วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
533.jpg
เปิดเส้นทางสู่ นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ แห่งเดียวในไทย ดันท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์น้ำยืน จังหวัดอุบลฯ

เปิดเส้นทางสู่ นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ แห่งเดียวในไทย ดันท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์น้ำยืน จังหวัดอุบลฯ

วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 13.57 น.

“มทภ.2 ” นำคณะเดินลาดตระเวน เปิดเส้นทางสู่นารายณ์บรรทมสินธุใต้น้ำแห่งเดียวในไทย โดยใช้เส้นทางที่ชาวบ้านเข้ด่อน อำเภอน้ำยืน เคยขึ้นไป สักการะ  ดันท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์จังหวัดอุบลฯ

วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 โดย พล.ท.วีรยุทธ รักษศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะร่วมสำรวจและเปิดเส้นทางลาดตระเวนและศึกษาธรรมชาติจากฐานพระใหญ่ กรมทหารพรานที่ 23 บริเวณสำนักสงฆ์ภูวังน้ำจั้น โดยใช้เส้นทางที่ชาวบ้านแข้ด่อน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ที่เคยใช้เดินทางขึ้นไปสักการะ “นารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำ” ซึ่งถือเป็นภาพแกะสลักใต้น้ำแห่งเดียวของประเทศไทย หวังผลักดันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อย่างยั่งยืน


คณะสำรวจได้เดินทางศึกษาธรรมชาติและเข้าสักการะภาพสลักนูนต่ำ “พระนารายณ์บรรทมสินธุ์” บนโขดหินทรายธรรมชาติ ซึ่งถูกค้นพบโดยบังเอิญเมื่อปี พ.ศ.2522 จากนายพรานในพื้นที่หมู่บ้านแข้ด่อน ระหว่างออกหาปลาเพื่อยังชีพ ก่อนสังเกตเห็นภาพสลักใต้น้ำบริเวณลำธาร

จากการตรวจสอบพบว่า เป็นภาพพระนารายณ์บรรทมตะแคงขวาเหนือพญาอนันตนาคราชสามเศียร บริเวณพระนาภีมีดอกบัวตูมผุดขึ้นมา และบริเวณปลายพระบาทปรากฏรูปสตรี ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นพระลักษมี ตัวภาพมีความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร สูง 50 เซนติเมตร และเชื่อว่ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี

ปัจจุบัน ภาพสลักดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของ สำนักศิลปากรที่ 9 ร่วมกับ อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ในพื้นที่เทือกเขาพนมดงรัก เขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ายอดโดม ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี

สำหรับเรื่องราว “นารายณ์บรรทมสินธุ์” ปรากฏอยู่ในมหากาพย์ มหาภารตะ ซึ่งกล่าวถึงช่วงสิ้นกัลป์ว่า ทุกสรรพสิ่งจะถูกทำลายและจมลงใต้มหาสมุทร ก่อนที่พระนารายณ์ ผู้บรรทมเหนือพญานาค จะตื่นขึ้นเพื่อสร้างโลกและสรรพสิ่งขึ้นใหม่อีกครั้ง สะท้อนความเชื่อด้านจักรวาลวิทยาและศรัทธาทางศาสนาที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ ภายหลังเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ กองพลพัฒนาที่ 2 และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์เชื่อมต่อถนนสายหลัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ โดยมีแผนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในอนาคต

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและโบราณวัตถุ เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยในทุกปีจะมีการจัดพิธีบวงสรวง “นารายณ์บรรทมสินธุ์” ในช่วงน้ำลดราวต้นเดือนมีนาคม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญของชาวจังหวัดอุบลราชธานีและผู้มีจิตศรัทธาจากทั่วประเทศ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top