เมื่อเวลา 11.50 น. วันนี้ 22 มิ.ย.66 พ.ต.ท.ชนะชล ชินแสง สว.(สอบสวน) สภ. ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรีได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจประจำเขตตลาดเทศบางเมืองท่าเรือพระแท่น ว่า เกิดเหตุคนร้ายชิงสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท ไปจากร้านทองสยาม เลขที่ 6 ถ.เทศบาลเมืองท่าเรือพระแท่น ต.ท่าเรือ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ซึ่งขณะนี้นายชัยยศ ซิปเข เจ้าของร้านทองสยาม 1 กำลังติดตามไปที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุที่อยู่ภายในชุมชน เล่าจ๋อ ที่อยู่ห่างจากร้านทองประมาณ 500 เมตร หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นรีบนำกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามไป ยังชุมชนดังกล่าว พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมบัติ โพธิ์งาม ผกก.สภ.ท่าเรือ เจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน สภ.ท่าเรือ และเจ้าหน้าที่ ตร.สายตรวจ สภ.ท่าเรือ
เมื่อนายชัยยศ ซิปเข เจ้าของร้านทองสยาม ไปถึง พบนายสุรเดช (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี ผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ภายในบ้านระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางไปถึงพอดี นายชัยยศ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบและสามารถคุมตัวเอาไว้ได้ และพบสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สวมอยู่ที่คอของนายสุรเดช เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอาไว้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามสอบถามนายสุรเดช ว่าสร้อยคอทองคำที่เหลืออีก 2 เส้นอยู่ที่ไหน แต่นายสุรเดช ไม่ยอมบอก
เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยชาวบ้าน รวมทั้งแม่และพี่ชายของนายสุรเดช จึงช่วยกันค้นหาโดยรอบบ้านพัก ไม่นานนักก็พบสร้อยคอทองคำอีก 1 เส้น หนัก 2 บาท ถูกเก็บเอาไว้ในถุงยาเส้นซุกซ่อนอยู่พงหญ้า และยังคงเหลืออีก 1 เส้นหนัก 2 บาท ที่ยังหาไม่พบ เนื่องจากนายสุรเดชฯไม่ยอมบอกที่ซ่อน ดังนั้น พ.ต.อ.สมบัติ โพธิ์งาม ผกก.สภ.ท่าเรือ จึงได้สั่งการให้คุมตัวนายสุรเดช ไปสอบปากคำที่ สภ.ท่าเรือ และในที่สุดนายสุรเดชฯ จึงยอมปริปากบอกที่ซ่อนสร้อยคอทองคำว่าสร้อยถูกซุกซ่อนเอาไว้ใกล้กับที่พบเส้นแรก เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปค้นหาผลปรากฏว่าพบสร้อยคอทองคำอยู่ในถุงยาเส้นซ่อนอยู่ในพงหญ้าข้างบ้านจริง
หลังพบสร้อยคอทั้งคำทั้งหมดเจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวนายชัยยศ ซิปเข เจ้าของร้านทองสยาม เจ้าของไปให้ปากคำเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่อีก 1 ชุด ได้ทำการตรวจภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ภายในร้านทอง ซึ่งกล้องสามารถจับภาพเอาไว้ได้อย่างชัดเจน
โดยพบว่าก่อนที่นายสุรเดช จะชิงทอง 3 เส้นน้ำรวม 5 บาทไปนั้น นายสุรเดช ได้พูดคุยกับเจ้าของร้านอย่างสนิทสนมกัน โดยเจ้าของร้านได้หยิบสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท จำนวน 2 เส้นมาให้นายสุรเดชเลือก และได้หยิบสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทมาให้นายสุรเดชดูอีก 1 เส้น ระหว่างนั้นนายสุรเดชได้เรียกให้คนรู้จักที่อยู่หน้าร้านทองเป็นหญิง 1 คน ชาย 1 คน เข้ามาในร้านเพื่อให้ลองใส่สร้อยคอทองคำดู แต่ไม่นานนักหญิงชายทั้ง 2 ก็ถอดสร้อยคอทองคำคืนให้ จากนั้นนายสุรเดช ได้หยิบเอาสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สวมใส่เอาไว้ที่คอ ขณะที่นายชัยยศ ซิบเข กำลังนั่งดูโทรศัพท์อยู่นั้น นายสุรเดช ได้ฉวยโอกาส หยิบเอาสร้อยคอทองคำทั้ง 2 เส้นแล้วเดินออกไปจากร้านอย่างรวดเร็ว ซึ่งนายชัยยศ เจ้าของร้านได้มองตามแต่ก็ไม่ได้เอะใจ เพราะมีความสนิทสนมกันเป็นอย่างดี
ทั้งนี้นายชัยยศ ชิบเข เจ้าของร้านทองสยาม เล่าว่า ตนกับพ่อแม่รวมทั้งตัวนายสุรเดช รู้จักกันมานานแล้ว แม่ของนายสุรเดช มีอาชีพขายของอยู่ในตลาดและยังเป็นลูกค้าของร้านอีกด้วย การที่นายสุรเดช มาขอดูทอง ตนจึงไม่ได้เอะใจอะไร เพราะรู้จักกันเป็นอย่างดี ส่วนสาเหตุที่นายสุรเดช ลงมือก่อเหจตุชิงทองในวันนี้ ต้อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเรือเป็นผู้สอบสวนเพื่อหาแรงจูงใจต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.สมบัติ โพธิ์งาม ผกก.สภ.ท่าเรือ กล่าวว่า หลังจากที่ พ.ต.ต.ชนะชล ชินแสง สว.(สอบสวน) สภ.ท่าเรือ ได้รับแจ้งเหตุ จึงนำกำลังเดินทางไปที่ชุมชนเล่าจ๋อ ไปถึงพบนายชัยยศ เจ้าของร้านทอง พร้อมกับให้ข้อมูลว่า นายสุรเดชฯ ได้เข้ามาที่ร้านและขอดูสร้อยคอทองคำ หนัก 1 บาท 1 เส้น และ 2 บาท 2 เส้น เมื่อตนเผลอนายสุรเดช ได้ฉวยจังหวะ หลบหนีไปทางชุมชนเล่าจ๋อ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามอย่างกระชั้นชิด
เมื่อมาถึงชุมชนเล่าจ๋อ ได้พบนายสุรเดช เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแสดงอาการมีท่าทีตกใจ เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้น ก่อนตรวจค้นปรากฎ พบของกลาง สร้อยคอทองคำหนัก 1 บาท สวมอยู่ที่คอ ส่วนสร้อยคอทอง 2 เส้นหนักเส้นละ 2 บาท ซุกซ่อนเอาไว้ในพงหญ้า หลังจากตรวจยึดของกลางนำคืนเจ้าของแล้วเสร็จ เจ้าหน้าที่สงสัยถึงพฤติกรรมท่าทางของนายสุรเดชฯ ว่าอาจจะเสพยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหารสารเสพติด ปรากฏว่าฉี่เป็นสีม่วง เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าเรือดำเนินคดีใน 2 ข้อกล่าวหา คือข้อหาวิ่งราวทรัพย์(สร้อยคอทองคำ) และ ข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย.-008
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี