงจะขอย้ายไปที่อื่นได้ ส่วน ผอ.ที่เคยอยู่โรงเรียนเล็กก็สามารถย้ายไปเป็น ผอ.ในโรงเรียนที่มีเด็ก 200 คน ได้ หรืออยากจะอยู่โรงเรียนใหญ่ที่ไปควบรวมก็ได้ ซึ่งหลักเกณฑ์ใหม่นี้จะปลดล็อคให้หมด ส่วนหลักเกณฑ์ดังกล่าวนี้จะประกาศใช้ในวันพรุ่งนี้(25 มี.ค.)ได้เลย อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เรื่องนี้มีความยั่งยืน ดิฉัน จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาเห็นชอบทั้งเรื่องการใช้ทรัพยากรร่วมกัน การใช้กำลังคน และงบประมาณที่จะสนับสนุนด้วย” รมว.ศธ. กล่าว

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top