วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569
“ดอนเมือง”ยังเสียว
ทัพฟ้ารับมือ
หวั่นท่วมซ้ำรอยปี54
ระดมทุกหน่วยป้องกัน
เชื่อมทางหนีต่อโทลลเวย์
อุตุฯเตือนฝันยังมาแรง
ถึงคิว”ศรีราชา”จมอ่วม
“มาร์ค”เยี่ยมชาวอยุธยา
ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนบน" ฉบับที่ 6 เมื่อค่ำวันที่วันที่ 05 ตุลาคม 2556 ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณประเทศกัมพูชาได้เคลื่อนเข้ามาปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนบนแล้ว ประกอบกับร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก
ลักษณะเช่นนี้ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณ จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร ระวังอันตรายจาก ฝนตกหนักในช่วงวันที่ 5-7 ตุลาคม 2556 ไว้ด้วย
ในช่วงวันที่ 6-11 ตุลาคม 2556 บริเวณความกดอากาศสูงอีกละลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลงและมีอากาศเย็นในตอนเช้า
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดความยาวน้อยกว่า 10 เมตร หรือ 5 วา ควรงดออกจากฝั่งในช่วง วันที่ 5-8 ตุลาคม 2556
ป้องกันสนามบินดอนเมือง
จากสภาวะฝนตกหนักน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ทาง ว่าที่เรืออากาศโทจตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ให้สัมภาษณ์เมื่อช่วงเช้าว่า ทดม.ได้ร่วมกับกองทัพอากาศ สำนักงานเขตดอนเมือง สำนักอุตุนิยมวิทยาการบิน หน่วยราชการภายในและภายนอกท่าอากาศยาน และส่วนงานภายใน ทอท.จัดทำแผนเผชิญเหตุอุทกภัยท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อรองรับหากเกิดอุทกภัยบริเวณพื้นที่เขตดอนเมือง
โดยปัจจุบัน ได้ร่วมกันก่อสร้างรั้วป้องกันน้ำท่วมระยะทาง 13 กม. ซึ่งสามารถป้องกันน้ำจากภายนอกเข้ามาในเขตสนามบิน รวมทั้งมีระบบระบายน้ำภายในสนามบิน ซึ่งมีโรงสูบน้ำ 12 โรง มีเครื่องสูบน้ำ 37 เครื่อง สูบน้ำได้ 48,000 ลบ.ม./ชม. และกองทัพอากาศมีโรงสูบน้ำ 12 โรง โดยมีเครื่องสูบน้ำ 6 เครื่อง ขนาด 26,000 ลบ.ม./ชม. มีบ่อรับน้ำด้านทิศเหนือ ขนาด 1.2 ล้านลบ.ม.รองรับปริมาณน้ำภายในด้วย รวมทั้งได้จัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ เครื่องจักรกล และเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่รองรับไว้ หากเกิดน้ำท่วมในเขตพื้นที่ดอนเมือง จะทำการปิดประตูช่องทางต่างๆ และจัดทำทางขึ้น-ลงเพื่อเชื่อมต่อกับทางยกระดับดอนเมืองโทลเวลย์
ฝนจ่อถล่มเมืองกาญจน์5-8ต.ค.
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.00 น. นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รอง ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้ติดตามตรวจสอบสภาวะอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคม ร่องความกดอากาศต่ำพาดผ่านภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงในระยะนี้
เตือนหลายพื้นที่เฝ้าระวัง
ทาง จ.กาญจนบุรี ได้แจ้งให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบต่ำ และตามเชิงเขา หมู่บ้านที่มีภูเขาสูงล้อมรอบ รวมทั้งที่อาศัยอยู่ตามสองฟากฝั่งริมแม่น้ำ ทั้งแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลอง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค อ.เมือง อ.ศรีสวัสดิ์ อ.ห้วยกระเจา อ.หนองปรือ อ.บ่อพลอย อ.เลาขวัญ และ อ.ด่านมะขาวเตี้ย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้นำท้องถิ่นจะต้องประชาสัมพันธ์ และเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วง 3-4 วันนี้
ผู้เลี้ยงหมูเดือดร้อนหนัก
ที่ จ.นครสวรรค์ ชาวบ้านหมู่ 10 ชุมชนชอนตะวัน ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ 5 หลังคาเรือน ต้องอพยพขนข้าวของเครื่องใช้ย้ายมาอาศัยในเต็นท์บนถนน รวมทั้งต้องต้อนหมูเกือบ 60 ตัว หนีน้ำขึ้นมาเลี้ยงบนถนน ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน หลังน้ำจากคลองขนมจีนหลากเข้าท่วมบ้านเรือน และเล้าหมู ทำให้ได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากอากาศที่ร้อนจัดช่วงกลางวัน และมีฝนตกช่วงกลางคืน ทำให้หมูบางตัวทนสภาพอากาศไม่ได้ก็เสียชีวิต
ปชป.ลงพื้นที่ช่วยชาวอยุธยา
วันเดียวกัน อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยคณะจิตอาสา เดินทางมาที่ ร.ร.อัมพวา(วัฒนราษฎร์บำรุง) ต.บางหัก อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ลงเรือตรวจพื้นที่น้ำท่วม พร้อมกับมอบถุงยังชีพให้กับผู้ประสบภัย ม.1-8 จำนวน 600 ถุง โดยกล่าวว่า รัฐบาลน่าจะมีการช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นได้แล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีการประกาศภัยพิบัติ ซึ่งสมัยตนเป็นรัฐบาลได้มีการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยเบื้องต้นครอบครัวละ 5,000 บาท แต่ไม่รู้ว่าทำไมรัฐบาลชุดปัจจุบันยังไม่มีการช่วยเหลืออะไรเลย
น้ำป่าไหลเข้าท่วมศรีราชา
ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ จ.ชลบุรี ผู้สื่อข่าวได้ออกสำรวจหลังจากคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของ อ.ศรีราชา ในหลายพื้นที่ ทางฝ่ายปกครองอำเภอศรีราชาเร่งของบฉุกเฉิน จ.ชลบุรีเพื่อช่วยเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม นอกจากนี้ยังเกิดปัญหาน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ต่ำ ที่หมู่บ้านอัมพรเพลส ริมถนนสายศรีราชา–หนองค้อ หมู่ 5 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา ซึ่งเป็นหมู่บ้านจัดสรรเกิดน้ำท่วมขังบางจุดลึกไม่ต่ำกว่า 1 เมตร ท่วมรถชาวบ้านที่จอดอยู่ในหมู่บ้าน รถยนต์ไม่สามารถวิ่งผ่านไปมาได้
เร่งของบช่วยเหลือด่วน
นายวิชัย สัมพันธรัตน์ นายอำเภอศรีราชา และนายอาคม พันธุ์เฉลิมชัย นายกเทศมนตรีนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ได้ลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือ โดยได้สั่งการให้มีการนำรถแมคโครมาทลายกำแพงหมู่บ้านพร้อมทั้งขุดร่องระบายน้ำจากหมู่บ้านลงสู่ทุ่งหญ้าข้างหมู่บ้าน ซึ่งเบื้องต้นได้มีการทำเรื่องของบฉุกเฉินจากทาง จ.ชลบุรีเพื่อนำมาใช้ช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วนแล้ว ในขณะที่ชาวบ้านบอกว่า น้ำได้เริ่มเข้ามาท่วมหมู่บ้านตั้งแต่ 02.00 น. และมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนต้องพากันขนข้าวของขึ้นที่สูงและอพยพออกมาจากหมู่บ้าน
น้ำป่าล้นทะลักท่วมเทศบาลอรัญฯ
เมื่อเวลา 07.00 น. สถานการณ์น้ำในคลองพรหมโหด ซึ่งเป็นคลองสายหลักไหลมาจาก อ.วัฒนานคร ผ่าน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังฝนตกต่อเนื่องกันมาถึง 3 วัน ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาอุทยานแห่งชาติปางสีดา และ จากเขตเทือกเขา อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ได้ไหลบ่าลงมาสมทบกันที่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว จากนั้นมวลน้ำได้ไหลลงสู่คลองพรหมโหด ทำให้ระดับน้ำในคลองพรหมโหด สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมหมู่บ้านริมคลองพรหมโหด ใน ต.บ้านด่าน และ ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
นอกจากนั้นมวลน้ำได้ไหลเข้าเขตเทศบาลเมืองอรัญประเทศ ทำให้น้ำล้นตลิ่งตั้งแต่บ้านหนองเทา ม.5 ต.บ้านใหม่หนองไทร ไปจนถึงสะพานวัดชนะชัยศรีหรือสะพานวัดเกาะ ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมภายในวัดชนะชัยศรี และวัดหลวงอรัญ ประชาชนต้องขนสิ่งของหนีน้ำท่วมกันอย่างโกลาหล และยังไหลท่วมถนนสายอรัญประเทศ- สุสาน กม.5 เป็นระยะทางยาวกว่า 800 ม. อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.1206ฯ ได้เข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่
เซาะทางหลวงขาด รถยนต์ตก2คัน
ที่ จ.บุรีรัมย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพายุฝนได้ตกกระหน่ำอย่างหนักตลอดในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาพนมดงรัก ไหลทะลักเอ่อท่วมถนนทางหลวงหมายเลข 224 กม.155+430 บ้านกรวด-ละหานทราย ระหว่างบ้านตะลุมพุก-บ้านหนองไม้งาม ต.หนองไม้งาม อ.บ้านกรวด ซึ่งเป็นถนนสายหลัก ถูกกระแสน้ำไหลบ่ากัดเซาะถนนตัดขาด ยาวกว่า 3 ม. จนทำให้มีรถยนต์ตกลงไป 2 คัน โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ทางอำเภอต้องติดประกาศปิดเส้นทาง โดยให้เลี่ยงไปใช้เส้นทาง อ.ประโคนชัย หรือสายโชคชัย-เดชอุดม เพื่อเดินทางไปภาคตะวันออก หรือกรุงเทพฯ แทน
น้ำซัดบ้านพังทั้งหลัง 7ชีวิตไร้ที่อยู่
ทางด้าน นายล้ำ บุญมาก อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 14 บ้านโคกเพชร ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยภรรยา และลูกหลานรวม 7 คน ต้องไปใช้ศากลางหมู่บ้านเป็นที่อาศัยหลับนอนชั่วคราว หลังจากบ้านถูกกระแสน้ำป่าที่ไหลมาจากเทือกเขาในเขตป่าดงใหญ่ และน้ำจากเขื่อนลำนางรอง ไหลบ่ากัดเซาะตลิ่งซัดบ้านพังเสียหายทั้งหลัง
ยังท่วม24จว. ยอดตาย30ศพ
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แถลงถึงสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่หลายจังหวัดว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยได้คลี่คลายลงเป็นอย่างมาก จาก 33 จังหวัดเหลือ 24 จังหวัด แบ่งออกเป็น 2 ปะเภท คือ น้ำท่วมที่เกิดจากน้ำหลาก 20 จังหวัด และเกิดน้ำทุ่ง 4 จังหวัด ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตมีจำนวน 30 ราย ส่วนนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่มีน้ำท่วมขัง ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้สั่งการ 2 เรื่อง คือ 1.ต้องให้ข้อมูลที่เป็นจริงกับประชาชน และ 2.ให้เร่งบรรเทาปัญหาอุทกภัย
เยียวยาหลังละไม่เกิน3.3หมื่น
ในส่วนของพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะมีการเยียวยาบ้านเรือนไม่เกินหลังละ 33,000 บาท กรณีที่มีผู้เสียชีวิตจะมีการสงเคราะห์ค่าทำศพรายละ 25,000 บาท แต่หากเป็นหัวหน้าครอบครัวจะช่วยรายละ 50,000 บาท ด้านพื้นที่ทำเกษตรกรรม จะสำรวจหลังจากสถานการณ์คลี่คลายแล้ว ทั้งนี้ นายกฯ ได้เห็นชอบให้แต่ละพื้นที่ใช้เงินทดรองราชการไปก่อนที่จะมีการอนุมัติเงินงบประมาณ และหากไม่เพียงพอก็สามารถขอเพิ่มวงเงินได้
เซ็นโครงการน้ำ3.5แสนล.ต้นปี57
นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักงานนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) กล่าวถึงการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ว่า จะมีการลงพื้นที่ใน 36 จังหวัด เริ่มที่ จ.ลำพูน ในวันที่ 15 ตุลาคม และจะเสร็จสิ้นที่ กทม.ในวันที่ 6 ธันวาคม ใช้เวลาในการประเมินผลแต่ละจังหวัด 15 วัน หลังจากวันที่มีการรับฟังความเห็น ดังนั้น จะสามารถประเมินผลการรับฟังความคิดเห็นในทุกจังหวัดเสร็จในช่วงกลางเดือนธันวาคม และผลการประเมินจะนำมาประมวลเข้ากับโครงการบริหารจัดการน้ำทั้ง 9 และจะดำเนินการเซ็นสัญญากับ 4 กลุ่มบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกภายในเดือนมกราคมปี 57
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี