546.jpg
'พี่เต้'รับทราบข้อหา โทรขู่กระทืบ'ทนายเดชา'หากยุ่งคดีแตงโม

'พี่เต้'รับทราบข้อหา โทรขู่กระทืบ'ทนายเดชา'หากยุ่งคดีแตงโม

วันพุธ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2566, 11.23 น.

เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2566 ที่ศูนย์รับแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง ถนนพหลโยธิน จตุจักร กทม. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ความผิดต่อเสรีภาพ มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีโทรศัพท์ข่มขู่ นายเดชา กิตติวิทยานันท์ (ทนายเดชา) ว่าจะทำร้ายร่างกาย โดยการจะส่งคนไปกระทืบหากไม่เลิกยุ่งกับคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ในช่วงที่เป็นผู้รับผิดชอบในการต่อสู้คดี เพื่อให้แตงโมได้รับความยุติธรรมเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 โดยหลังเกิดเหตุ นายเดชาได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ดำเนินคดีนายมงคลกิตติ์ ตามความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 309 ผู้ใดข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด


โดย นายมงคลกิตติ์ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่นายเดชาได้มาวิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นในคดีของแตงโม จนส่งผลให้ นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน แม่ของแตงโม เกิดความกลัวและเป็นกังวล ซึ่งส่งผลต่อการทำคดีที่ตนเองเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงให้ทนายความไปร้องเรียนมรรยาททนายความที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายเดชา ซึ่งต่อมาตนเองได้โทรศัพท์ไปหานายเดชา แต่ไม่ได้รับสาย ซึ่งในเวลาต่อมานายเดชาในโทรศัพท์กลับมาหาตนเอง จึงตักเตือนไปว่าอย่าให้ความเห็นทางกฎหมายในคดีนี้อีก พร้อมกับพูดว่า "ถ้าเป็นคนอื่น หรือเป็นสมัยก่อน ตนเองส่งคนไปกระทืบแล้ว" โดยไม่ทราบว่านายเดชาได้บันทึกเสียงไว้ แล้วนำมาเป็นหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีตนเองในเวลาต่อมา นอกจากนี้ ยังไปร้องเรียนตนเองที่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร และ ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรได้ยุติไปแล้ว เนื่องจากตนเองได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.ไปแล้ว

กรณีนี้จึงเหลือข้อพิพาทอยู่ 2 ส่วน คือ เรื่องที่ ป.ป.ช.ซึ่งตนเองเห็นว่าไม่น่าจะเข้าข่าย เนื่องจาก ป.ป.ช.จะรับเฉพาะในส่วนที่เป็นการกระทำผิดต่อหน้าที่ การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงไม่น่าจะใช่อำนาจในการพิจารณาของ ป.ป.ช.ส่วนในคดีอาญาที่มีการแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม ก็ดำเนินการไปตามขั้นตอน วันนี้จึงมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ซึ่งตนเองก็ให้การปฏิเสธกับข้อกล่าวหาของนายเดชา มั่นใจว่าไม่น่าจะเข้าข่ายความผิด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 แต่น่าจะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 392 ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งตนเองและทีมกฎหมายก็พร้อมสู้คดี

นอกจากนี้ ตนเองก็ได้ดำเนินคดีกับนายเดชาด้วยเช่นกัน ในข้อหาหมิ่นประมาทหลายกรรมหลายวาระ ก็ว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งหากนายเดชามาขอโทษก็พร้อมที่จะถอนคดี แต่ถ้าไม่ขอโทษก็จะดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายให้ถึงที่สุด

ส่วนประเด็นการเมืองช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 2566 นายมงคลกิตติ์ ได้แสดงจุดยืนว่าพรรคตนจะไม่แก้ ม.112 เด็ดขาด พร้อมฝากไปถึงพรรคเพื่อไทย ให้ตอบคำถามชัดเจนในประเด็น ม.112 ว่าจะแก้ไขหรือไม่ ถ้าจะต้องจับมือกับพรรคก้าวไกลตั้งรัฐบาล

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top