วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 5 เม.ย. 2565 นางสาวรสนา โตสิตระกูล ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 7 ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ค Rosana Tositrakul “รสนา ท้าพิสูจน์ บำนาญประชาชน 3,000 บาททำได้จริงหรือ!?” โดยระบุว่า ผู้สูงอายุในกทม.มีอยู่ 1.1 ล้านคน เมื่อตัดผู้สูงอายุที่เป็นข้าราชการ และที่มีรายได้ จะมีผู้สูงอายุที่ไม่มีหลักประกันใดๆ อยู่ 5.3 แสนคน การเติมเงินในเบี้ยผู้สูงอายุจาก 600 บาท เป็น 3,000 บาท/เดือน จะใช้เงิน 1.4 หมื่นล้านบาท/ปี เงิน 1.4 ล้านบาท/ปี มาจากรายได้3 ทาง คือ 1.งบประมาณ กทม. 7.9 หมื่นล้านแยกงบบุคลากรออกจะเหลือ 4.9 หมื่นล้านบาท ที่จะนำมาหักลดการรั่วไหลจากคอร์รัปชั่น20% เป็นเงิน 9.8 พันล้านบาท 2.ทำรายได้จากขยะที่เป็นทรัพย์สินของกทม.แทนการใช้งบประมาณกำจัดประมาณรายได้อีก 700 ล้านบาท/ปี และ 3.นำรายได้จากบริษัทกรุงเทพธนาคมอีก 4.3 พันล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้ 2.15% ของทรัพย์สิน 2 แสนล้านบาทรายได้ 3 แหล่ง รวมเป็นเงิน 1.4 หมื่นล้าน เพียงพอที่จะจัดสรรเติมเงินเบี้ยผู้สูงอายุเป็นบำนาญ 3,000 บาทต่อเดือนได้
ทั้งนี้สังคมไทยเป็นสังคมที่ยึดถือค่านิยมกตัญญูเป็นสำคัญ ผู้สูงอายุต้องอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี ไม่เป็นภาระลูกหลาน ไม่ลำบากหากถูกทอดทิ้งอยู่ตามลำพัง โดยแท้ที่จริงผู้สูงอายุเป็นปูชนียบุคคลที่มีคุณค่ายิ่ง ทั้งยังมีผลิตภาพที่สามารถช่วยเหลือทั้งครอบครัวและสังคมให้เข้มแข็งได้ด้วย
ทั้งนี้ ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ น.ส.รสนา ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสมานฉันท์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้นว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เริ่มติดป้ายหาเสียง และจะไม่ติดป้ายในพื้นที่สาธารณะ แต่จะติดป้ายในพื้นที่เอกชนที่ยินดีจะให้ตนไปติด ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 7 เม.ย. เวลา 09.00 น. ที่ถนนเจริญนคร หลังจากนั้นจะลงพื้นที่ในการกระจายแผ่นผับต่างๆ ให้กับชุมชนต่อไป อย่างไรก็ตามป้ายทั้งหมดของตนที่ออกมาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับนโยบายแต่ละด้าน ซึ่งเราจะลงในเฟซบุ๊คให้ผู้ที่สนใจสนับสนุนช่วยกันแชร์ เพราะเวลานี้เราอยู่ในยุคดิจิทัล ดังนั้นป้ายทั้งหมดสามารถอยู่ในโทรศัพท์ของเรา เพื่อลดขยะ
“เราไม่มีเงินมาติดป้ายเยอะแยะ เพราะว่าเราเป็นอิสระไม่มีการเข้าไปสู้อำนาจเพื่อการถอนทุนใดๆ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ ถ้ามีโอกาสได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯกทม. ดิฉันจะเจรจากับกกต.ว่าควรจะจัดพื้นที่ให้กับผู้สมัครทุกคนได้ติดป้าย ไม่ใช่ว่าคนที่มีเงินออกป้ายมาก่อน จองที่หมดเลย คนที่มาที่หลังไม่มีพื้นที่ที่จะติด และถ้าติดกันทุกคนมันก็จะรกไปหมดทำให้เมืองของเราไม่ใช่เมืองที่มีความสะอาดเรียบร้อย ดังที่คนกทม.ต้องการ” น.ส.รสนา กล่าว
เมื่อถามว่ามองการลงพื้นที่หาเสียงของตัวเองอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา น.ส.รสนากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่ไปแก้ปัญหาอยู่แล้ว ซึ่งมีพื้นที่หลายแห่งเช่น บึงหนองบอน ที่ชาวบ้านเรียกร้องว่าไม่อยากให้กทม.นำสวนสาธารณะไปสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งเป็นนโยบายของตนว่าไม่เห็นด้วยกับการทำเมกะโปรเจกท์ใหญ่แบบนี้ แต่ตนสนใจที่จะขุดลอกคลองเพื่อที่จะให้สามารถสัญจรทางน้ำ และสามารถฟื้นวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำได้
เมื่อถามอีกว่าจุดแข็งของตัวเองที่จะทำให้ชนะเป็นผู้ว่าฯกทม.ได้ น.ส.รสนา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้ทำงานรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และชาติ เคยมีผลงานหยุดยั้งการทุจริตจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ในกระทรวงสาธารณสุขจำนวน 1,400 ล้านบาททำให้รมว.สาธารณสุขในขณะนั้นต้องถูกยึดทรัพย์ และติดคุก นอกจากนั้นยังมีผลงานหยุดยั้งการแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.4 ล้านล้านบาท ถ้าประชาชนเลือกตนก็จะได้คนที่ซื่อสัตย์สุจริต และกทม.จะเปลี่ยนแน่ถ้าหยุดโกง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี