วันอังคาร ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ดร.มัลลิกา นำทีม Dr.Mallika Skincare ฝึกซ้อมกู้ภัยและดับเพลิงประจำปี ยกระดับความปลอดภัยองค์กร รับมือเหตุฉุกเฉินอย่างมืออาชีพ
วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข นำทีมผู้บริหารและพนักงานบริษัทมหาสุขเศรษฐี และ บจก.แนทช์ คอเปอเรชั่น กิจการ Dr.Mallika Skincare เข้าร่วมการฝึกอบรมการป้องกันและระงับอัคคีภัย การอพยพหนีไฟ และการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน ประจำปี 2569 โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานดับเพลิงและกู้ภัยเขตดุสิต เพื่อเสริมสร้างความพร้อมของบุคลากรให้สามารถรับมือเหตุเพลิงไหม้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และปลอดภัย
ดร.มัลลิกา กล่าวว่า จากสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในประเทศไทย โดยเฉพาะอาคารพาณิชย์ โรงงาน สถานบันเทิง และอาคารสำนักงาน สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมความพร้อม เพราะหลายเหตุการณ์พบว่าความสูญเสียจำนวนมากเกิดจากการตื่นตระหนก ขาดความรู้ในการเอาตัวรอด และไม่สามารถใช้อุปกรณ์ดับเพลิงได้อย่างถูกต้อง
“การซ้อมเพียงปีละครั้ง อาจเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาชีวิตคนได้ทั้งองค์กร การมีสติ การรู้เส้นทางหนีไฟ และการใช้ถังดับเพลิงอย่างถูกวิธี คือสิ่งที่ทุกคนควรมีติดตัว”
การฝึกอบรมครั้งนี้ประกอบด้วยภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ได้แก่
• ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้
• ประเภทของเพลิงและการเลือกใช้ถังดับเพลิงให้เหมาะสม
• วิธีแจ้งเหตุฉุกเฉิน
• การอพยพหนีไฟอย่างเป็นระบบ
• การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเบื้องต้น
• การใช้อุปกรณ์ดับเพลิงจริง
• การฝึกซ้อมสถานการณ์เสมือนจริง (Fire Drill)
• การจัดตั้งทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินภายในองค์กร
ข้อมูลเชิงสถิติ
ประเทศไทย
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดเก็บข้อมูลสถิติอัคคีภัยเป็นประจำทุกปี โดยมีฐานข้อมูลสถิติรายปีที่ครอบคลุมจำนวนเหตุเพลิงไหม้ ความเสียหาย และผู้ได้รับผลกระทบทั่วประเทศ ซึ่งใช้เป็นข้อมูลสำหรับการวางแผนป้องกันและลดความเสี่ยงของภาครัฐ (กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย)
กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านอัคคีภัยสูง เนื่องจากมีอาคารสูง โรงงาน อาคารพาณิชย์ ชุมชนหนาแน่น และสถานประกอบการจำนวนมาก ทำให้กรุงเทพมหานครดำเนินโครงการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ฝึกอบรมประชาชน ภาคเอกชน และอาสาสมัครอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งพัฒนาเครือข่ายป้องกันอัคคีภัยในอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ (ระบบสารสนเทศเพื่อบริหารยุทธศาสตร์ กทม.)
บทเรียนจากสถิติ
ประสบการณ์จากเหตุอัคคีภัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศชี้ให้เห็นว่า
• ผู้ที่ผ่านการฝึกซ้อมอพยพมีโอกาสอพยพได้รวดเร็วและเป็นระเบียบมากกว่า
• การใช้ถังดับเพลิงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถจำกัดการลุกลามของเพลิงได้ในหลายกรณี
• การกำหนดหัวหน้าทีมและจุดรวมพลช่วยลดความสับสนระหว่างเกิดเหตุ
• การฝึกซ้อมเป็นประจำช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตเมื่อเกิดเหตุจริง
วิธีประสานขอรับการฝึกอบรม
สถานประกอบการ บริษัท โรงงาน อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม โรงเรียน และหน่วยงานต่าง ๆ สามารถประสานขอรับการฝึกอบรมได้โดย
1. ติดต่อสถานีดับเพลิงและกู้ภัยในพื้นที่รับผิดชอบ
2. ประสานสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร
3. แจ้งรายละเอียดสถานที่ จำนวนผู้เข้าอบรม และลักษณะอาคาร
4. กำหนดวันฝึกอบรมร่วมกับเจ้าหน้าที่
5. จัดทำแผนอพยพหนีไฟและฝึกซ้อมจริงร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
กรุงเทพมหานครมีโครงการฝึกอบรมและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟสำหรับภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการพัฒนาเครือข่ายการป้องกันอัคคีภัยในอาคารสูงและชุมชน เพื่อยกระดับความปลอดภัยของเมืองทั้งระบบ (ระบบสารสนเทศเพื่อบริหารยุทธศาสตร์ กทม.)
ดร.มัลลิกา กล่าวทิ้งท้ายว่า ความปลอดภัยของพนักงานคือความรับผิดชอบอันดับหนึ่งขององค์กร การฝึกซ้อมในวันนี้ อาจเป็นสิ่งที่ช่วยรักษาชีวิตคนจำนวนมากในวันข้างหน้า เพราะการเตรียมพร้อมย่อมดีกว่าการแก้ไขเมื่อเกิดเหตุแล้ว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี