533.jpg
ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน

ไม่ใช่เรื่องหักหลัง! อัษฎางค์วิเคราะห์ปม ศุภจี ดึง วีระพงษ์ ช่วยงานรัฐบาล แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน

วันอาทิตย์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2569, 18.49 น.

วันที่ 12 เมษายน 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ "เอ็ดดี้" นักวิชาการอิสระออกโรงโพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ "เหตุใดเรื่องนี้จึงบานปลาย: ดราม่า ศุภจี อาร์ต และ ปชป."

โดยระบุว่า  ผมขอเริ่มต้นตรงประเด็นเลยว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกรีบสรุปว่าเป็น “เรื่องการเมือง การหักหลัง หรือเป็นเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ” เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น อาจไม่ได้อยู่ที่เจตนาร้ายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก แต่อยู่ที่การที่ทั้งสองฝั่งกำลังมอง “คนละชั้นของปัญหา”


ฝั่งหนึ่งมองจากโจทย์งานและความต่อเนื่องของนโยบาย อีกฝั่งมองจากสถานะทางการเมือง ขั้นตอน และผลสะเทือนต่อระบบพรรค

ดราม่าจึงเกิดขึ้น เพราะนี่ไม่ใช่การดึงผู้เชี่ยวชาญธรรมดา แต่เป็นการทาบทาม “รองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน” มาช่วยงานรัฐบาล เมื่อเรื่องออกมาในลักษณะนี้ ย่อมทำให้เกิดแรงกระเพื่อมทางการเมืองทันที ฝ่ายหนึ่งอาจมองว่าเป็นการดึงคนที่มีประสบการณ์ตรงมาช่วยงานประเทศ แต่อีกฝ่ายย่อมมองไปถึงผลสะเทือนต่อภาพลักษณ์และศักดิ์ศรีของพรรค

ข้อเท็จจริงที่ผมได้รับจากฝั่งคุณศุภจีคือ คุณศุภจีไม่ได้รู้จักคุณวีระพงษ์เป็นการส่วนตัว แต่ได้รับการแนะนำว่าบุคคลนี้มีประสบการณ์ตรงและมีผลงานเกี่ยวกับ FTA ไทย–EU จึงเห็นว่าหากได้มาช่วยสานงานต่อ ก็จะไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ ในชั้นแรก นี่เป็นการมองจากโจทย์ของงานเป็นหลัก ไม่ใช่การเริ่มต้นจากโจทย์การเมือง

ต่อมาเมื่อทราบภายหลังว่า คุณวีระพงษ์เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความตั้งใจจะประสานพูดคุยกับคุณอภิสิทธิ์ในฐานะหัวหน้าพรรค แต่สถานการณ์กลับบานปลายเป็นดราม่าเสียก่อน

ขณะที่ข้อมูลสาธารณะจากฝั่งคุณอภิสิทธิ์และประชาธิปัตย์ ระบุว่า คุณวีระพงษ์ได้มาปรึกษาเรื่องการถูกทาบทามให้ไปเป็นผู้แทนการค้าไทย และหากจะไปรับตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ก็ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและจัดการสถานะทางพรรคให้ชัดเจนก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับบทบาทของการเป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน

ดังนั้น ในมุมของประชาธิปัตย์ ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่ขั้นตอน ความชัดเจน และความเหมาะสมของกระบวนการ

เมื่อเอาทั้งสองด้านมาวางคู่กัน ภาพที่เห็นจึงชัดขึ้นว่า เรื่องนี้อาจไม่ได้เริ่มจากเจตนาร้ายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่บานปลายเพราะ “ข้อเท็จจริงเชิงงาน” กับ “ข้อเท็จจริงเชิงการเมือง” ถูกพูดกันคนละจังหวะ และสาธารณะรับรู้ก่อนที่กระบวนการภายในจะเคลียร์กันเสร็จ

เมื่อเรื่องงานยังไม่ชัด แต่การสื่อสารออกมาก่อน ดราม่าจึงตามมาแทบจะทันที

“จากข้อมูลที่ผมได้รับ และจากคำอธิบายที่ปรากฏในที่สาธารณะ ภาพที่เห็นคือมีทั้งเรื่องงาน เรื่องขั้นตอน และเรื่องจังหวะการสื่อสารที่คลาดกัน”

เพราะเมื่อบุคคลที่ถูกทาบทามยังเป็นรองหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ประเด็นจึงขยับจากเรื่องความสามารถ ไปสู่เรื่องสถานะทางการเมือง ขั้นตอน และความชัดเจนว่า หากจะไปรับตำแหน่งทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและจัดการสถานะกับพรรคให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อเรื่องงานยังไม่ชัด
แต่การสื่อสารออกมาก่อน
ดราม่าจึงตามมาแทบจะทันที
คนหนึ่งมองว่าเป็นการดึงคนมีฝีมือมาช่วยชาติ
อีกคนมองว่าเป็นเรื่องมารยาททางการเมืองและการเคารพระบบพรรค
และเมื่อสองกรอบนี้ชนกันในพื้นที่สาธารณะ ความเข้าใจของสังคมก็ย่อมแตกออกเป็นหลายทาง

โดยส่วนตัว ผมเชื่อว่า ในความเป็น “ศุภจี” ที่ไม่ได้นิยามตัวเองเป็น “นักการเมือง” แต่เข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ก็พยายาม “หาคนที่ตรงกับงานมาช่วยกันทำงาน” ซึ่งก็อาจจะไม่ทันคิดถึง “การบริหารราชการ หรือบริหารการเมือง นั้นต่างจากบริหารธุรกิจ“

ส่วนคุณอภิสิทธิ์และ ปชป. ก็ไม่ได้คำนึงถึงหน้าตาหรือศักดิ์ศรี มากเหมือนที่ผู้สนับสนุนคิด แต่คุณอภิสิทธิ์และ ปชป.ก็คำถึงผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นที่ตั้ง สังเกตได้จาก เมื่อคุณวีระพงษ์มาแจ้งว่าจะไปทำงานกับคุณศุภจี ซึ่งเป็นพรรคตรงข้าม คุณอภิสิทธิ์และ ปชป.ก็ไม่ได้ขัดขวาง เพียงแต่แนะนำว่า ควรทำให้ถูกต้องตามครรลอง

เพราะฉะนั้น ผมจึงขึ้นต้นบทความนี้ว่า เรื่องนี้อย่ารีบสรุปว่าเป็นเรื่องการเมือง การหักหลัง หรือรีบสรุปว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยไร้สาระ 

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ ทั้งสองฝั่งอาจมองคนละชั้นของปัญหา

ฝั่งหนึ่งมองจากโจทย์งานและความต่อเนื่องของนโยบาย 

อีกฝั่งมองจากสถานะทางการเมือง ขั้นตอน และผลสะเทือนต่อระบบพรรค

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top