วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
กินค้างคาวอันตราย
หมอเตือนเชื้อโรคกว่า 60 ชนิด
อีโบลา-ไข้สมองอักเสบ-โควิด
หมอเตือนกินค้างคาวเสี่ยงโรคร้าย อาทิ อีโบลา ไข้สมองอักเสบ รวมถึงโควิด เพราะในตัวค้างคาวเชื้อโรคกว่า 60 ชนิด ชี้ถึงปรุงสุกแล้วสามารถติดเชื้อระหว่างนำมาทำอาหารได้ ด้านเพจหมอแล็บแพนด้าปรามอย่าทำให้สังคมเดือดร้อนซ้ำ เหมือนโควิด การกินอาหารแปลกๆอาจนำเชื้อโรคมาระบาดในมนุษย์ได้
เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ทางคลินิก โรงพยาบาล (รพ.) จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยถึงกรณีหญิงสาวรายหนึ่งนำเสนอเนื้อหาผ่านสื่อสังคมออนไลน์โดยนำค้างคาวมาประกอบอาหารว่า การเข้าป่าไปหาของแปลก สัตว์แปลกมารับประทานมีอันตรายแน่นอน โดยสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติเป็นแหล่งรังโรคที่มนุษย์ยังไม่เคยสัมผัส บางชนิดก็ติดเชื้อจากสัตว์มาสู่คนได้ โดยเฉพาะค้างคาวที่มีไวรัสมาก เช่น ไวรัสทำให้เกิดโรคอีโบลา (Ebola) ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) ทำให้เกิดโรคไข้สมองอักเสบ รวมถึงไวรัสโคโรนา (Corona virus) ที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 ได้ด้วย ดังนั้น ไม่ควรไปสัมผัสกับค้างคาว เพราะสัตว์รังโรคมักไม่แสดงอาการป่วย หมอจึงไม่แนะนำให้กินสัตว์ป่าทุกชนิด เพราะเสี่ยงติดเชื้อไวรัสตั้งแต่ขั้นตอนเข้าไปจับ
ผศ.นพ.โอภาสยกตัวอย่างว่า อย่างค้างคาวที่อยู่ในถ้ำ เป็นระบบปิด อยู่เป็นกลุ่มก้อน ขับถ่ายอยู่ถ้ำ คนที่เข้าไปจับมีโอกาสสัมผัสเชื้อได้ เพราะเจอว่ามีเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่ในปัสสาวะค้างคาว แต่ยังไม่กระโดดมาคน แต่วันหนึ่งถ้าไวรัสเก่งขึ้น ก็กระโดดมาคนได้ ที่ผ่านมามีรายงานพบเชื้อโรคฮิสโตพลาสโมซิส (Histoplasmosis) ทำให้เกิดเชื้อราในคนที่เข้าไปในถ้ำค้างคาว เกิดภาวะปอดอักเสบ ส่วนก่อนนำค้างคาวมาปรุงสุกก็ต้องผ่านขั้นตอน เช่น ถลกเนื้อ ล้างเนื้อ ต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่งของค้างคาว
ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้มีสัญญาณโรคที่มาจากสัตว์ป่าหรือไม่ ผศ.นพ.โอภาสกล่าวว่า รพ.จุฬาฯ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)สำรวจสัตว์ป่าดูว่ามีโอกาสเกิดเชื้อไวรัส หรือโรคอะไรที่กระโดดมาคนหรือไม่
ผศ.นพ.โอภาสยังแนะนำผู้ที่นำเสนอเนื้อหาดังกล่าวผ่านสื่อโซเชียลด้วยว่า ไม่ควรทำ เพราะมีโอกาสปนเปื้อนเชื้อโรคได้ ขนาดนักวิจัยที่ไปเก็บตัวอย่างสัตว์ป่ายังต้องสวมชุดป้องกันส่วนบุคคล (PPE) ซึ่งคนทั่วไปแทบไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ฉะนั้น ก็เสี่ยงอันตราย รวมถึงการกินอาหารไม่สุกมีโอกาสติดเชื้อโรคทั้งแบคทีเรียและไวรัส
สอดคล้องกับ นพ.จักรรัฐ พิทยาวงค์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า พฤติกรรมการรับประทานค้างคาวถือว่าไม่ควร เนื่องจากค้างคาวเป็นสัตว์ป่า และปกติมีโซนาร์ในตัว ประกอบกับเป็นสัตว์ที่บินสูง ไม่น่าจับมารับประทานได้ง่าย ถ้าจับได้ง่าย หรือตกลงกับพื้นที่แสดงว่าค้างคาวตัวนั้นอาจเป็นโรค การติดเชื้อจากค้างคาวก็เหมือนติดเชื้อไข้หวัดนก ที่ไม่ได้เป็นการติดเชื้อจากรับประทาน เพราะการปรุงสุกเชื้อก็ตายหมด แต่เป็นการติดเชื้อระหว่างการปรุงมากกว่า เพราะขั้นตอนการปรุงต้องจับถอนขน สัมผัสสารคัดหลั่ง อาจเสี่ยงรับเชื้อทั้งไวรัสและแบคทีเรีย โดยเชื้อไวรัสอันดับที่ 1 ที่จะพบได้ในค้างคาว ได้แก่ นิปาห์ไวรัส (Nipah) รองลงมา โคโรนาไวรัส ซึ่งการติดเชื้อนิปาห์ไวรัสนั้น เคยเกิดในมาเลเซียและมีคนเสียชีวิต โดยค้างคาวไปแพร่เชื้อในหมู และคนก็ติดเชื้อจากหมู สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายกับคน ดังนั้น ไม่จำเป็นอย่าไปรับประทาน ควรรับประทานอย่างอื่นดีกว่า เพราะปกติลำพังมูลค้างคาวก็สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจได้
ด้านเพจ หมอแล็บแพนด้ากล่าวเตือนถึงการรับประทานค้างคาว ของหญิงสาวรายดังกล่าวว่า เสี่ยงอันตรายมาก เพราะในตัวค้างคาวมีไวรัส เชื้อโรครวมกว่า 60 ชนิด บางคนไม่ได้เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์โควิดระบาดทั่วโลก ยังทำคอนเทนต์เสี่ยงแพร่กระจายของโรคอยู่ตลอด การไปเอาค้างคาว สัตว์ที่เป็นแหล่งของเชื้อโรคมากิน ต่อให้เรากินสุก แต่ขั้นตอนการจับค้างคาว และชำแหละจะทำให้มนุษย์ติดโรคและแพร่ไปสู่คนอื่นได้ เพราะเชื้อไวรัสจะสะสมอยู่ทั้งในเลือด น้ำลาย และเครื่องใน การที่คนไปสัมผัสสัตว์แล้วเผลอเอามือมาสัมผัสหน้าตา สูดดม หรือโดนแผล มนุษย์ก็ติดโรคและแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก
หมอแล็บแพนด้ากล่าวย้ำด้วยว่า ค้างคาว เป็นแหล่งรังโรคและเป็นสัตว์สะสมเชื้อโรคจำนวนมาก มีรายงานเจอไวรัสมากกว่า 60 ชนิดในตัวค้างคาว ซึ่งบางชนิดก่อโรคในคนได้ และยังระบาดไม่หายถึงทุกวันนี้ เช่น พิษสุนัขบ้า อีโบล่า ไวรัสซาร์ส ไวรัสเมอร์ส ไวรัสนิปาห์ ที่ทำให้เกิดโรคสมองอักเสบและไวรัสโคโรนาก่อโรคโควิด มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ดังนั้น อย่าไปยุงหรืออย่าไปกินกับสัตว์พวกนี้ เรามีบทเรียนหนักมาแล้ว อย่าทำให้โรคแปลกๆระบาดสู่มนุษย์อีกเลย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี